โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

20 อัลบั้มที่แฟนเพลงรักแต่นักวิจารณ์ยี้ !!

BT Beartai

อัพเดต 14 พ.ค. 2564 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 06.37 น.
20 อัลบั้มที่แฟนเพลงรักแต่นักวิจารณ์ยี้ !!

นักวิจารณ์อาจเป็นคนที่พวกเราสามารถฝากความหวังไว้ได้ว่าจะช่วยแนะนำอัลบั้มดี ๆ ให้พวกเราได้ฟังหรือไม่ก็คอยตักเตือนให้ระวังงานเพลงแย่ ๆ เผื่อบางทีเราอาจจะไม่อยากเสียเวลาไปกับมันก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามความชอบนั้นก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เว้นแม้แต่นักวิจารณ์ที่เป็นผู้ชำนาญการฟังเพลง บางครั้งพวกเขาก็อาจพลาดพลั้งด้วยการด่าว่าอัลบั้มที่ต่อมาจะกลายเป็นอัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ของโลกก็เป็นได้ และแน่นอนว่าอัลบั้มเหล่านั้นอาจจะเป็นอัลบั้มโปรดในดวงใจของเราด้วย

มีข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่อัลบั้มที่นักวิจารณ์ยี้มักจะเป็นอัลบั้มเปิดตัวของศิลปินที่ต่อมาได้กลายเป็นตำนาน หรือไม่ก็เป็นอัลบั้มที่ศิลปินนั้นมีการเปลี่ยนแนวทางไปจากเดิม ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอัลบั้มไหนบ้างที่แฟนเพลงรักและนักวิจารณ์ยี้ ไม่แน่ว่าในลิสต์นี้อาจมีอัลบั้มโปรดของคุณอยู่ด้วยก็ได้นะ

20. “Led Zeppelin” – Led Zeppelin (1969)

ในทุกวันนี้คงไม่มีอะไรจะต้องยกย่องกันอีกแล้วกับวงร็อกระดับตำนานอย่าง ‘Led Zeppelin’ แต่ในวันที่วงดนตรีวงนี้ยังเป็นน้องใหม่และเพิ่งปล่อยอัลบั้มชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกันกับวงออกมาในปี 1969 ก็โดนนิตยสารดนตรีชื่อดังอย่างโรลลิงสโตนวิจารณ์ซะเละไปทุกอย่างตั้งแต่แนวทางของวง (พวกเขาถูกเรียกว่าเป็นวง ‘Jeff Beck Group’ รุ่นเล็ก) ไปจนถึงบทบาทหลากหลายของ ‘จิมมี เพจ’ (Jimmy Page) โดยกล่าวว่าเขาเป็น “โปรดิวเซอร์ที่มีความสามารถจำกัดจำเขี่ยและนักเขียนเพลงที่อ่อนสุดและไม่น่าดึงดูดใจเลย” ส่วน ‘โรเบิร์ต แพลนต์’ (Robert Plant) ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นร็อด สจ๊วตในเวอร์ชันที่ “ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ” นอกจากนี้สื่อสิ่งพิมพ์จำนวนมากในอังกฤษก็ยังร่วมฉีกทึ้งถูไถเพื่อนร่วมชาติของพวกเขาราวกับผ้าขี้ริ้ว แต่ในไม่ช้าเสียงก่นด่าเหล่านั้นก็ถูกกลบด้วยเสียงตอบรับที่ดีจากบรรดาแฟน ๆ ทำให้อัลบั้ม ‘Led Zeppelin’ ขึ้นสู่อันดับที่ 10 ใน Billboard 200 และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์อัลบั้มที่ดีที่สุดและเพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มอย่าง “Good Times Bad Times” “ Communication Breakdown” และ “ Dazed and Confused” ก็ยังถูกบรรจุไว้ใน Grammy Hall of Fame ในปี 2004 อีกด้วย

19. “Abbey Road” – The Beatles (1969)         

หาก ‘Abbey Road’ ผลงานชิ้นเอกของ The Beatles ยังถูกจัดอยู่ในลิสต์นี้ได้ก็แสดงว่าอัลบั้มอีกมากมายก็ต้องกลายเป็นอัลบั้มตกกระป๋องไปแล้วล่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนที่สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 11 ของสี่เต่าทองได้ถูกปล่อยออกมานั้น พวกเขาก็ถูกโจมตีอยู่ไม่น้อย เช่น นักวิจารณ์นามนิค โคห์นจากเดอะนิวยอร์กไทมส์ซึ่งกล่าวว่าอัลบั้มชุดนี้ “ไม่มีอะไรพิเศษ” ส่วนโรลลิงสโตนก็กล่าวว่ารู้สึกสลดใจกับการใช้ซินธิไซเซอร์ (อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์) โดยกล่าวว่ามันฟังดู “ไม่เข้ากันและประดิษฐ์” ส่วนวิลเลียม แมนน์แห่งลอนดอนไทมส์ก็เรียกเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มนี้ว่า “ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รอคอยจากทั้งแผ่น” ในขณะที่อัลเบิร์ต โกลด์แมนนักวิจารณ์จากนิตยสารไลฟ์ก็ได้กล่าวว่านี่ไม่ใช่หนึ่งในอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมของวงเลย ถึงแม้จะมีเสียงก่นด่ามากมายแต่ในทางกลับกัน ‘Abbey Road’ ก็ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์หลายสำนักด้วยเหมือนกัน และเมื่อมีสถิติต่าง ๆ ออกมายืนยันความสำเร็จของอัลบั้มชุดนี้พวกที่ด่า ๆ ไปก็กลับลำกันแทบไม่ทัน

18. “Black Sabbath” – Black Sabbath (1970)

เลสเตอร์ แบงส์แห่งโรลลิงสโตนอาจเป็นนักวิจารณ์เพลงร็อกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่นักปราชญ์ยั้งรู้พลั้งนายเลสเตอร์ แบงส์ก็เลยต้องมีพลาดพลั้งกับการวิจารณ์หนึ่งในอัลบั้มเมทัลที่ยิ่งใหญ่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นคือ self-title อัลบั้มของวง ‘Black Sabbath’ ที่เปิดตัวในปี 1970 อันประกอบไปด้วยบทเพลงดี ๆ มากมายอาทิ “ Black Sabbath” “ NIB” “ Evil Woman” และ“ The Wizard” แต่กลับโดนแบงส์วิจารณ์ว่า “ปลอมเปลือก” “เนื้อเพลงไร้สาระ” และเป็น “การเล่นที่ไม่เข้าขากันเลย” แถมยังได้รับเกรดที่ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็คงสลดหดหู่ใจไปแล้วนั่นก็คือ C- นั่นเอง นอกจากนี้ Black Sabbath ยังถูกประนามหยามเหยียดจากโรเบิร์ต คริสท์เกาแห่งวิลเลจวอยซ์ว่า “ตอแหลสิ้นดี” และยังเป็นภาพสะท้อนของ “วัฒนธรรมต่อต้านที่เลวร้ายที่สุด” แต่สุดท้ายถึงแม้จะโดนว่าอย่างไรอัลบั้มนี้ก็ติดอันดับอัลบั้มเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลโดยโรลลิงสโตน โดยกล่าวยกย่องไว้อย่างสวยงามว่าอัลบั้มชุดนี้ “จะกำหนดสุ้มเสียงของวงดนตรีนับพัน”

17. “Ram” – Paul and Linda McCartney (1971)

เราคงต้องยอมรับว่านอกเหนือจากแทร็กที่เกือบจะสมบูรณ์แบบอย่าง “Maybe I’m Amazed” แล้วอัลบั้มเดี่ยวชุดเดบิวต์ในปี 1970 ของ ‘พอล แม็กคาร์ตนีย์’ (Paul McCartney) นั้นค่อนข้างอ่อนมาก แต่อย่างไรก็ตามความพยายามครั้งที่ 2 ของเขากับอัลบั้ม ‘Ram’ ในปี 1971 ที่ชวนศรีภรรยา ‘ลินดา แม็กคาร์ตนีย์’ (Linda McCartney) มาร่วมแจมด้วยกัน กลับถูกนำไปเหมารวมกับอัลบั้มก่อนหน้าอย่างไม่เป็นธรรม จอน แลนเดาแห่งโรลลิงสโตนวิจารณ์มันว่า “ไม่สมเหตุสมผลเหลือเกินแถมยังไม่สัมพันธ์กันอย่างมากมาย” และ “ทึ่มทื่ออย่างเหลือทน” และด่ากราดไปเกือบจะทุกแทร็ก สำนักอื่น ๆ  อย่าง Q ก็กล่าวว่าอัลบั้มชุดนี้ “ไม่คงเส้นคงวาอย่างน่ากระอักกระอ่วนใจ” ส่วนโรเบิร์ต คริสเกาก็พูดง่าย ๆ แค่ว่าเป็น “อัลบั้มที่ไม่ดี” และ NME ก็ตัดสินด้วยคำว่า “ปานกลาง” แม้แต่นิตยสารเพลย์บอยก็ไม่แนะนำให้เปิดอัลบั้มชุดนี้ ส่วนแฟน ๆ กลับมีความคิดเห็นที่แตกต่าง พวกเขาช่วยผลักดันให้เพลง “Uncle Albert / Admiral Halsey” กลายเป็นซิงเกิลอันดับ 1 ครั้งแรกของแม็กคาร์ตนีย์ในฐานะศิลปินเดี่ยว อีกทั้งยังซัปพอร์ตซิงเกิล “The Back Seat of My Car” และ“ Eat at Home” อย่างมาก จนทำให้นักวิจารณ์ต้องประเมินท่าทีที่พวกเขามีต่ออัลบั้มนี้อีกครั้ง เมื่อไม่นานมานี้สื่อต่าง ๆ ไม่เพียงแต่อ้างถึง ‘Ram’ ในฐานะบรรพบุรุษของดนตรีอินดี้พอปเท่านั้นแต่ยังเป็นหนึ่งในผลงานเดี่ยวที่ดีที่สุดของสมาชิก The Beatles อีกด้วย

16. “Exile on Main St.” – The Rolling Stones (1972)

เมื่อ The Rolling Stones เปิดตัวอัลบั้ม “Exile on Main St.” ในปี 1972 นักวิจารณ์ต่างพากันหาวหวอด ๆ ถึงสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าไม่เข้าท่าเข้าทางเลย และ ใช่ว่าชื่อวง ‘The Rolling Stones’ จะรอดปลายปากกาของนักวิจารณ์จากนิตยสารในชื่อเดียวกันนี้ได้ เพราะนักวิจารณ์ของนิตยสารโรลลิงสโตน (และมือกีต้าร์ของวงแพตตี้สมิธ) เลนนี่ เคย์ ได้กล่าวถึงอัลบั้มนี้ว่า “เป็นอีกครั้งที่พลาดเป้า” และเขาก็คิดว่าอัลบั้มของ The Rolling Stones ที่ดีที่สุดในช่วงเวลาอันสุกงอมนั้นยังมาไม่ถึง และก็ไม่ได้มีแต่เคย์เท่านั้นที่คิดแบบนี้ อย่างไรก็ตามในกาลต่อมาอัลบั้ม ‘Exile on Main St.’ ก็ไม่ได้กลายมาเป็นแค่อัลบั้มที่ดีที่สุดในอาชีพของเดอะโรลลิงสโตนเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในอัลบั้มร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีอีกด้วย อีกทั้งในปี 2003 อัลบั้มนี้ยังอยู่ในอันดับที่ 7 ในรายชื่อ 500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอีกด้วย

15. “Harvest” – Neil Young (1972)

“อัลบั้มชุดนี้ถึงแม้จะมีจุดที่น่าอับอาย แต่ก็มีเนื้อเพลงที่น่าสนใจ” นี่คือคำวิจารณ์ของเดอะมอนทรีออลกาเซ็ตต์ที่มีต่อผลงานจากปี 1972 ของ ‘นีล ยัง’ (Neil Young) ที่มีชื่อว่า ‘Harvest’ และนั่นคือหนึ่งในคำวิจารณ์ที่ดีกว่าคำวิจารณ์อื่น ๆ  จอห์น เมนเดลซอนแห่งโรลลิงสโตนวิจารณ์มันว่าเป็นการฉีกอัลบั้มก่อนหน้านี้ของยังนั่นคือ ‘After the Gold Rush’ โดยกล่าวว่ามันมี “ความคล้ายคลึงกันอย่างกับแกะในงานเพลงเกือบทุกเพลงจากอัลบั้มนี้ที่พ้องกับการแต่งเพลงในผลงานก่อนหน้าของยัง” นอกจากนี้เมนเดลซอนยังพูดถึงเพลงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์อย่าง“ The Needle and the Damage Done” และ “ glib” และพูดถึงวงดนตรีที่เล่นให้ยังโดยกล่าวว่า“ ซีดสลดอย่างน่าสังเวชเมื่อเทียบกับความทรงจำที่เรามีต่อ Crazy Horse” ส่วนนักวิจารณ์คนอื่น เช่น คริสเกาเจ้าเก่ากลับให้ผลงานชุดนี้ด้วยเกรด B- ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี และในที่สุดแล้วงานชุดนี้ก็ได้กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในปี 1972 เป็นอัลบั้มอันดับ 1 ของ Billboard 200 เป็นเวลา 2 สัปดาห์และยังได้อันดับที่ 78 ในรายชื่อ 500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรลลิงสโตนในปี 2003 ด้วย

14. “On the Corner” – Miles Davis (1972)

มันต้องมีอะไรบ้างสำหรับอัลบั้ม ๆ หนึ่งถึงจะได้รับคำวิจารณ์ดี ๆ ในช่วงปี 1972 เพราะ 2 อัลบั้มที่เรากล่าวถึงก่อนหน้านี้ก็โดนสับเละไปแล้ว แล้วอัลบั้มจากศิลปินแจ๊สหัวก้าวหน้าอย่าง ‘ไมล์ส เดวิส’ (Miles Davis) ที่มักจะทำอะไรล้ำตลอดจะไปรอดจากคมปากกาของนักวิจารณ์หรอ และแน่นอนว่าทั้งนักวิจารณ์และบรรดาแฟนเพลงบางกลุ่มไม่ได้เพียงแต่วิจารณ์งานเพลงอัลบั้ม ‘On The Cornor’ ของไมล์สอย่างเสีย ๆ หาย ๆ เท่านั้นแต่มันเหมือนกัับจะเหยียบกันให้จมดินไปเลยทีเดียว “ซ้ำซากอย่างห่วยแตก” และ “ดูถูกสติปัญญาคนฟังเกินไปแล้ว” เป็นส่วนหนึ่งจากถ้อยคำในบทวิจารณ์ แม้แต่ ยูจีน แชดบอร์นมือกีตาร์แจ๊ซและนักวิจารณ์แห่ง CODA ก็ยังเขียนวิจารณ์ว่า “หยิ่งผยองแท้ ๆ” อย่าว่าแต่นักวิจารณ์เลย แม้แต่นักดนตรีบางคนที่ทำงานในอัลบั้มชุดนี้ก็ยังไม่สนใจมันเลย ! และความคิดวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายก็ไม่ได้คลายเสียงก่นด่าลงเลยเมื่อเวลาผ่านไปไม่ว่าจะเป็นเดือนหรือเป็นปี ผู้คนก็ยังคงจงเกลียดจงชัง ‘On the Corner’ อยู่ร่ำไป แต่ในที่สุดเราก็ได้ตระหนักว่า ‘On the Corner’ ของไมล์ส เดวิสนั้นมาก่อนกาลเมื่อได้เห็นวิวัฒนาการของดนตรีฮิปฮอป อิเล็กทรอนิกา และแจ๊สแนวทดลองที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา

13. “No Other” – Gene Clark (1974)

8 ปีกับ 3 อัลบั้มเดี่ยวหลังจากออกจากวง ‘Byrds’ ‘ยีน คลาร์ก’ (Gene Clark) ก็ปล่อยอัลบั้ม ‘No Other’ ออกมาซึ่งเป็นอัลบั้มที่สมกับชื่อของมันอย่างแท้จริง เพราะในเวลานั้นไม่มีอัลบั้มไหนจะมีต้นทุนการผลิตสูงกว่า 5 แสนดอลลาร์ (แต่หลังจากนั้นก็มีอัลบั้มอื่น ๆ ที่มีต้นทุนการผลิตแพงกว่านี้เยอะเลย สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความนี้ครับ) และมันก็ถูกมองว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของคลาร์ก อย่างไรก็ตามการทดลองใช้ overdubs และเอฟเฟกต์อื่น ๆ ที่มาก่อนกาลเล็กน้อยนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสื่อมวลชนที่วิจารณ์ว่ามันเป็นความพยายามเบ่ง อวดรู้ และทำล้นมากจนเกินไป (แต่ 1 ปีให้หลังวง Fleetwood Mac ก็ใช้เทคนิคหลายอย่างเหมือนในอัลบั้มนี้จนประสบความสำเร็จอย่างมาก) ด้วยเหตุนี้ Asylum Records จึงปฏิเสธที่จะโปรโมตอัลบั้มและเมินมันไปเลย ทำให้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางอาชีพของคลาร์กจนไม่มีวันที่จะเยียวยาได้และเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียดายที่คลาร์กเสียชีวิตในปี 1991 ก่อนที่จะได้เห็นว่าอัลบั้ม ‘No Other’ นี้ถูกนำมา re-issue ใหม่ แถมเสียงวิจารณ์ทั้งหลายก็กลับลำกลายมาชื่นชมและเคารพยกย่องผลงานชิ้นนี้ (และคลาร์ก) ซึ่งควรค่าที่จะได้รับมานานแล้ว

12. “Blood on the Tracks” – Bob Dylan (1975)

โรลลิงสโตนได้พิมพ์บทวิจารณ์ 2 ชิ้นที่เกี่ยวกับสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 15 ของ ‘บ็อบ ดีแลน’ (Bob Dylan) ‘ Blood on the Tracks’ ซึ่งให้ทัศนะที่ตรงกันข้าม นักวิจารณ์คนหนึ่งเรียกมันว่า “บรรเจิดเฉิดฉาย” ในขณะที่อีกคนหนึ่ง (จอน แลนเดา) กลับบอกว่าอัลบั้มชุดนี้ “ทำออกมาแบบสั่ว ๆ ” ซึ่งแลนเดาไม่ได้คิดแบบนี้อยู่คนเดียวเพราะ นิค เคนต์ จาก NME ก็สับเละไม่แพ้กันโดยบอกว่า “ไร้ค่ามากฟังดูแล้วเหมือนเอามาจากเทคที่ซ้อมเล่น ๆ เท่านั้น” ส่วน จิม คูสิมาโน จาก Crawdaddy ก็ได้โจมตีในเรื่องการเรียบเรียงดนตรีว่าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่แล้วในวันนี้ ‘Blood on the Tracks’ ก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการมียอดขายในระดับดับเบิลแพลทินัมและได้ถูกบรรจุไว้ใน Grammy Hall of Fame ในปี 2015 และนิตยสารโรลลิงสโตนก็ไม่มีความเห็นแตกแยกเป็น 2 ทางอีกแล้วโดยในปี 2003 อัลบั้มชุดนี้ก็ถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 16 ในรายชื่อ 500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของนิตยสารโรลลิงสโตน

11.“Wish You Were Here” – Pink Floyd (1975)

คงไม่มีอะไรดีกว่านี้ไปอีกแล้วกับอัลบั้มที่มีบทเพลงแค่ 5 เพลงแต่ว่ามันคือทุกสิ่งที่ควรจะมีในอัลบั้มดี ๆ “Welcome to the Machine” “ Have a Cigar” “ Wish You Were Here” และ “ Shine On You Crazy Diamond” ทั้ง 2 แทร็ก นี่คือสิ่งที่อยู่ในอัลบั้มปี 1975 ของ Pink Floyd ที่มีชื่อว่า ‘Wish You Were Here’ สำหรับแฟน ๆ ส่วนใหญ่อัลบั้มชุดนี้คือความสมบูรณ์แบบ แต่มีนักวิจารณ์เพียงไม่กี่คนที่เห็นด้วยอย่างน้อยก็ในตอนแรก เมโลดีเมกเกอร์กล่าวว่าอัลบั้มนี้ “แสดงให้เห็นถึงการขาดจินตนาการที่สำคัญในทุก ๆ ส่วน” และโรลลิงสโตนก็กล่าวว่ามัน “ทำตัวราวกับคนที่หมดอาลัยตายอยากและปราศจากความหลงใหล” ซึ่งมันทำให้เราสงสัยว่านักวิจารณ์เหล่านี้กำลังฟังอัลบั้มเดียวกันกับเราอยู่รึเปล่า ในเชิงพาณิชย์ ‘Wish You Were Here’ เป็นอัลบั้มที่ขายเร็วที่สุดของ Pink Floyd และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของวง อีกทั้งยังเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดในวงการเพลงร็อกโดยติดอันดับ 1 ใน Billboard 200 อัลบั้มนี้ได้ทำลายความเพิกเฉยและไม่รู้ประสาของอุตสาหกรรมดนตรีและได้เป็นการพิสูจน์ว่า Pink Floyd นั้นมาถูกทางแล้ว

10. “High Voltage” – AC/DC (1976)

ดุเหมือนว่าบรรดานักวิจารณ์จะไม่ค่อยถูกอกถูกใจกับอัลบั้มแรกของวงดนตรีไหน ๆ สักเท่าไหร่นัก เพราะกับวงร็อกยอดนิยมชาวออสซีอย่าง  AC / DC ก็โดนกับเขาเหมือนกันหลังจากเปิดตัวด้วยอัลบั้ม ‘High Voltage’ ในปี 1976 บิลลี อัลต์แมนจากโรลลิง สโตนก็วิจารณ์เสียงร้องของ ‘บอน สก็อตต์’ (ฺBon Scott) ว่า “น่ารำคาญจริง ๆ” และยังกล่าวอีกว่า AC / DC นั้นเป็นวงที่มี “กีตาร์ 2 ตัว เบสและกลองที่เดินพร้อมเพรียงกันไปในเพลง 3 คอร์ดที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น” และสรุปความรู้สึกของเขาด้วยการวิจารณ์แบบแสบ ๆ คัน ๆ ว่า “เพลงแบบนี้จะได้อยู่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินตลอดกาลอย่างไม่ต้องสงสัย” ไม่กี่ปีต่อมานิตยสารชื่อดังแห่งนี้ได้มีการวิจารณ์อัลบั้มชุดนี้ที่มีเพลงดี ๆ อย่าง “It’s a Long Way to the Top (If You Wanna Rock ‘n’ Roll)” และ“ TNT” ซึ่งพวกเขาก็ยังจะโยนมันทิ้งไว้ในถังขยะอยู่ดี แต่ด้วยการสนับสนุนจากบรรดาแฟน ๆ ที่ไม่ได้มีต่ออัลบั้มนี้เท่านั้นหากแต่ยังรวมถึงผลงานในชุดต่อ ๆ มาด้วย ได้ทำให้ AC / DC กลายเป็นวงร็อกขวัญใจ วงร็อกที่ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นซุปตาร์แห่งวงการเพลงร็อกไปในที่สุด

9. “Never Mind the Bollocks, Here’s the Sex Pistols” – Sex Pistols (1977)

บรรดานักแต่งเพลงและเพื่อนศิลปินต่างก็ชื่นชอบอัลบั้มเปิดตัวของ Sex Pistols ‘Never Mind the Bollocks, Here’s the Sex Pistols’ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่ไม่เลิฟอัลบั้มชุดนี้อยู่ดี และหนึ่งในนั้นก็คือตำรวจท้องถิ่นในสหราชอาณาจักรที่มองว่าอัลบั้มนี้มีความไม่เหมาะสมและเตือนร้านค้าไม่ให้สต็อกอัลบั้มนี้ไว้ขาย (ผู้จัดการร้านคนหนึ่งถูกจับเพียงเพราะเอามันออกมาวางโชว์ในร้าน) ชาร์ตเพลงปฏิเสธที่จะจัดให้เพลงจากอัลบั้มนี้อยู่ในอันดับใด ๆ ทั้งนั้น หนังสือพิมพ์ก็ใส่ร้ายวงและเพลงของพวกเขา แม้แต่ BBC ก็ยังสั่งห้ามเปิดเพลง “God Save the Queen” โดยบอกว่ามัน “มีรสนิยมอันต่ำตม” อย่างไรก็ตามจากความแรงของซิงเกิลอย่าง “Anarchy in the U.K” และ “ Holidays in the Sun” “ Never Mind the Bollocks” ซึ่งเปิดตัวที่อันดับ 1 และใช้เวลา 60 สัปดาห์ที่น่าอัศจรรย์ในชาร์ตท็อป 25 อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีอีกด้วย

8. “Jazz” – Queen (1978)

เดอะชิคาโกทริบูน, โรลลิงสโตนและวิลเลจวอยซ์ ล้วนแล้วแต่ยี้อัลบั้มของวง Queen ในปี 1978 ที่มีชื่อว่า ‘Jazz’ ซึ่งมีเพลงดัง ๆ อย่าง “ Bicycle Race” “ Fat Bottomed Girls” และ “ Don’t Stop Me Now” ‘Jazz’ ถูกโรลลิงสโตนด่ากราดและนักวิจารณ์เดฟ มาร์ชถึงกับกล่าวหาว่าวง Queen เป็น “วงดนตรีร็อกฟาสซิสต์วงแรกอย่างแท้จริง” เดอะวิลเลจวอยซ์มีความโหดร้ายมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้ถ้อยคำที่แสนเจ็บแสบโดยให้เกรดอัลบั้มนี้ไว้ที่ C-plus และบอกว่าเพลงของวง Queen ฟังดูเหมือนวง 10cc (วงดนตรีร็อกจากอังกฤษเช่นเดียวกันกับ Queen) ที่ยัดอะไรเข้าไปในที่ที่ไม่ควร ส่วน Creem ก็วิจารณ์อีกด้วยว่ามันเป็นความพยายามที่ “น่าเบื่อหน่ายไร้สาระ” และประกอบด้วย “ความคิดที่โง่เขลาและท่าทางเลียนแบบ” นอกเหนือจากการได้รับการรับรองระดับแพลทินัมและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่คลาสสิกแล้ว ‘Jazz’ ยังครองอันดับที่ 6 ใน Billboard 200 ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

7. “My War” – Black Flag (1984)

‘Black Flag’ ผู้บุกเบิกแนวดนตรีฮาร์ดคอร์พังก์ถูกเมินอย่างมากหลังจากการเปิดตัวอัลบั้มแรกของพวกเขา ‘Damaged’ ที่ออกมาในปี 1981 แม้ว่าในที่สุดมันจะถูกยกระดับขึ้นสู่การเป็นอัลบั้มที่โดดเด่นก็ตาม จากนั้น Black Flag ก็ไม่ลดละความพยายามด้วยการปล่อยผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 ‘My War’ ออกมาในปี 1984 ซึ่งได้รับความสนใจมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปเพราะมีการถูกพูดถึงว่าอัลบั้มนี้มีการลดลงของอารมณ์ขันและเพลงที่ทรงพลังแต่กลับเต็มไปด้วยเพลงหม่น ๆ มากมายเดอะบอสตันฟีนิกซ์วิจารณ์มันว่า “น่าเบื่อเหลือทน” ในขณะที่ Maximumrocknroll เปรียบเปรยไว้อย่างเจ็บแสบว่า “Black Flag กำลังเลียนแบบ Iron Maiden ที่เลียนแบบ Black Flag อีกทีในวันที่เลวร้าย” ด้านแรกของอัลบั้มเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากอัลบั้มก่อนหน้า แม้ว่าจะมีโซโลกีตาร์ที่ไม่เหมือนใครซึ่งอาจทำให้แฟนเพลงพังก์สับสน แต่ฝั่ง B มีแทร็กแบบทดลองอยู่ 3 แทร็กที่ออกไปในแนวดูมเมทัลแต่มันกลับเป็นสิ่งที่นักวิจารณ์ยี้กัน (โรเบิร์ต คริสเกาเรียกพวกมันว่า “ปฏิกูล”) แต่อย่างไรก็ตาม Black Flag ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่ามีอิทธิพลต่อแนวดนตรีฮาร์ดคอร์พังก์ เมทัลและแม้แต่กรันจ์  มาร์ก อาร์มแห่งวงร็อกอเมริกันนาม ‘Mudhoney’ ยังเคยกล่าวว่าเขานั้นถึงกับร้องไห้เลยเมื่อได้ยินเพลง “Nothing Left Inside” เป็นครั้งแรกและเคิร์ต โคเบนฟรอนต์แมนแห่งวง Nirvana ก็กล่าวถึงทัวร์ ‘My War’ ว่าเป็นคอนเสิร์ตพังก์ครั้งแรกที่เขาเคยได้ดูและนอกจากนี้เขายังจัดอันดับให้ ‘My War’ เป็นหนึ่งใน 50 อัลบั้มโปรดที่สุดของเขา

6. “Bad” – Michael Jackson (1987)

3 ใน 4 ดาวจากลอสแอนเจลิสไทมส์ 4 ใน 5 ดาวจากเบลนเดอร์ และได้เกรด B-plus จากเอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี ริชาร์ด โครเมลินแห่งโรลลิงสโตนใช้คำอธิบายว่ามัน “ไม่เลว” แต่ “น่าผิดหวัง” ในแง่ของระดับความคิดสร้างสรรค์ ส่วน โรเบิร์ต คริสเกาจากวิลเลจวอยซ์ก็เศร้าใจที่มันขาดซึ่ง “บทเพลงที่มีความลุ่มลึกและเฉียบคม” แน่นอนว่านี่ฟังดูไม่เหมือนกับบทสรุปของสตูดิโออัลบั้มปี 1987 ของ ไมเคิล แจ็กสัน ที่ชื่อว่า ‘Bad’ ซึ่งเรารู้จักกิตติศัพท์กันดีในทุกวันนี้ ซึ่งได้รับรางวัลแกรมมี่ถึง 2 ครั้งและขายได้มากกว่า 35 ล้านชุดทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นอัลบั้มแรกที่มีเพลงอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 5 เพลง ได้แก่เพลง “I Just Can’t Stop Loving You” “ Bad” “ The Way You Make Me Feel” “Man in the Mirror” และ “Dirty Diana”

5. “Ten” – Pearl Jam (1991)

ย้อนกลับไปในปี 1991 ในช่วงที่แนวดนตรีกรันจ์กำลังบูม นักวิจารณ์เพลงต่างกระตือรือร้นที่จะพูดถึงอัลบั้มใด ๆ ที่ออกมาในแนวนี้ แต่ก็มีนักวิจารณ์บางคนเหมือนกันที่อาจมองข้ามอัญมณีชิ้นสำคัญไป โมโจ, Q และโรลลิงสโตน ต่างพร้อมใจกันยกให้อัลบั้มเปิดตัวของ Pearl Jam ‘Ten’ ได้ 4 ใน 5 ดาว แถม 2 สำนักหลังยังจัดอันดับให้อัลบั้มชุดนี้ติดลิสต์อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นี่คือฝั่งที่ชื่นชมบูชาแต่ว่าในฝั่งที่สับเละนั้นก็มี NME ที่กล่าวหาว่าวงดนตรีวงนี้ “พยายามขโมยเงินจากในกระเป๋าของเด็กอัลเทอร์” ในขณะที่โรเบิร์ต คริสเกา และเอนเตอร์เทนเมนต์วีกลีเรียกอัลบั้ม ‘Ten’ ว่าเป็นสำเนาของวงดนตรีกรันจ์วงอื่นที่กำลังแจ้งเกิด ท้ายที่สุดความนิยมของอัลบั้มชุดนี้ก็ทำให้มันเป็นอัลบั้มที่มียอดขายถึง 15 ล้านแผ่นจากความแรงของเพลงฮิตคลาสสิก “Alive”“ Even Flow” และ “Jeremy”

4. “Pablo Honey” – Radiohead (1993)

ถึงจะไม่ได้ “ เกลียด” แต่ก็ไม่ได้ “ชื่นชม” เสียทีเดียว คือกระแสตอบรับจากนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ในตอนนั้นที่มีต่ออัลบั้มแรกของ ‘Radiohead’ ที่มีชื่อว่า ‘Pablo Honey’ ที่ปล่อยออกมาในปี 1993 Q ชมอัลบั้มชุดนี้ว่า “ดี” แต่กลับให้คะแนนเพียง 3 จาก 5 ดาวเท่านั้น ในทำนองเดียวกันลอสแองเจลิสไทม์สให้ ‘Pablo Honey’ 2 ดาวครึ่งจาก 4 ดาวโดยยกย่องซิงเกิลฮิต “Creep” แต่ก็บอกว่า “การเปิดตัวของวงดนตรี 4 ชิ้นจากอังกฤษวงนี้ไม่ได้มอบอะไรใหม่ ๆ ที่คุณไม่เคยได้ฟังมาก่อน”  เอนเตอร์เทนเมนต์วีกลีให้เกรด B และกล่าวเปรียบเทียบ Radiohead กับวงรุ่นใหญ่อย่าง U2, the Smiths และ the Cure ไว้ในหนึ่งประโยค ส่วนวิลเลจวอยซ์ก็ไม่แนะนำให้ซื้ออัลบั้มชุดนี้ และนั่นก็ทำให้ ‘Pablo Honey’ กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ถูกประเมินค่าต่ำไปจริง ๆ เพราะสุดท้ายมันก็มียอดขายที่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อยู่ที่ 1 ล้านชุดทั่วโลกและยังได้รับการรับรองระดับแพลทินัมทั้งในอังกฤษและประเทศอื่น ๆ และก็คงไม่ต้องสาธยายใด ๆ ว่าเพลง “Creep” นั้นมีความหมายต่อแฟนเพลงมากแค่ไหน

3. “Korn” – Korn (1994)

เดอะคาลการีเฮรัลด์วิจารณ์อัลบั้มเปิดตัวของ ‘Korn’ ที่มีชื่อเดียวกันกับวงไว้อย่างไม่มีชิ้นดี ส่วนโรเบิร์ต คริสเกาก็แทบไม่ได้พูดถึงเรื่องเพลงเลยในบทความความยาว 88 คำของเขาที่จบลงด้วยการให้เกรดอัลบั้มที่ C-plus แต่นั่นก็แค่ทำให้ความสำเร็จของวงช้าลงนิดหน่อยเท่านั้น เราอาจกล่าวได้ว่าอัลบั้มชุดนี้คืออัลบั้มแรกในแนวดนตรีนูเมทัลของโลกใบนี้ ซึ่งมีบทเพลงอันหนักหน่วงอย่าง “Blind” และ “Shoots and Ladders” อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกสุ้มเสียงแนวใหม่และมีเนื้อเพลงที่ลุ่มลึก แถมยังได้รับการรับรองระดับดับเบิลแพลทินัม

2.“(What’s the Story) Morning Glory” – Oasis (1995)

ในขณะที่อัลบั้มเปิดตัวของ Oasis  ‘Definitely Maybe’ ได้รับเสียงชื่นชมแทบจะในทันทีที่มันออกมา แต่นักวิจารณ์กลุ่มเดียวกันนี้กลับไม่รู้สึกแบบเดียวกันกับอัลบั้มชุดต่อมาของวง ‘What’s the Story) Morning Glory’ ที่ถูกเรียกว่า “ฝืด หนืด เนือย” โดยเมโลดีเมกเกอร์ส่วนดิอินดีเพ็นเดนต์ก็เรียกเพลงของอัลบั้มนี้ว่า “เรื่อย ๆ เปื่อย ๆ” และ “น่าเบื่อหน่าย” และนิตยสาร Q กล่าวว่าเนื้อเพลงนั้น “ไม่มีอะไรเกี่ยวกับอะไรเลย” น่าแปลกใจที่โรลลิงสโตนและ NME เป็น 2 สำนักที่กลับยกย่องอัลบั้มนี้ ซึ่งอาจไม่น่าแปลกใจนักเพราะว่าต่อมาอัลบั้มก็ติดอันดับ 4 จาก Billboard 200 และมีเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง ” Wonderwall” “Champagne Supernova” และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ‘(What’s the Story) Morning Glory’ ยังมียอดขายถล่มทลายได้รับการรับรองระดับแพลทินัมกว่า 14 ครั้งสร้างสถิติในสหราชอาณาจักรซึ่งไม่เคยมีใครโค่นลงได้จนกระทั่ง Adele ได้ปล่อยอัลบั้ม ‘21’ ในปี 2011

1. “Pinkerton” – Weezer (1996)

คงจะเป็นการยากสำหรับ Weezer ที่จะทำผลงานให้โดดเด่นกว่าสตูดิโออัลบั้มเปิดตัวของพวกเขาในปี 1994 ซึ่งเป็นที่มาของซิงเกิลฮิตอย่าง “Buddy Holly” “Undone – The Sweater Song” และ “Say It Ain’t So” ที่ทำไว้ได้ดีมาก ๆ และเป็นที่เข้าใจกันดีว่านักวิจารณ์เองก็อาจจะเตรียมเฉาะอัลบั้มอาถรรพ์หมายเลข 2 ของพวกเขา ‘Pinkerton’ ที่ออกมาในปี 1996 เอนเตอร์เทนเมนต์วีกลีกล่าวว่ามันเป็นเสมือน “บทเพลงแห่งความถอยห่างอันยืดยาว” ส่วนเมโลดีเมกเกอร์แนะนำให้ผู้ฟัง “อย่าไปใส่ใจเนื้อเพลงทั้งหมด” และร็อบ โอคอนเนอร์แห่งโรลลิงสโตนก็เรียกอัลบั้มนี้ว่า “ละอ่อน” และ “ไร้จุดหมาย” แม้กระทั่งแฟน ๆ เองก็ไม่อาจเห็นเป็นอื่นไปจากนี้ด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ‘Pinkerton’ ก็ได้เปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจในความคิดของทุกคนเพราะตอนนี้มันกลับถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของวง ยกตัวอย่างจากกรณีผู้อ่านของโรลลิงสโตนที่กล่าวว่า ‘Pinkerton’ เป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของปี 1996 เพียง 6 ปีต่อมาผู้อ่านนิตยสารฉบับเดียวกันนี้กลับโหวตให้อัลบั้มชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลลำดับที่ 16 นี่มันอะไรกันเนี่ย !!

Source

Yardbarker

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...