ดอกไม้จันทน์” กับบทบาทสำคัญของประวัติศาสตร์แห่งความอาลัยของไทย
H.I.P Marketing Studio
อัพเดต 28 ม.ค. 2565 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 03.10 น. • H.I.P Shout“ดอกไม้จันทน์” สัญญะในการแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายต่อผู้วายชนม์ เชื่อกันว่าเป็นการส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ทั้งยังเป็นสิ่งสุดท้ายซึ่งผู้มีชีวิตจะทำเพื่อบุคคลที่ตนรัก ซึ่งล่วงลับไปแล้วได้ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ประวัติความเป็นมา วันนี้ #TheShout จึงนำที่มาของการใช้ดอกไม้จันทน์มานำเสนอให้ทุกคนได้รู้กัน
.สำหรับ “ดอกไม้จันทน์” เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมทำกันเป็นประเพณีสืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยการเผาศพปัจจุบันผู้ขึ้นเผาบนเมรุไม่จำเป็นต้องนำดอกไม้ธูปเทียนขึ้นไปเผาด้วย เพียงถือดอกไม้จันทน์ที่ได้รับแจกจากเจ้าภาพก็ขึ้นเผาศพได้แล้ว เป็นความสะดวกในการใช้งานและการพกพา ไม่ต้องนำมาจากบ้านเพราะมารับแจกได้จากเจ้าภาพที่งานศพเลย เสร็จแล้วก็เผาไปพร้อมกับศพได้เลย
.ย้อนกลับไปในอดีต “ดอกไม้จันทน์” เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์แห่งความอาลัยของไทยอย่างยิ่ง นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานการใช้ “ท่อนจันทน์” และ “ไม้จันทน์” เผาพระสรีระเจ้านายชั้นสูงอย่างสมพระเกียรติ โดยผู้ที่จะใช้ดอกไม้จันทน์ได้นั้น มีแค่กษัตริย์ เจ้าขุนมูลนาย หรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เท่านั้น เพราะไม้จันทน์เป็นไม้มงคล หายาก และราคาสูง ซึ่งในอดีตจะไม่มีการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เช่นเดียวกับทุกวันนี้ รวมถึงการนำไม้จันทน์มาทำหีบศพ ใช้เป็นฟืนในการฌาปนกิจศพเพื่อกลบกลิ่น และยังมีการนำไม้จันทน์มาสร้างเป็นโกศสำหรับบรรจุศพของเจ้านายชั้นสูงอีกด้วย
.ย้อนกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการใช้ “ท่อนจันทน์” เผาศพเจ้านายชั้นสูง โดยในตำราราชเสวก ครั้งกรุงเก่า บันทึกว่า…“ถ้าจะถวายพระเพลิงพระบรมศพ ครั้นเปิดพระโกศออกแล้ว ให้มหาดเล็กถวายเครื่องพระชำระ มะพร้าวแก้ว สีพระทนต์ น้ำขมิ้น มะกรูด ส้มป่อย สนมรับต่อข้างในมาส่งให้มหาดเล็กถวาย และเครื่องชำระพระหัตถ์นั้น แล้วมหาดเล็กถวายนาคเพลิงเหล็กเพลิง แลเทียนฉลองพระหัตถ์ เทียนจุดเพลิงนั้นหมื่นเทวาทิศเบิกมาส่ง ครั้นถวายเหล็กเพลิงแล้ว สนมได้ถวายไม้เชื้อเพลิงชุบน้ำพิมเสนให้ทรงจุดเพลิงท่อนจันทน์แลธูปด้วย เทียนเพลิงนั้นส่งให้หมื่นเทวาทิศใส่โคมเลี้ยงเพลิงไป ให้สมเด็จพระสังฆราชจุดดอกไม้เพลิงเพลาค่ำ”
.ขณะที่หนังสือธรรมเนียมพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย อ้างอิงบันทึกประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรสยามของ “ฟรังซัวส์ อังรี ตุรแปง” ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยา เมื่อสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ถึงความสำคัญของ “ไม้จันทน์” ว่า ชาวสยามได้ใช้ประโยชน์หลายอย่างจากไม้จันทน์ รวมทั้งในพิธีศพด้วย
.บันทึกดังกล่าวสอดคล้องกับบันทึกของ “ซิมอน เดอ ลาลูแบร์” ที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาในสมัยเดียวกัน โดยมีการระบุในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยามว่า ชาวสยามเผาเครื่องหอมไว้ใกล้ ๆโลงศพ การเผาไม้จันทน์เช่นนี้คงเป็นลักษณะเดียวกับการจุดธูปตามพิธีศพในปัจจุบัน
.“ไม้จันทน์” ที่ใช้ถวายเพลิงแต่โบราณ เรียกขานว่า “จันทน์หิมาลัย” หรือฝรั่งเรียก “ไวท์แซนเดิลวูด” จะปลูกมากทางตอนใต้ของอินเดีย แต่ปัจจุบันไม้จันทน์ชนิดนี้หายากมาก จึงใช้ไม้จันทน์ที่เป็นไม้พื้นเมืองของไทยแทน คือ “จันทน์ชะมด” หรือ “จันทน์พม่า” เมื่อเวลาผ่านไป ไม้จันทน์ก็เริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เทียมขึ้นใช้ โดยนำเนื้อไม้จันทน์มาประดิษฐ์ และจากที่เคยได้รับความนิยมกันในหมู่ชนชั้นสูง ต่อมาก็เริ่มมีใช้กันในกลุ่มสามัญชน รวมถึงมีการนำไม้ชนิดอื่นมาประยุกต์ใช้นอกเหนือจากไม้จันทน์ เช่น ไม้โมก แต่ต่อมาเมื่อไม้โมกเริ่มหายากและมีราคาสูงขึ้น จึงมีการเปลี่ยนวัสดุเป็นวัสดุชนิดอื่นที่หาง่ายและราคาถูกกว่าเดิม
.นอกจากนี้ รูปแบบของดอกไม้ยังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ในอดีตจะใช้เพียงสีสุภาพ อย่างสีขาว สีครีม หรือสีดำ และทำเป็นรูปดอกกุหลาบหรือดอกแก้ว ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบัน สีสันและรูปแบบเริ่มเปลี่ยนแปลงไปหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ทัศนคติด้านการใช้งานเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากที่ใช้เป็นในการแสดงความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของบุคคล ได้เปลี่ยนแปลงเป็นการแสดงความเคารพรักและรำลึกถึงผู้วายชนม์
.ปัจจุบัน มีการนำเข้าไม้หอมประเภทต่าง ๆ จากแถบเอเชีย อาทิ ไม้จันทน์ ไม้กฤษณา เข้ามาใช้ในไทยจำนวนมาก เนื่องจากการขยายตัวทางด้านการค้าของชาวเอเชีย โดยผู้ซื้อและผู้นำเข้าพันธุ์ไม้หอมมักจะเป็นชนชั้นสูง เนื่องด้วยราคาของสินค้าที่สูงมาก และจะเห็นได้ว่าประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียก็ใช้เครื่องหอมในพิธีศพเช่นเดียวกัน อย่างการเผาเครื่องหอมต่อหน้าศพ ด้วยความเชื่อที่ว่า ความหอมจะสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์ได้
.“ดอกไม้จันทน์” เครื่องหมายแสดงความอาลัยต่อบุคคลที่เรารัก ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้วนั้น แต่อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครอยากใช้ดอกไม้จันทน์แสดงความอาลัยต่อบุคคลที่เรารัก เพราะคงไม่มีใครต้องการให้เขาเหล่านั้นจากเราไปอย่างแน่นอน
.ข้อมูลอ้างอิง
แหล่งข้อมูลที่ 1 : www.lewreath.com/ประวัติของดอกไม้จันทน์ในงานศพ-ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน/
แหล่งข้อมูลที่ 2 : https://www.thairath.co.th/news/royal/1101542
แหล่งข้อมูลที่ 3 : https://ww2.ayutthaya.go.th/otop/detail/69
.Read Me - We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Spirit]