โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำความรู้จักกับ "เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว" Cyber security 1 ใน 5 ของประเทศ กำลังเข้าตลาดหุ้นฯ

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 12.22 น. • This’s Alano

บริษัทเอ็นฟอร์ซซีเคียวจำกัด(มหาชน)หรือSECURE ซึ่งมีแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai) จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนทีมข่าวWealthy Thai สรุปมาให้ฟังแล้วอีกหนึ่งหุ้นไอพีโอที่น่าจับตาอย่างบริษัทเอ็นฟอร์ซซีเคียวจำกัด(มหาชน)หรือSECURE ซึ่งมีแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัดเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนทีมข่าวWealthy Thai สรุปมาให้ฟังแล้วโดยการเปิดเผยข้อมูลผ่านนายนักรบเนียมนามธรรมประธานเจ้าหน้าที่บริหารSECURE และนายพายุพัดมหาผลกรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัดในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินนายนักรบเนียมนามธรรมกล่าวว่าบริษัทดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์(Cyber security) และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก(ไอพีโอ) จำนวน27.74 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ0.50 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ27.0 ของทุนจดทะเบียนก่อนการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิและได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัดเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai)สำหรับวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อใช้สร้างศูนย์ให้บริการด้านเทคนิค(Technical Support Center), การลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์(Cyber security),การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนการลงทุนในอนาคตบริษัทมีแผนสร้างศูนย์ให้บริการด้านเทคนิคและขยายทีมบุคลากรในฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการให้กับลูกค้าและใช้ในการสาธิตการทำงานของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการได้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งมีแผนลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ด้านCyber security ที่จะช่วยในการเชื่อมต่อโซลูชั่นของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯเป็นตัวแทนจำหน่ายเข้ากับระบบต่างๆของลูกค้าและอาจมีการร่วมมือกับบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงการขายซอฟท์แวร์ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ(White Label) ตลอดจนการซื้อทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับผลประกอบการย้อนหลังในช่วง3 ปี(2561-2563) ที่ผ่านมาบริษัทฯมีรายได้รวม575.70 ล้านบาท650.78 และ639.14 ตามลำดับส่วนกำไรสุทธิจำนวน69.46ล้านบาท58.42 ล้านบาทและ23.73 ล้านบาทตามลำดับโดยบริษัทมีรายได้ประจำระดับ25-30% มาอย่างต่อเนื่อง
นายนักรบกล่าวอีกว่าการระบาดของCOVID-19 ไม่กระทบต่อธุรกิจเนื่องจากมองว่าตราบใดที่มีการใช้ไอทีก็จะมีCyber security เข้าไปกำกับดูแลโดยคู่แข่งในประเทศไทยมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจCyber security เหมือนกับทางSECURE เพียง4 รายซึ่งทั้ง4 รายเป็นบริษัทจากต่างประเทศและSECURE ถือเป็นรายเดียวที่เป็นสัญชาติไทยมีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ20-25%นอกจากนี้การตัดสินใจระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์mai ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทฯซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจมีโอกาสในการขยายการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อผนึกเข้ากับผลประกอบการที่เติบโตเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากการที่องค์กรต่างๆที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยเฉพาะจากแผนการบังคับใช้พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์พ.ศ.2562 และพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คาดว่าจะมีผลบังคับในปี2565ดังนั้นส่งผลให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคตรวมทั้งจะทำให้มีโอกาสรับงานโครงการขนาดใหญ่มากขึ้นขณะเดียวกันได้เพิ่มศักยภาพการพัฒนาองค์กรผ่านการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆรวมถึงการขยายธุรกิจในต่างประเทศอีกด้วย
นายพายุพัดมหาผลกรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัดในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่าSECURE เป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจในการลงทุนอย่างมากเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีผลประกอบการเติบโตในทิศทางที่ดีมาโดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาและจุดเด่นที่สำคัญคือมีความเชี่ยวชาญอย่างสูงในด้านCyber security ผสานกับความเข้าใจในความต้องการของตลาดรวมถึงการมีโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดmai ภายใน30 วันนับจากนี้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าหลายกลุ่มอาทิภาครัฐสถาบันการศึกษาสาธารณสุขสถาบันการเงินกลุ่มผู้ให้บริการและกลุ่มองค์กรธุรกิจจึงถือเป็นอีกบริษัทที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการลงทุนขณะที่แนวโน้มในอนาคตที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมากตามการขยายตัวของโลกยุคดิจิทัลที่มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มความซับซ้อนทางด้านเทคนิคที่มีผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...