อิงฟ้า เล่าเหตุเข้าพบ 'สารวัตรแจ๊ะ' ขำภาพเหมือนโดนรวบ รับตกใจ 'ยุวเฟิร์น' โดนสั่งปลด
อิงฟ้า เล่าเหตุเข้าพบ ‘สารวัตรแจ๊ะ’ ขำภาพเหมือนโดนรวบ รับตกใจ ‘ยุวเฟิร์น’ โดนสั่งปลด
ถือเป็นศิลปินและนักแสดงที่เนื้อหอมสุดๆ ในตอนนี้ สำหรับอิงฟ้า วราหะ ที่ตอนนี้มีงานเข้ามารุมเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ ภาพยนตร์ หรืองานพรีเซ็นเตอร์ ที่จ่อคิวเข้ามากันแบบรัวๆ แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน ล่าสุด อิงฟ้าได้มาร่วมงาน มูในแบบเจ้าสัว ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ก็ได้ออกมาเล่าถึงบทบาทการเป็นตำรวจ ในซีรีส์ หยดฝนกลิ่นสนิม ถึงกับต้องเดินทางไปกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงพูดคุยกับสองตำรวจสืบสวนชื่อดังอย่าง‘สารวัตรแจ๊ะ’ และ ‘สิงโตนำจับ’ ที่มาร่วมให้คำแนะนำ เพื่อความถูกต้องสมจริงมากที่สุดในการแสดง
- อิงฟ้า ลุยสืบนครบาล พบ ‘สารวัตรแจ๊ะ-สิงโตนำจับ’ ขอความรู้ วิธีทำงาน สวมบทตร.ในซีรีส์ใหม่
- ปลดฟ้าผ่า ยุวเฟิร์น หลุด Face of Beauty สั่งถอดจากซีรีส์ หยดฝนกลิ่นสนิม
พร้อมกับพูดถึงดราม่าของ ยุวเฟิร์น ยุวภรณ์ ทรงงาม รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ที่ได้ออกมาไลฟ์สดพูดถึงเวทีคู่แข่งอย่างมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในเชิงเปรียบเทียบ จนถูกบอส ณวัฒน์ สั่งปลดออกจากซีรีส์หยดฝนกลิ่นสนิม และตำแหน่ง face of beauty
ล่าสุดเข้าพบสารวัตรแจ๊ะ คนก็ฮือฮา?
“รูปออกมาเหมือนหนูโดนรวบอ่ะ (ยิ้ม) คือเราไปขอความรู้เขา เดี๋ยวเราจะได้ถ่ายซีรีส์เกี่ยวกับเรื่องของการเป็นตำรวจ เป็นหน่วยสืบสวนอะไรอย่างนี้ ก็จะต้องมีการทำการบ้านค่อนข้างเยอะ ก็เลยอยากได้กูรูที่เก่งมากๆ เพราะเรามีเวลาที่จะต้องเวิร์กช็อปค่อนข้างไม่เยอะ ก็เลยอาจจะต้องรวบรัดเลยคือใช้การเรียนรู้จากคนที่เก่งมากๆ ไปเลย”
ทำไมถึงเลือกสารวัตรแจ๊ะ?
“จริงๆ ทีมงานเป็นผู้เลือกค่ะ ทีมงานจากหยดฝนกลิ่นสนิม แล้วก็ทางทีวีธันเดอร์ จะมีการลงมติกันว่าอยากจะให้เราไปลงเรียนรู้กับใคร”
พอได้พูดคุยแล้วเป็นยังไงบ้าง?
“ก็ดีนะวันนั้น อยู่กันทั้งวันเลย เขาก็จะเปิดให้ดูว่าในหลักการทำงานของเขามีอะไรบ้าง เขาก็ดีใจด้วยค่ะที่เราได้นำหน่วยสืบสวนของเขามาเผยแพร่ ที่ปกติในเรื่องของการสืบสวนเขาไม่ค่อยที่จะได้เผยแพร่และมีการบอกสักเท่าไร ก็ถือว่าเป็นการร่วมงานที่ตอบโจทย์กันได้ดี”
เราเรียนรู้ในชีวิตจริงและมาใช้กับงานแสดงมันช่วยอะไรได้บ้าง?
“ช่วยได้มากค่ะ เพราะว่าจริงๆ การทำงานในแต่ละฝ่ายและอาชีพ ซึ่งเราก็มาจากการเป็นศิลปิน ส่วนงานที่เป็นตำรวจและราชการ เราก็ไม่รู้หลัก 1 2 3 4 5 ในการทำงานของเขา ซึ่งเรื่องนี้เราสู่บทบาทเป็นสารวัตรด้วย ก็เลยต้องเรียนรู้ว่าบุคลิกการเดินก็ต่างแล้ว จากบุคลิกนางงามเขาเดินแบบนี้ แล้วตำรวจเขาเดิน เขามีอะไร ยังไง วิธีการสังเกตคน และก็หลายๆ เรื่องในกระบวนการทำงานก็เอามาใช้ในชีวิตเราได้ด้วย”
เหมือนห่างไกลจากตัวจริงเรามากเลยนะ?
“จริงๆ ก็ไม่มากเท่าไหร่ คือหนูเป็นคนที่ชอบสังเกตคนอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้สังเกตคนแบบกระโตกกระตาก เป็นคนที่ชอบเก็บรายละเอียดคนแบบนิ่งๆ อยู่แล้ว ถือว่าเอามาใช้ได้ในตัวสารวัตรตุลย์”
ต้องบู๊ แอ๊กชั่นไหม เราเป็นสายไหน?
“เรื่องนี้บู๊เต็มที่ค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทคาแร็กเตอร์ที่เพิ่มความสามารถของเราลงไปในนั้นอีก หนึ่งอย่างที่คนอาจจะไม่ค่อยเห็นมาก่อนเลยก็ได้”
คุณอาจจะได้เห็นรูปเท่ๆ คูลๆ ของเราบ้างไหม?
“น่าจะได้เห็นบ้างแล้ว เพราะปกติเล่นเป็นคนจน (หัวเราะ?) เป็นคนจน เป็นคนน่าสงสาร เป็นคนแบบไม่สู้คนบ้าง ในเรื่องนี้เราก็จะได้เห็นอีกหนึ่งบทบาทคาแร็กเตอร์ที่มีความเท่ในตัวละครเยอะ”
ปีนี้อิงฟ้ามีแต่บทบาทปังๆ ทั้งนั้นเลย แต่ละบทบาทแตกต่างกันทั้งนั้นเลย?
“ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ชาเลนจ์เรา จริงๆ มันก็ทำให้หนูเติบโตขึ้นในเส้นทางที่เราวาดหวังไว้ อย่างการได้เป็นนางงามเราก็ได้ตำแหน่งแล้ว เราจะเป็นนักร้อง เราก็มีซิงเกิล หรือว่าเราอยากจะเป็นนักแสดง เราก็ได้เล่นภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงละคร ก็ถือว่าเราคอมพลีท ที่เหลือก็อยู่ที่เราจะพัฒนาตัวเองไปยังไง ให้ต่อยอดจากสิ่งที่เราได้โอกาสมาให้ไปได้ไกลที่สุด เราก็ทำเต็มที่ สู้เต็มที่”
ตอนนี้นักร้องกับนักแสดงไปทางไหนมากกว่ากัน?
“ตอนนี้เหมือนไปในทางนักแสดงซะมากกว่า ด้วยโอกาสที่ผู้ใหญ่เขามอบมาให้ในแต่ละค่ายแต่ละช่องที่ยื่นมา ส่วนตัวหนูเองก็อยากพรูฟตัวเองในด้านการแสดงด้วย เพราะมันก็ต่อยอดในด้านของการเป็นพรีเซ็นเตอร์ ในด้านต่างๆ ที่ตามมาได้ดีด้วย”
เป้าหมายเราโตขึ้นไหม?
“รู้สึกว่าตัวเองก็โตขึ้นในทุกๆ วัน ถึงแม้บางครั้งจะอยากเป็นเด็กแต่เราก็ต้องโตขึ้น เหมือนมันก็เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้เรา ปีหน้าก็จะ 30 แล้วก็ถือว่าเริ่มไปในทิศทางที่เป็นทางการมากขึ้น และทำอะไรก็ไปให้สุด ติดเล่นให้น้อยลง หรือถ้าจะติดเล่นก็ดูบางโอกาส เท่าที่เราจะทำได้”
มีเวลาว่างบ้างไหม?
“(หัวเราะ) ก็พอมีบ้าง เราก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนแบบว่าในส่วนที่ทำได้ อย่างเช่น เราไม่มีเวลาเข้าคลินิก เราก็ทำสปาเองในบ้าน ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เราก็เลือกทานอาหารค่อนข้างคลีน”
ตอนนี้สุขภาพก็โอเคใช่ไหมไม่มีปัญหาอะไร?
“ก็โอเคนะคะ รู้สึกโอเค จะมีในเรื่องของความเหนื่อยง่ายนิดนึง อาจจะมาจากการที่เราพักผ่อนน้อย หรือบางทีก็จะมีตื่นมาแล้วหน้าบวมหรืออะไรอย่างนี้ เกิดเอฟเฟ็กต์จากการพักผ่อนน้อยด้วยก็มี”
ถามเรื่องดราม่ายุวเฟิร์น ได้ดูคลิปบ้างไหม?
“ได้ดูค่ะ คือ ถ้าถามในความคิดเห็นของฟ้า คือเราก็เข้าใจในมุมมองของบอสนะ ว่าความที่เราเป็นเจ้าขององค์กร เวลาที่หนูจะกดไลค์ หรือหนูจะแสดงความยินดีกับอีกบริบทหนึ่ง เขาก็ไม่เคยว่าเรานะ ก็มีการโทรคุยกัน เขาก็บอกว่าพี่ไม่เคยว่านะจะกดไลค์ จะแสดงความยินดี แต่ว่าในเมื่อเราพูดในเชิงการเปรียบเทียบ มันเป็นสิ่งที่วันนี้เราอยู่กับองค์กร เราก็ไม่ควรที่จะทำ ซึ่งเราก็มองภาพไปที่น้องยุวเฟิร์น อาจะด้วยน้องยังเด็ก หรือน้องคิดไม่ทัน หรือพูดไปเพื่อจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตาม ที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของน้องเขา ถามว่ามันผิดไหม มันก็ไม่ได้ผิด แต่ว่ามันอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับจุดที่น้องอยู่แค่นั้นเอง ซึ่งก็มีการปรับตัวกันว่า เราอยู่ตรงนี้ เราก็ต้องรู้จักเจ้านายเรา ว่าเขาชอบอะไร เขาไม่ชอบอะไร บางอย่างคิดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องพูดเสมอไป หรือว่าความเหมาะสมนิดนึง ถ้าถามว่าหนูเป็นบอสหนูก็มีความน้อยใจนิดนึง ในการพูดที่เปรียบเทียบ มันอาจจะไม่ควรที่จะต้องออกสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็อยู่ที่ความเหมาะสม ให้น้องเก็บไว้เป็นบทเรียน ณ ประเด็นตรงนี้มันมีทั้งคนที่เข้าใจและคนที่ไม่เข้าใจอยู่ดี”
อย่างบางคนบอกว่าบอสทำแรงเกินไป สั่งปลดออกจากเวทีนานาชาติ face of beauty?
“อันนี้หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าข้างในเขามีกระบวนการตัดสินใจอะไร อย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบในแต่ละเรื่องจะไม่มีบอสแค่คนเดียว ก็รู้สึกว่าในองค์กรเขาก็จะนอยด์กันหมด รวมๆ หลายๆ ท่าน กับสิ่งที่น้องพูดออกไป ณ ตรงนี้ก็คงช่วยอะไรน้องไม่ได้จริงๆ พอเข้าตลาดหุ้นก็รู้สึกว่าองค์กรเราจะมีผู้ใหญ่หลากหลายท่านเข้ามาที่จะมีการตัดสินใจในแต่ละอย่าง ที่จะเป็นการประกาศว่าอะไรนู่นนี่นั่น ซึ่งตัวหนูเองก็ไม่ทราบเข้าไปลึกถึงตรงนั้น แต่ก็แอบตกใจเหมือนกัน”
ถามความคิดเห็นส่วนตัว เรามองว่าบางทีมันรู้สึกอึดอัดไหม เพราะบางทีเราก็เป็นเพื่อนกับอีกเวทีนึง อยากจะพูดคุย อยากจะแสดงความยินดีด้วย?
“จริงๆ หนูว่าการแสดงความยินดี การพูดถึง หรืออะไรอย่างนี้พูดได้เลย เพราะตัวหนูเอง เวลาเราไลฟ์ก็มีคนถาม หนูก็พูดนะ อย่างมีคนพิมพ์ชื่อนางงามอีกเวทีหนึ่งขึ้นมาหนูก็พูดถึง หนูก็ชื่นชมเพราะหนูก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ผิด ถ้าเราไม่ได้เปรียบเทียบกันว่าอันไหนดีกว่า อันไหนเด่นกว่า อันไหนด้อยกว่า เราจะไม่พูดแบบนั้น เพราะเรารู้สึกว่าอีกเวทีมันก็ดีเหมือนกัน ดีกันไปในคนละแบบ ไม่อย่างนั้นคงไม่เติบโตมาถึงขนาดนี้ เราก็มองว่า เราก็ควรจะรู้ว่าเราจะต้องพูดอะไร เพราะมันเป็นเรื่องเซ็นซิทีฟ เราก็รู้อยู่แล้ว (มีโอกาสได้คุยกับบอสหรือยัง?) ก็คุย เขาก็โทรมา เขาก็นอยด์ ฟีลน้อยใจของเขานั่นแหละว่าพี่ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องถึงต้องเปรียบเทียบ ซึ่งเราก็บอกว่าหนูได้ดูคลิปแล้ว แล้วเขาก็บอกว่า ปกติเวลาที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรพี่ไม่เคยว่านะ แต่ว่าอย่าเปรียบเทียบ เพราะมันคือสิ่งที่ตัวเขาเองเขาก็ต่อสู้ด้วยองค์กรของเขามาตัวคนเดียวตั้งแต่ไหนแต่ไร และเป็นเด็กในองค์กรด้วยที่มาเปรียบเทียบข้อเด่นข้อด้อย เขาก็เลยรู้สึกแบบนั้น (ไม่ถึงขั้นเป็นเพื่อนกับอีกเวทีนึงไม่ได้?) อ๋อ ไม่ๆๆ เขาไม่เคยห้าม ไม่ใช่แค่กับตัวหนูนะ ถ้าสังเกตดีๆ ในองค์กร มีน้องคนนั้นรู้จักคนนี้ ก็เป็นเรื่องปกติ ก็ไม่มีการห้ามแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่หนูได้ตำแหน่งมา เพราะมีคนถามนับครั้งไม่ถ้วน แต่เราเลือกที่จะตอบในบางคำถาม ที่เราสามารถตอบได้เท่านั้นเอง”
มีวิธีง้อบอสยังไง?
“ก็คงต้องรอให้เขาใจเย็น สุดท้ายก็เชื่อว่าเขาไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหรอก เพราะตัวเราเองเราก็เคยทะเลาะกับเขาเลย ก็ต้องรอเวลาให้มันดีขึ้น เชื่อว่าเวลาจะช่วย พอเขาใจเย็นลง เดี๋ยวเขาก็หายเอง เพราะสุดท้ายแล้ว ก็เป็นลูกของเขา อยู่ในองค์กรเขา ก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดี ก็เป็นกำลังใจให้น้อง ให้เรียนรู้ในจุดที่ตัวเองที่จะต้องอยู่ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร”
มีโดนปลดออกจากซีรีส์ด้วย?
“อ๋อ ตอนเห็นก็ตกใจเหมือนกัน แต่ว่าต้องบอกอย่างนี้ก่อนว่า ในซีรีส์บทที่น้องได้เล่นก็ไม่ได้เป็นตัวหลักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดอยู่แล้ว (มีผลกระทบกับซีรีส์ไหม?) ก็น่าจะไม่ เพราะว่าน้องเป็นแขกรับเชิญเฉยๆ ไม่ใช่ตัวหลักค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อิงฟ้า เล่าเหตุเข้าพบ ‘สารวัตรแจ๊ะ’ ขำภาพเหมือนโดนรวบ รับตกใจ ‘ยุวเฟิร์น’ โดนสั่งปลด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th