โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักวิชาการชี้เปรี้ยง!! ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ไม่ตรงปก ห่วงเรื่องขึ้นเงินสุดท้ายไหลเข้ากระเป๋าแค่บางกลุ่ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

นักวิชาการชี้‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ไม่ตรงปกตามที่หาเสียง ห่วงเรื่องขึ้นเงินสุดท้ายไหลเข้ากระเป๋าแค่บางกลุ่ม

10 พ.ย. 2566 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย กล่าวในรายการ “แนวหน้าTalk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ซึ่งมี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย เป็นพิธีกร ในประเด็นการแจกเงินดิจิทัล หรือดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศแล้วว่าจะให้คนที่รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 7 หมื่นบาท เงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งจะมีคนได้รับเงินประมาณ 50 ล้านคน ว่า จำนวนเงินลดลงมาเพียงเล็กน้อย จากที่ใช้ 5.6 แสนล้านบาท พอตัดออกก็เหลือราว 5 แสนล้านบาท ตามที่นายกฯ บอก

ซึ่งในฐานะนักรัฐศาสตร์ ตนมองนโยบายที่ออกมาไม่ตรงปก เพราะตอนหาเสียงบอกจะแจกอย่างกระหน่ำ ทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้เงินโดยไม่มีเงื่อนไข แต่มาปัจจุบันดูเหมือนเงื่อนไขจะยาวขึ้น แน่นอนในทางการเมืองคือเสียหน้าไปแล้ว แต่ทำอย่างไรจะเสียหน้าน้ยอ รวมถึงอาจไม่อยากซ้ำรอยอดีตนายกฯ บางท่านในประเด็นข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในหลักการแล้วด้วยความที่พรรคการเมืองมีหน้าที่อาสามาทำงาน ดังนั้นนโยบายที่ประกาศออกมาต้องผ่านการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี ด้วยความเชื่อว่าพรรคการเมืองมีทีมงาน จึงต้องสัญญาในสิ่งที่ทำได้

“คุณเศรษฐาเป็นคนเดียวกับคนที่ประกาศที่อิมแพ็ค (ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี) 1 หมื่นบาท 16 ปี 1หมื่นบาททุกคน แต่วันนี้ก็คุณเศรษฐาคนเดียวกัน ทีนี้อยู่ที่ตึกสันติไมตรี ผมก็บอกว่าเรื่องนี้สำหรับผมแล้วมันไม่ตรงปกกับสิ่งที่ประกาศ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าคุณเศรษฐาและทีมงาน ต้องบอกว่าทำการบ้านมาไม่พอ คือตอนหาเสียงเข้าใจว่าทำการบ้าน ผมใช้ศัพท์ว่าฉาบฉวย เพราะตัวเลข ผมพูดตรงๆ นะว่าอัตราการคำนวณ เอา 7 หมื่นเป็นตัวตั้ง เอา 5 หมื่นเป็นตัวตั้ง ข้อมูลมันไม่ได้หายาก ข้อมูลเปิดเผยในสำนักงานสถิติแห่งชาติ” รศ.ดร.ธนพร กล่าว

รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อไปว่า ตัวเลขอาจจะไม่เป๊ะ แต่การไม่นำตัวแปรเหล่านี้มาคิดเลยมันดูประหลาด นอกจากนั้นที่ดูแย่ คือก่อนหน้านี้ นายเศรษฐาประกาศว่าพรรคจะรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ตอนนี้เท่าที่ฟังคือต้องไปออก พ.ร.บ.เงินกู้อีก 5 แสนล้านบาท คำถามคือแบบนี้ตรงกับที่ประกาศไว้หรือเปล่า แต่ตนคิดว่าไม่ตรง ซึ่งตนอยากให้แจกเพราะสัญญาไว้ แต่ตอนที่สัญญา 1.แจกทั่วฟ้า 2.ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังด้วย แต่ตอนนี้แจกไม่ทั่วฟ้าแถมไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง เพราะท่านพูดตรงๆ ว่าต้องกู้เงิน

ส่วนเรื่องที่บอกว่าเงินดิจิทัลคือเงินบาทต่อบาท ขณะนี้ก็ยังตรงกับสิ่งที่เคยพูดอยู่ เพียงแต่ยังไม่ได้พูดถึงกระบวนการใช้ เช่น จะต้องมีซูเปอร์แอปพลิเคชั่นหรือไม่ แต่จะต้องมีกระบวนการแบบนี้อย่างแน่นอน ยังไม่รวมถึงการลงทะเบียนของร้านที่เข้าร่วมโครงการ ที่เบื้องต้นมีบอกว่าไม่ต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่ต้องอยู่ในระบบภาษี แต่เชื่อว่าสุดท้ายร้านที่จะขึ้นทะเบียนต้องอยู่ในภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึงตอนที่การใช้จ่ายหมุนเวียนไม่ต้องอยู่ในภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ แต่คนสุดท้ายที่จะนำเงินดิจิทัลไปแลกเป็นเงินสดต้องอยู่ในภาษีมูลค่าเพิ่ม

“บริษัทหรือภาคประกอบการแบบไหนที่เขาออกแบบกันไว้แบบนี้ คุณจะไปซื้อหมูมาทำก๋วยเตี๋ยว คุณไปซื้อที่เขียงผมไม่มั่นใจนะว่ามี VAT ก็ซื้อได้ แต่ถ้าเกิดจะเอาไปขึ้นเงิน เจ้าของเขียงหมูก็ต้องไปซื้อมาจากใครก็ไม่รู้ล่ะที่อยู่ในระบบ VAT แล้วที่ใหญ่กว่าคือเราไม่ต้องเอ่ยนาม คือผมกำลังพูดถึงเลาๆ แล้วเรายังไม่รวมอะไรรู้ไหม? ผมเป็นคนใช้เงิน ขี้เกียจยุ่งยาก ผมไปซื้อที่มี VAT เลยดีกว่า เช่น ห้างๆ ทั้งหลาย” รศ.ดร.ธนพร ระบุ

รศ.ดร.ธนพร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนคำถามที่ว่าจะมีการตั้งโต๊ะแลกเงินดิจิทัลเป็นเงินสดแบบหักส่วนต่าง เช่น จากเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท แลกเงินสดได้ 7,000 บาทหรือไม่ ตนเชื่อว่ามี ให้นึกถึงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งรัฐบาลเติมเงินโดยหวังให้ประชาชนไปเที่ยว ก็เห็นมีคดีความเรื่องรีสอร์ทไปขายกันล่วงหน้าแล้วแลกเป็นเงินสด ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเพราะคนไทยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องของการขึ้นเงินที่สุดท้ายต้องเป็นร้านค้าที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งก็มีคนเตือนว่าแทนที่จะกระจายรายได้ แทนที่เงินจะหมุน แต่สุดท้ายกลับไปเข้ากระเป๋าคนเพียงบางกลุ่ม

ชมคลิปเต็มที่https://www.youtube.com/watch?v=j87DxM6PSsk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...