โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องหุ้น SCC ลงรอบนี้เป็นโอกาสหรือความเสี่ยง ?

Stock2morrow

อัพเดต 12 มิ.ย. 2561 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2561 เวลา 05.07 น. • Stock2morrow
ส่องหุ้น SCC ลงรอบนี้เป็นโอกาสหรือความเสี่ยง ?

SCC หรือหุ้นที่นักลงทุนเรียกกันว่าหุ้นปูนใหญ่ ถือว่าเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่อยู่กับตลาดหลักทรัพย์ไทยมายาวนานและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดีและสร้างผลตอบแทนทั้่งส่วนต่างราคาหุ้นและเงินปันผลให้กับนักลงทุนเรื่อยมา เรียกได้ว่าเป็นหุ้นสำหรับนักลงทุน"พันธุ์แท้" ก็ไม่ผิดนัก

ในปี 2552 หุ้น SCC อยู่ในระดับ 90 กว่าบาท และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆจนมาแตะจุดสูงสุดที่ 550 บาทในปี 2558 ขึ้นมาสูงถึง 5 เท่าในเวลา 7 ปี ถือว่าเป็นหุ้นใหญ่ที่หายากที่จะสร้างผลตอบแทนได้สูงขนาดนี้ แต่หลังจากการแตะระดับ 550 บาท พอมาในปี 2560 ราคาหุ้น SCC ก็ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องจนหลุด 500 บาท นักวิเคราะห์เริ่มมองภาพของ SCC ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก กำไรไตรมาส1/2561 ที่ต่ำกว่าที่คาดการไว้ นักลงทุนสถาบันในไทยและต่างชาติเริ่มเทขายหุ้นลงมา ราคาน้ำมันดิบทีเพิ่มสูงขึ้นทำให้กำไรของธุรกิจปิโตรเคมีลดลง ค่าเงินบาทที่ผันผวน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยลบต่อ SCC ทั้งสิ้น

SCC เป็นธุรกิจ Holding ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง 
โดยสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น ปิโตรเคมี 46%, ธุรกิจปูนซีเมนต์ 36% และธุรกิจแพคเกจจิ้ง 18%
ในขณะที่สัดส่วนกำไรสุทธิแบ่งเป็นปิโตรเคมี 76%, ธุรกิจปูนซิเมนต์ 14%, ธุรกิจแพคเกจจิ้ง 8% และจากบริษัทที่ลงทุนโดยบันทึกเป็นเงินปันผลประมาณ 2%

จะเห็นได้ว่าธุรกิจปิโตรเคมีเป็นหัวใจหลักของ SCC รองลงมาคือธุรกิจปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง ดังนั้นนักลงทุนจำเป็นจะต้องติดตามธุรกิจหลักให้ดี โดยเฉพาะเรื่องของราคาน้ำมันที่มีผลต่อกำไรในธุรกิจปิโตรเคมี

เมื่อไม่นานมานี้ SCC ได้เข้าร่วมกับบริษัท JUSDA ของจีนเพื่อดำเนินธุรกิจบริการขนส่งและบริหารจัดการระบบ Supply Chain มูลค่าการลงทุน 333 ล้านบาท อีกทั้งเข้าลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีในเวียดนามมากถึง 2.9 พันล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นการเติบโตในอนาคต

ในไตรมาสแรกของปี 2561 ได้ประกาศผลประกอบการออกมา ถือว่าแย่กว่าที่ตลาดคิดเอาไว้โดยเป็นผลมาจากการลดลงของธุรกิจเคมิคอลมากถึง 38% ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ต้นทุนปิโตรเคมีสูงขึ้นเนื่องมาจากการพุ่งของราคาน้ำมัน

ในขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้งโตสูงถึง 29% และปูนซีเมนต์ที่โต 10%

จากแนวโน้มผลประกอบการของ SCC ที่น่าผิดหวัง ส่งผลให้กองทุนต่างชาติอย่าง Aberdeen Asset Management Asia ตัดขายหุ้นออกมา

ที่ผ่านมา SCC มีรายได้อยู่ในช่วง 4.5 แสนล้าน - 5 แสนล้าน กำไร 4.5 หมื่นล้าน - 5.5 หมื่นล้านคิดเป็น Net Margin ราวๆ 9-10% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ
ในขณะที่ปันผลอยู่ประมาณ 3-4% 
ราคาหุ้นมี P/E และ P/BV ที่ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับ ROE ที่อยู่ในเกณฑ์ 20%+

บทวิเคราะห์ว่าอย่างไรบ้าง ?
MBKET แนะนำให้ "ถือ" สำหรับหุ้น SCC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 500 บาท ให้เหตุผลไว้ว่า ธุรกิจการก่อสร้างยังชะลอตัวลง ธุรกิจแพคเกจจิ้งอยู่ในช่วงโลวซีซั่น แรงกดดันทางด้านน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะกดประมาณการไตรมาส 2/61 ให้ออกมาไม่ดี อย่างไรก็ดี SCC มีจุดเด่นที่กระแสเงินสดสูงประมาณ 8 หมื่นล้านบาท มีเป้าการลงทุนปีละ 5-6 หมื่นล้าน เสริมการเติบโตในอนาคต และจะรักษาระดับการปันผลที่ 4% 
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี้ :http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000342150/180521_SCC_t.pdf

 

Asiawealth คาดว่าธุรกิจปิโตรเคมีในปี 2561 มีแนวโน้มทรงตัว ธุรกิจปูนซีเมนต์ที่ไม่โต โครงการลงทุนที่เวียดนามล่าช้ากว่าที่คาดไว้ แต่ไดรับแรงหนุนจากธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตดี การเข้ามาลงทุนของ Alibaba จะกระตุ้นให้ยอดการใช้กระดาษเพิ่มมากขึ้น น่าจะโตประมาณ 5-10% คงคำแนะนำ "ถือ" ให้ราคาที่ 520 บาท
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี้ : http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000340530/SCC-180426-Company%20Update%20(TH).pdf

Phillip Capital แนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย 550 บาท ถึงแม้กำไรไตรมาส 1/61 จะต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่แนวโน้มปิโตรเคมียังดี ธุรกิจปูนจะฟื้นตัว
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี้ :http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000340423/SCC042618_t.pdf

 

หุ้นปูนใหญ่ ถือว่าขึ้นมาเยอะมากในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นอาจจะเข้าสู่ช่วงของการปรับฐานตามธรรมชาติของราคาหุ้นที่มีขึ้น-ลง-ปรับฐาน แต่ถ้าดูจากวงจรของธุรกิจแล้วอาจจะเริ่มค้นหาการเติบโตรอบใหม่ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนที่จีนและการลงทุนที่เวียดนาม สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยการเติบโตของธุรกิจในอนาคต อยู่ที่ว่านักลงทุนรอได้หรือไม่ ในมุมมองของนักวิเคราะห์เชื่อว่า SCC จะถูกกดดันจากผลประกอบการที่ไม่โตในระยะสั้น จึงแนะนำ "Hold" ไปก่อนจนกว่าจะเริ่มเห็นผลประกอบการกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

แหล่งข้อมูล
www.set.or.th

www.settrade.com

https://www.prachachat.net/finance/news-166041

https://www.prachachat.net/finance/news-157042

https://efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=P&id=akF3eDR6MWhMalE9

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...