โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัชกาลที่ 5 พระราชทานเงิน 10,000 ชั่ง สร้าง "ป้อมพระจุล" ปกป้องสยามจากชาติตะวันตก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ก.ย 2566 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2566 เวลา 05.38 น.
ภาพจิตรกรรม รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ทอดพระเนตรปืนเสือหมอบ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า

สมุทรปราการ เป็นเมืองปากแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีบทบาทเรื่องความมั่นคงของประเทศ ทำให้มี “ป้อม” หรือหอรบหลายแห่ง เช่น ป้อมวิทยาคม, ป้อมเจ้าสมิงพราย, ป้อมแผลงไฟฟ้า, ป้อมศัตรูพินาศ ฯลฯ แต่ที่รู้จักกันมากที่สุดคงต้องยกให้ “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ป้อมพระจุล” ซึ่ง รัชกาลที่ 5 พระราชทานเงิน 10,000 ชั่งให้สร้าง เพื่อปกป้องสยามจากชาติตะวันตก

ป้อมพระจุล สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยเงินงบประมาณและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ด้วยทรงเห็นว่า ป้อมที่มีอยู่เดิมนั้นสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ชำรุดและล้าสมัย ไม่เหมาะจะใช้ป้องกันประเทศต่อไป เพราะฝ่ายที่จะสู้รบด้วยนั้นเป็นชาติตะวันตก ที่มีวิทยาการก้าวหน้า

พ.ศ. 2421 จึงโปรดฯ ให้ หลวงชลยุทธโยธิน (ชาวเดนมาร์ก) เป็นรองผู้บังคับการทหารมะรีน (นาวิกโยธิน) ออกแบบเขียนผังป้อมตามแบบป้อมทันสมัยของตะวันตก และเริ่มสร้างเมื่อปี 2427 โดยใช้เงินรายได้แผ่นดิน ซึ่งก็ไม่เพียงพอ เพราะประเทศเร่งพัฒนาหลายด้านพร้อมกัน ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

เพื่อให้การสร้างป้อมเป็นตามกำหนด รัชกาลที่ 5 จึงพระราชทานเงินจํานวน 10,000 ชั่ง (คิดเป็นมูลค่ายุคนี้ก็ราว 800,000 บาท) เพื่อสร้าง ป้อมพระจุล ดังความในพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งว่า

“…ฉันได้ตั้งไว้ว่าจะให้หมื่นชั่ง เมื่อเงินเหลือจากทำการก่อสร้างจะได้ใช้ซื้อสตราวุธยุทธภัณฑ์ต่างๆ สำหรับป้อมนั้นให้บริบูรร์ ขอให้ท่านเสนาบดีทั้วงปวงในที่ประชุมได้กะการ พร้อมด้วยพระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์แลพระยาชลยุทธโยธินให้ได้ลงมือทำงานและสั่งของโดยเร็ววันที่สุด ที่จะทำได้เพราะตัวเงินนี้มีพร้อมอยู่ที่จะจ่ายได้เมื่อใดทุกเมื่อ

ฉันได้จดหมายสั่งกรมหมื่นสมมตอมรพันธ อธิบดีกรมพระคลังข้างที่ ให้จ่ายเงินฉบับหนึ่ง ได้สั่งพระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์แลพระยาชลยุทธโยธินให้จัดการฉบับหนึ่ง ด่างสำเนามาให้ทราบด้วยแล้ว

แต่มีความกำเริบทเยอทยานอยู่อย่างหนึ่งซึ่งได้กล่าวไว้แล้วเก้าปีกับเดือนหนึ่งล่วงมาว่าป้อมนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ในแผ่นดินประจุบันนี้ อยากจะให้ชื่อป้อมจุฬาลงกรณ์ ฤาพระจุลจอมเกล้า คล้ายกับป้อมทั้งปวงซึ่งเฃาใช้ชื่อเจ้าแผ่นดินอยู่บ้าง เช่น ฟอตวิลเลียมเมืองกัลกัตตาเปนต้น ทั้งครั้งนี้จะสำเร็จเพราะทุนรอนซึ่งฉันจะอุดหนุนดังนี้ ก็ยิ่งมีความปรารถนากล้า ถ้าท่านทั้งปวงเหนสมควรแล้ว ขอให้เลือกนามใดนามหนึ่งเปนชื่อป้อมนี้ ให้เปนที่ชื่นชมยินดีแลเปนชื่อเสียงของฉันติดอยู่สืบไปภายน่า” [เน้นโดยผู้เขียน]

เมื่อป้อมพระจุลสร้างเสร็จเมื่อกลาง พ.ศ. 2436 จึงสั่งซื้อ ปืนใหญ่อาร์มสตรอง ขนาดปากลํากล้อง 6 นิ้ว จํานวน 7 กระบอก จากบริษัท เซอร์ ดับบลิว จี อาร์มสตรอง จํากัด มาติดตั้ง ปืนใหญ่ทั้ง 7 กระบอกอยู่ในหลุมปืน จัดเป็นปืนใหญ่บรรจุท้ายชุดแรก ที่กองทัพเรือไทยเป็นเจ้าของปืน กระสุนหนักนัดละเกือบ 50 กิโลกรัม มีระยะยิงไกลสุด 8,042 เมตร มี พลเรือโท พระยาวิจิตรนาวี ผู้ควบคุมการติดตั้งปืนใหญ่ประจําป้อม และ ร้อยเอก ฟอน โฮลต์ ครูสอนวิชาปืนใหญ่ เป็นผู้บังคับการป้อมคนแรก

ปืนดังกล่าว เวลาจะยิงต้องใช้แรงน้ำมันอัดยกปืนให้โผล่พื้นหลุม เมื่อยิงกระสุนพันลํากล้องไปแล้ว ปืนจะลดตัวลงมาอยู่ในหลุมตามเดิม คนไทยจึงเรียกว่าว่า “ปืนเสือหมอบ” รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ มาทรงทดลองยิงปืนเสือหมอบด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) และพระราชทานนามป้อมว่า ป้อมพระจุลจอมเกล้า

แล้ว “ป้อมพระจุล” ก็ได้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ

เย็นวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 หมู่เรือรบของฝรั่งเศส จํานวน 2 ลํา ชื่อ เรือแองกองสตังค์ (Inconstant) และเรือโคเมต (Comete) มีนาวาโทโบรี (Bory) เป็นผู้บังคับบัญชา มีเรือเย เบ เซย์ (J.B. Say) เป็นเรือนําร่อง แล่นเรือล่วงล้ำอ่าวไทยเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทหารที่ป้อมพระจุลจึงระดมยิงถูกเรือฝรั่งเศส จนเรือนําร่องทะลุไปเกยตื้นที่แหลมลําพูราย เรือฝรั่งเศสได้ชักธงรบ และระดมยิงมายังป้อมพระจุล ป้อมพระจุลยิงโต้ตอบด้วยปืนใหญ่ทุกกระบอก แต่เรือรบทั้ง 2 ลำ ยังคงแล่นเข้ามาถึงกรุงเทพฯ และจอดทอดสมออยู่ที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส

ผู้สันทัดกรณีหลายท่านเห็นตรงกันว่า ไทยเสียเปรียบฝรั่งเศสหลายข้อ เพราะกองกำลังทหารไทยมีขนาดเล็ก ขาดการฝึกอบรม นายทหารที่ปากน้ำก็มีเพียงคนเดียวที่พูดไทยได้ อีก 2 นาย เป็นชาวเดนมาร์ก เพิ่งมารับราชการในไทยได้ไม่นาน นายเฮนรี่ นอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญเรืองประเทศตะวันออกเล่าว่า

“ในระหว่างการต่อสู้กันนั้นนายทหารเหล่านี้วิ่งจนหอบไปที่ปืนแต่ละกระบอกสลับกัน ทั้งยังวิ่งขึ้นลงขั้นบันไดและฐานยิงที่สร้างเสร็จครึ่งเดียว โดยต้องระวังตัวอย่างดีที่สุดไม่ให้ตกหลุม พร้อมออกคำสั่งเป็นภาษาที่ทหารสยามฟังไม่เข้าใจ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสมุทรปราการ. คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542

สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา 25 มิถุนายน 2558

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 ตุลาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...