โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ถูกกรมหลวงรักษ์รณเรศ “หักหน้า” เรื่องอะไร ถึงขั้นทรงกราบทูลรัชกาลที่ 3!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 07.31 น.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์นานถึง 27 ปี ระหว่างนั้นทรงศึกษาภาษาบาลีกระทั่งแตกฉานเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับในหมู่สงฆ์และฆราวาส ยกเว้น กรมหลวงรักษ์รณเรศ ที่เป็น “ไม้เบื่อไม้เมา” กับรัชกาลที่ 4 มานาน ถึงขั้นเอ่ยวาจาประชดประเทียดอยู่หลายครั้ง จนมีคราวหนึ่งที่ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎถูกหักหน้าอย่างจัง จนความทราบถึงรัชกาลที่ 3

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงรักษ์รณเรศ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 และทรงมีบทบาทในการสนับสนุน กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ที่มีสกุลยศเป็น “พระองค์เจ้า” (ประสูติแต่เจ้าจอมมารดา) ให้ขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งที่ เจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงมีสกุลยศสูงกว่า (ประสูติแต่สมเด็จพระบรมราชินี)

อ่านเพิ่มเติม : ทูลกระหม่อม สมเด็จ และเสด็จ 3 คำนี้ใช้ต่างกันอย่างไร?

เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎผนวช ทรงมีฉายาทางธรรมว่า “วชิรญาณภิกขุ” รัชกาลที่ 3 ก็ทรงให้การสนับสนุนกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นอย่างดี และเมื่อทรงทราบกิตติศัพท์ความเป็นปราชญ์ด้านภาษาบาลีของภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ก็ทรงอาราธนาเข้าสอบความรู้พระปริยัติธรรมสนามหลวง

ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎไม่ทรงขัดพระราชศรัทธา จึงทรงเข้าสอบแปลพระปริยัติธรรมถวาย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีรัชกาลที่ 3 เสด็จออกฟังการสอบนั้นด้วยทุกวัน

วันแรกของการสอบ ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงแปลคัมภีร์พระธรรมบท ซึ่งเป็นหลักสูตรชั้นบาเรียน (เปรียญ) ตรี หรือประโยค 1-2 และประโยค ป.ธ. 3 ปรากฏว่าทรงแปลได้ตลอดไม่มีติดขัด

รัชกาลที่ 3 ประทับเป็นประธานในที่ประชุมพระมหาเถระ ทรงเห็นว่าภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง จึงมีพระราชดำรัสว่า

“ไม่ต้องแปลประโยค 1-2 และประโยค ป. ธ. 3 อันเป็นหลักสูตรชั้นบาเรียนตรีก็ได้ ให้ข้ามไปแปลคัมภีร์มงคลทีปนี อันเป็นหลักสูตรบาเรียนโทเลยทีเดียวเถิด”

วันที่สอง พระองค์จึงทรงข้ามชั้นจากบาเรียนตรีไปสอบชั้นบาเรียนโท คือ แปลคัมภีร์มงคลทีปนีเลยทีเดียว ซึ่งก็ทรงแปลได้อย่างไม่ติดขัดเช่นเคย

จากนั้นในวันที่สาม พระองค์ทรงเข้าแปลคัมภีร์บาลีมุต ซึ่งเป็นหลักสูตรชั้นประโยค 5 ก็ทรงแปลได้ดีอีกเช่นกัน

ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎถูกหักหน้า

แต่หลังเสร็จสิ้นการแปลวันที่สาม กรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งทรงกำกับกรมธรรมการ และเป็นคู่ปรับทางการเมืองของภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ได้กราบเรียนถาม พระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม) วัดโมลีโลกยาราม ในที่ประชุมกรรมการแปลขณะนั้น ด้วยเสียงที่ให้ได้ยินทั่วถึงกันว่า “นี่จะปล่อยกันไปถึงไหน”

ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎถูกหักหน้า ทรงทราบว่าถูกทักท้วงต่อหน้าสาธารณะเช่นนี้ จึงให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลรัชกาลที่ 3 ว่า ที่ทรงเข้าสอบแปลพระปริยัติธรรม ก็ด้วยทรงมีพระประสงค์จะสนองพระเดชพระคุณตามพระราชศรัทธาในรัชกาลที่ 3 ที่ได้ทรงอาราธนาไว้ หาได้มีความปรารถนาในทางยศศักดิ์หรือลาภสักการะอันใดไม่

ประกอบกับได้แปลถวายรัชกาลที่ 3 ให้ทรงฟังแล้ว 3 วัน เห็นว่าน่าจะพอเฉลิมพระราชศรัทธาได้ตามสมควรแล้ว จึงใคร่ขอพระบรมราชานุญาตให้หยุดแต่เพียงนี้

เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงทราบความ ก็ไม่ทรงขัดพระศรัทธาในภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ทั้งยังพระราชทานพัดยศเปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรมขั้นสูงสุดแห่งคณะสงฆ์ไทย ให้ทรงถือเป็นสมณศักดิ์สืบมา

เป็นอันว่า กรมหลวงรักษ์รณเรศสกัดภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎไม่สำเร็จ และต่อมาช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ทรงถูกถอดลงเป็น หม่อมไกรสร ก่อนจะถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ที่วัดปทุมคงคา เมื่อ พ.ศ. 2391

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี. “‘ยํ ยํ เทวมนุสฺสานํ’ คาถาบาลีมีขึ้นเพราะเหตุวิวาทะระหว่าง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ กับ พระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม) วัดโมลีโลกยาราม”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม มีนาคม 2547.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ถูกกรมหลวงรักษ์รณเรศ “หักหน้า” เรื่องอะไร ถึงขั้นทรงกราบทูลรัชกาลที่ 3!?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...