เลือกตั้ง62 : ส่องนโยบาย 5 ด้าน จาก 5 พรรคการเมือง โค้งสุดท้ายก่อนตัดสินใจ
นับถอยหลังเหลือเพียงอีกไม่กี่วันแล้ว สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคการเมืองต่างๆ เร่งลงพื้นที่หาเสียง พร้อมจัดเวทีปราศรัยกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งชูนโยบายพรรคเพื่อเรียกคะแนนเสียงกันอย่างไม่มีพรรคไหนยอมแพ้กันเลย วันนี้ MThaiNews จึงได้รวบรวมนโยบายจาก 5 การเมืองมาให้ผู้อ่านได้รับชมกัน
นโยบายด้านการศึกษา
….
นโยบายด้านการคมนาคม
นโยบายด้านการเกษตร
นโยบายด้านการสวัสดิการสังคม
นโยบายด้านการทหาร
พรรคเพื่อไทย
นโยบายด้านการศึกษา
– เพิ่มงบประมาณและให้ความสำคัญกับการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย
– ยกระดับให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอัจฉรินะ 20,000 แห่ง
– One-Laptop-per Child หรือหนึ่งแล็ปท็อปต่อเด็กหนึ่งคน
– เรียนฟรี 15 ปี พร้อมดึงเด็กที่ต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะฐานะบทางบ้านยากจน ให้กลับเข้าสู่ระบบทางการศึกษา ผลักดันให้เรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
– กองทุนกู้ยืม ‘เรียนก่อนผ่อนทีหลัง’ เมื่อมีงานทำ
– ปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย
– โครงการหนึ่งอำเภอสองภาษา เด็กไทยจะต้องสื่อสารได้ทั้ง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ และจีน) สามารถสื่อสารได้ตั้งแต่ชั้น ม.3 ผ่านครูเจ้าของภาษาและแอพพิลเคชั่นฝึกภาษา
นโยบายด้านการคมนาคม
สร้าง ‘เมื่องน่าอยู่ เมืองเดินได้’ เชื่อมระบบคมนาคม ทางพรรคเพื่อไทยได้พูดถึงนโยบายทางด้านคมนาคม โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงไว้ว่า ปัญหารถติดภายในกรุงเทพฯ นั้น ไม่ได้เกิดจากปัญหาปริมาณรถที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว นั้นก็มาจากประชชาชนใช้รถโดยสารสาธารณะน้อยลง เพราะโดยสารไม่สามารถพาผู้คนไม่ถึงจุดหมายได้โดยตรง เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายต่างๆ เป็นเพียงแค่เส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมในกรุงเทพ ซึ่งเป็นการขนส่งมวลชนที่พาไปถึงจุดหมายหลักๆเท่านั้น แต่ไม่ได้พาไปถึงบ้าน ถึงที่ทำงาน ถึงที่เรียนสถานศึกษา
– การใช้ระบบการขนส่งสาธารณะ ปรับปรุงรถเมล์ให้มีคุณภาพ พร้อมปรับเส้นทางการเดินรถเมล์ใหม่เพื่อให้สอดคล้อง และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
– บ้านใกล้ที่ทำงาน – ที่ทำงานใกล้บ้าน เนื่องจากปัจจุบันสถานที่ทำงานส่วนใหญ่ถูกกระจุกอยู่ในกลางกรุงเทพฯ ทำให้มนุษย์เงินเดือนต้องใช้เวลาเดินทางเข้ามาทำงาน ส่งผลกระทบในเรื่องปัญหาการจราจร การที่จะทำให้บ้านใกล้ที่ทำงาน อาทิ การทำที่พักอาศัยแบบเช่า เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาเก็บเงิน สร้างตัว อาจในช่วงระยะสั้น 5 ปี แล้วปล่อยให้รายอื่นๆเข้ามาเช่าต่อ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่สูงมากนัก หรือ การทำให้ที่ทำงานใกล้บ้าน อาทิ การกระจายสำนักงานไปตามเขตรอบเมือง ตามชานเมืองให้มากขึ้น พร้อมสร้างนโยบายจูงใจกับเอกชนในการลงทุน สร้างที่ทำงานนอกเหนือจากในตัวเมือง
-เน้นการสร้างเมืองที่สามารถเดินได้ ตามรอบรถไฟ้า หรือ บริเวณรอบป้ายรถเมล์
-สานต่อโครงการรถเมล์ รถไฟ ฟรี
นโยบายด้านการเกษตร
– การปฏิรูปโครงสร้างการผลิตจากเดิม ไปสู่เกษตรกรรมที่ส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อการอุปโภคและบริโภค
– พืชเพื่อผลิตพลังงานทดแทน
– การปรับพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับประเภทของพืชเศรษฐกิจ
– ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อย
– การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยอุตสาหกรรมการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม
นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
– พรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 400 บาท ต่อวัน พร้อมปรับเงินเดือนสำหรับผู้ที่เรียนจบปริญญาตรี ให้เป็น 18,000 บาท ต่อเดือน
นโยบายด้านสวัสดิการ
– ระบบสวัสดิการสังคม ที่ครอบคลุมและยุติธรรมแก่ผู้ที่ส่งเงินประกันสังคมให้แก่ภาครัฐในทุกสาขาอาชีพ
– เร่งรัดกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานสวัสดิการสังคม และแนวทางในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสังคมประเภทต่างๆ
– เสริมสร้างระบบประกันการว่างงาน ให้เกิดประสิทธิภาพ และแก้ไขกฎหมายด้านแรงงานให้เกิดความเป็นธรรม
– สวัสดิการเงินสงเคราะห์บุตร ขั้นต่ำ 1,200 บาท พร้อมให้ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งอายุ 8 ขวบ
– สานต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ยกระดับให้สูงขึ้น
– ‘กองทุนเถ้าแก่ใหม่’ กองทุนเพื่อสร้างโอกาสให้กบคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว
นโยบายการเณฑ์ทหาร
– ตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม 10% เพื่อให้เงินดังกล่าวไปใช้ในส่วนของสวัสดิการ ‘กองทุนเถ้าแก่ใหม่’
– ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร พร้อมเปลี่ยนมาเป็นระบบแบบสมัครใจ
พรรคประชาธิปัตย์
นโยบายด้านการศึกษา
– การดูแลทารกและเด็กในช่วงปฐมวัย โครงการ ‘เกิดบั๊บรับเงินแสน’ ให้เงินเด็กแรกเกิดคนละ 5,000 บาทในเดือนแรก และได้รับอีกเดือนละ 1,000 บาท ในเดือนต่อๆ จนเด็กอายุครบ 8 ปี
– ปรับหลักสูตรการศึกษาเพื่อโลกอนาคต
– นโยบายเรียนฟรีถึงชั้น ปวส.
– เรียนจบแล้วมีงานทำ
– การศึกษาตลอดชีวิต ด้วย ‘โครงการคูปองล้านใบ’ ให้เป็นสิทธิทางเลือกในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามความถนัดและความสนใจ เพื่อสร้างและส่งเสริมทักษะในด้านต่างๆ ที่จำเป็นส้าหรับประชาชน
– กองทุน Smart Educations อยู่ภายใต้สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (ส.ส.ค.) ที่เป็นหน่วยงานอิสระ มีงบประมาณเฉพาะที่เพียงพอ ทำหน้าที่สนับสนุนให้องค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านการศึกษาใช้เงินทุนจากกองทุนดังกล่าว ไปดำเนินการเพื่อพัฒนายกระดับการศึกษาและขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
นโยบายด้านการคมนาคม
– เร่งพัฒนารถไฟฟ้าควบคู่ไปกับรถเมล์
– การเร่งรัดโครงการสร้างรถไฟฟ้ารางคู่
– ลดอัตราค่าบริการ รถไฟฟ้าที่รัฐบาลรับผิดชอบ ถูกลงกว่าครึ่งหนึ่งของราคาปัจจุบัน
– ใช้รถเมล์พลังงานไฟฟ้า มาวิ่งให้บริการและให้สอดคล้องกับความตต้องการของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ
– ขยายโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
นโยบายด้านการเกษตร
– ประกันรายได้พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน รวมถึงพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นตามความเหมาะสม
– แก้ไขปัญหาหนี้สิน ฟื้นฟูอาชีพ และความเป็นอยู่ของเกษตรกร
– สร้างตลาดกลางเพื่อการค้าส่งและค้าปลีกสินค้าเกษตรในทุกภูมิภาคของประเทศ
– ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร
– ผลักดันการทำเกษตรแบบ Smart Farming เพื่อลดต้นทุน พร้อมส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร
นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
– พรรคประชาธิปัตย์ เสนอนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 400 บาท ต่อวัน หรือรายได้ขั้นต่ำ 120,000 ต่อปี
นโยบายด้านสวัสดิการ
– เพิ่มระยะเวลาสิทธิลาคลอดเพื่อการเลี้ยงดูบุตร จากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือน
– ส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือนขั้นต่ำจากรัฐ
– ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูฐานะของผู้มีรายได้น้อย
– ปรับอัตราเบี้ยผู้สูงอายุ เป็น 1,000 บาท
– ฝึกทักษะแรงงานให้กับผู้สูงอายุ เพิ่มโอกาสการได้รับการจ้างงานหลังเกษียณอายุ
นโยบายการเณฑ์ทหาร
– ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร พร้อมหามาตรการจูงใจในการสมัครเป็นทหาร
– ขจัดความรุนแรงในการฝึกทหาร
– ลดกำลังพล
พรรคพลังประชารัฐ
นโยบายด้านการศึกษา
– การศึกษาประชารัฐ 4.0
– มุ่งเน้นแก้ปัญหาให้กับนักศึกษาที่เป็นหนี้ค้างชำระ กยศ.
– สร้างหลักประกันการศึกษาถ้วนหน้าเพื่อให้เด็กได้เล่าเรียนอย่างภาคภูมิ และวางระบบให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลระบบการศึกษาแทนกระทรวง ตามแนวคิด ‘บ้าน’ ‘วัด’ ‘โรงเรียน’
– ‘ดึงมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงแก่โรงเรียน เพื่อส่งเสริมระบบการเรียนการสอนแก่โรงเรียน ครู และเด็กเยาวชน’ เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น เพราะสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความพร้อมด้านองค์ความรู้และบุคลากร
นโยบายด้านการคมนาคม
– ต่อยอดนโยบายตามที่รัฐบาลได้ทำไว้
– แก้ไขปัญหาการจราจร
– ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะ
– บัตร Bangkok Card ใช้ได้ทุกอย่างจบครบในบัตรเดียว
– นำระบบเทคโนโลยี AI มาจัดการเรื่องการจราจร บนท้องถนน พร้อมมีแอพพลิเคชั่นที่สามารถช่วยวางแผนในการเดินทางได้
นโยบายด้านการเกษตร
– นโยบาย 3 ลด 3 เพิ่ม คือ ลดต้นทุน ลดภาระหนี้ และลดความเสี่ยงจากราคาตกต่ำ
– เพิ่มแนวทางหารายได้ที่กระจายและยั่งยืน
– เพิ่มค่าชดเชยค่าเกี่ยวข้าวจากเดิม
นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
– พรรคพลังประชารัฐ ได้มีนโยบายเสนอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท วุฒิอาชีวะเงินเดือน 18,000 บาท และวุฒิระดับปริญญาตรีเงินเดือน 20,000 บาท
นโยบายด้านสวัสดิการ
– ‘มารดาประชารัฐ’ ตั้งครรภ์รับเงินช่วยเหลือทันทีผ่านบัตรสวัสดิการคนท้อง รวม 2.7 หมื่นบาท ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน
– รับเงินช่วยเหลือ 1 หมื่นบาทเมื่อถึงวันคลอด และให้เงินสนับสนุน 2,000 บาทต่อเดือนต่อเนื่อง 6 ปี
– ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสู่ 4 กลุ่มเป้าหมาย ขยายจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อย (ผู้สูงอายุ , คนพิการ , สตรีมีครรภ์ , แรงงาน)
– พัฒนาทักษะเสริมอาชีพ ผู้มีรายได้น้อย
– รวม 44 สวัสดิการ จาก 14 หน่วยงานในบัตรเดียว
– ผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี บุตรเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ได้รับจัดสรรที่ดินทำกิน
– ส่งเสริมการทำงานของผู้สูงวัย
– ปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือนเท่ากันทุกช่วงอายุ
– สร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งให้ผู้สูงอายุ
พรรคอนาคตใหม่
นโยบายการศึกษา
– ให้เงินเลี้ยงดูบุตร อายุ 0-6 ขวบ เดือนละ 1,200 บาท
– อุดหนุนเงินเยาวชนอายุ 18-22 ปี เดือนละ 2,000 บาท
– สร้างศูนย์เลี้ยงเด็ก 20,000 โรง ทั่วประเทศ
– ยกระดับห้องเรียน-ห้องสมุด 17,000 โรงทั่วประเทศ เกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียน หนังสือเรียนที่มีคุณภาพ ห้องสมุด WiFi ฟรี
พัฒนาสถาบันฝึกอาชีวะ 900 โรงทั่วประเทศ
– ยุบโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการที่ไม่จำเป็น
– เพิ่มนักโภชนาการ 1 คน / 1 เขต การศึกษา
นโยบายด้านการคมนาคม
– การใช้รถเมล์ไฟฟ้า โดยผลิตจากในประเทศเองแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ
– จัดตั้งศูนย์ระบบควบคุมจราจรด้วยเทคโนโลยี AI
– เชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบ ด้วยระบบ Feeder และบัตรใบเดียว
นโยบายเกษตรกรรม
– ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
– ระงับข้อพิพาทที่ดิน ขีดเส้นป่าใหม่ นำป่าเสื่อมโทรมมาให้ชาวบ้านทำกิน
– ปลดหนี้เกษตรกร ที่มีปัญหาสังคม ชรา ทุพพลภาพ พิการ
– ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร ที่ยังมีศักยภาพ
นโยบายด้านสวัสดิการและสังคม
– เพิ่มเบี้ยคนชราเป็นเดือนละ 1,800 บาท
– เพิ่มงบบัตรทองเป็นคนละ 4,000 บาท
– เพิ่มวันลาคลอดเป็น 180 วัน
– เชื่อมโยงข้อมูลรัฐกับประชาชน ด้วยระบบ Single Digital ID
– แก้กฎหมายภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ที่ปิดกั้นการแสดงออก
– เพิ่มสิทธิเยาวชน ลดอายุบรรลุนิติภาวะ-สมัคร ส.ส.ได้ เหลือ 18 ปี
นโยบายทางการทหาร
– ปฏิรูปกองทัพ
– ลดงบกลาโหม 5 หมื่นล้านบาท
– ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนไปใช้ระบบสมัครใจ
– ลดกำลังพลลงครึ่งหนึ่ง
– ลดจำนวนนายพล
พรรคภูมิใจไทย
นโยบายการศึกษา
– พักหนี้ กยศ. 5 ปี จากผู้กู้ 10 ล้านคน 4 แสนล้านบาท
– นำภาษีที่ใช้จ่าย ผลการเรียน ชั่วโมงจิตอาสา มาลดหนี้ กยศ.ได้
– ปลดภาระผู้ค้ำประกัน
– สร้างสถาบันการศึกษาออนไลน์ Thailand Sharing University ให้เรียนฟรีจากประถม-มหาวิทยาลัย
เรียนสัปดาห์ละ 4 วัน
นโยบายเศรษฐกิจ
– นำ Buriram Model มาใช้พัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดอื่น
– ทำจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษ
– แก้กฎหมายประมง ให้ทำอาชีพประมงง่ายขึ้น
นโยบายด้านการเกษตร
– นำระบบ profit sharing มาใช้กับพืชเศรษฐกิจ ข้าว ยาง และมันสำปะหลัง
– แบ่งกำไรขายข้าว 75% ให้ชาวนา 25% ให้โรงสี
– ส่งเสริมพลังงานทดแทน ไบโอดีเซลและเอทานอล
นโยบายด้านสวัสดิการและสังคม
– ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงภาครัฐกับประชาชน
– แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค sharing economy (ทำ Grab ให้ถูกกฎหมาย)
– ไปทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน
– ยกระดับ อสม.เป็นหมอประจำบ้าน