โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ่อปิดตำนานซานซิโร่! 2 ทีมเมืองมิลานจับมือสร้างสนามใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 มิ.ย. 2562 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2562 เวลา 12.00 น. • The Bangkok Insight

เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน 2 สโมสรดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี บรรลุข้อตกลงร่วมกันถึงเรื่องที่พวกเขาจะเลิกใช้ ซาน ซิโร่ เป็นสนามเหย้า และไปสร้างสนามแห่งใหม่ด้วยกัน โดยที่คาดหวังว่าจะพร้อมใช้งานภายในฤดูกาล 2022-23

ซาน ซิโร่ ถือเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี ด้วยความจุ 80,018 ที่นั่ง ซึ่ง มิลาน กับ อินเตอร์ ใช้สนามแห่งดังกล่าวเป็นรังเหย้าของพวกเขามาตั้งแต่ปี 1926 กับ 1947 ตามลำดับ และการที่มันรองรับแฟนบอลได้มากขนาดทำให้บางครั้งทีมชาติอิตาลีมาเตะกันที่ ซาน ซิโร่ ด้วย

อย่างไรก็ตาม 2 ทีมเมืองมิลานพิจารณาทางเลือกระหว่างย้ายออกจาก ซาน ซิโร่ หรือทำการบูรณะสนามมาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่ ซาน ซิโร่ ในปัจจุบันค่อนข้างจะมีสภาพเก่า กระทั่งล่าสุด ลา รีพับบลิก้า สื่อของเมืองมะกะโรนี รายงานว่าทั้งสองทีมตกลงที่จะร่วมมือกันในการสร้างสนามแห่งใหม่ โดยโปรเจกต์นี้จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,200 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สนามแห่งใหม่ของทั้งสองทีมจะอยู่ติดกับ ซาน ซิโร่ เลย โดยจะยึดเอา เม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม สนามเหย้าของ นิวยอร์ค ไจแอนต์ส กับ นิวยอร์ค เจ็ตส์ เป็นต้นแบบ ส่วนความจุน่าจะอยู่ที่ 60,000 ที่นั่ง

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าสนาม ซาน ซิโร่ จะถูกทุบทิ้งด้วย ซึ่งจนถึงตอนนี้ 2 ทีมดังของเมืองมิลานยังไม่ได้ตัดสินใจว่าหลังจากนั้นพื้นที่เดิมของ ซาน ซิโร่ จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อ ถึงกระนั้นยังติดปัญหาอยู่บ้างเนื่องจาก เบ็ปเป้ ซาล่า นายกเทศมนตรีของเมืองมิลานยืนกรานว่าสภาเมืองต้องไม่เสียสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ซาน ซิโร่ เด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...