โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ขยี้ตารัว ๆ ภาพล่าสุด ดีเจเจ๊แหม่ม ลุคใหม่สไตล์สายฝอ หลายคนร้องว้าว จำแทบไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 11.43 น. • The Bangkok Insight

จำแทบไม่ได้ เปิดภาพล่าสุด ดีเจเจ๊แหม่ม ลุคใหม่สไตล์สายฝอ เวอร์ชั่นนี้หลายคนร้องว้าว ชมหน้าเด็กสุด ๆ

ห่างหายจากหน้าจอและวงการบันเทิงไปนาน สำหรับ ดีเจเจ๊แหม่ม หรือ วินัย สุขแสวง ดีเจและพิธีกรมากความสามารถ ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงบันเทิงมากกว่า 20 ปี โดยก่อนหน้านี้ หลายคนถึงกับขยี้ตารัว ๆ เมื่อได้เห็นภาพของ ดีเจเจ๊แหม่ม ที่เปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตา เพราะผอมลงจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม จนหลายคนแอบเป็นห่วงว่าเจ้าตัวป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ได้ป่วย แค่ดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น

ล่าสุด ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮาอีกครั้ง เมื่อได้เห็น ดีเจเจ๊แหม่ม ในลุคใหม่สไตล์สายฝอ จนมีหลายคนแห่เข้ามากดไลก์ พร้อมคอมเมนต์ชมกันอย่างรัว ๆ อาทิ ลุคนี้ว้าวมาก , เวอร์ชั่นนี้ ฝ มาก ๆๆ สวยยยยย จึ้งค่ะเจ้ , สวยขึ้นเยอะเลยเจ๊ , เท่มาก ๆ ค่ะ เจ้แหม่ม สวยว้าวเลย , ว้าววว หน้าเด็กสุด ๆ หล่อม้ากกกเจ้แหม่มขา

โดยเมื่อช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ดีเจเจ๊แหม่ม ได้มาเปิดใจในรายการแฉ (ออนแอร์ 10 พ.ย. 65) เมื่อวันที่ เกือบสู่ขิตเพราะทำ IF ผิดวิธี กิน 1 ชม. หยุด 23 ชม. กลัวจนต้องทำพินัยกรรม ตัดสินใจปฏิวัติตัวเองให้มีความสุขที่สุด

“เหมือนเราใช้ชีวิตแบบคนทำงานมาเยอะมาก วันหนึ่งกินแบบพายุบุแคม กินตามเทรนด์ กินแบบ IF เพราะไม่อยากเป็นคนอ้วน ๆ อยากหุ่นดี ปกติคนส่วนใหญ่จะกิน 18:6 คนปกติเขาทำกัน แต่เราไม่เอา ไหน ๆ อยากเอาชนะใจตัวเองเลยกินแบบ 23:1 คือกิน 1 ชั่วโมงแล้วหยุด 23 ชั่วโมง วันนึงกินอะไรก็ได้ใน 1 ชั่วโมง ซึ่ง 23 ชั่วโมงต้องหยุด ตอนนั้นถามตัวเองว่าเป็นบ้าอะไร แต่ก็ตั้งใจแล้ว

เพราะตอนนั้นเป็นเรื่องสุขภาพ ไปงานที่เพชรบุรี ขาไปไม่เป็นไร พอขากลับขับรถกลับมา เอ๊ะ ทำไมอยู่ดี ๆ รู้สึกจะวูบ เหมือนคนจะดับ คนจะเป็นลม หน้ามืด สมองวิ้งแล้วก็ลามมาที่หัวใจบริเวณหัวใจ หน้าอก วันนั้นขับรถจากเพชรบุรีมาถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลา 4 ชม.กว่า เกือบ 5 ชม. ขับ 60 เพราะกลัวอุบัติเหตุ เราขับรถประคองตัวเอง ทั้งที่อาการเดี๋ยวมาอีกแล้ว ถึงธนบุรี ปากท่ออาการหนักมาก ก็คิดว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านซะที กลัว อยากนอน จะได้ไม่เป็นอารมณ์แบบนี้ นั่นคือจุดเปลี่ยน

พออีกวันไปหาหมอ ตรวจสุขภาพ เช็กอัปหน่อยเป็นอะไร ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยทั้งชีวิต ปรากฏว่าคอลเลสเตอรอลสูงปรี๊ด ไขมันอุดตันสูงปรี๊ด ทุกอย่างสูงปรี๊ดหมด เราก็เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นกับเรา เรากิน IF แล้ว เราน่าจะสุขภาพดีสิ ปรากฏว่าสิ่งที่เรากิน มันผิดพลาด เรากินทุกอย่างโดยไม่เลือกสิ่งที่เรากินใน 1 ชั่วโมง เรากินบุปเฟ่ต์ กินเนื้อย่าง กินหมู กินมัน กินกะทิ กินเค้ก อะไรที่ไม่เคยกิน 1 ชั่วโมง เรากินเพื่อให้มีพลังงานข้ามไปอีกวันนึง

นั่นคือจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เราอยากเอาชนะตัวเอง เราไม่อยากกินยาทั้งชีวิต หมอบอกว่าถ้าไม่กลับมาเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง เรายิ่งเจ็บใจว่าเราเปลี่ยนอยู่ ทำไมหมอด่าฉันวะ รู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่แสดงออก ก็โอเค งั้นเจอกัน อีกวันทิ้งทุกอย่าง IF ไม่ทำแล้ว อยากกินอะไรกิน แต่เลือกกิน ไม่มีตารางมาเป็นตัวกำหนด เอาน้ำมันทิ้งให้หมดบ้าน เอาเนื้อสัตว์ทิ้งหมด แป้งทิ้งหมด ไม่กินเลย เป็นคนสุดโต่ง

แล้วปรากฏว่า 3 เดือนกลับไปตรวจ มันหายหมดเลยว่ะ แล้วออกกำลังกายมันเสริมเราด้วย เรากินอะไรสนุกปาก เลอะเทอะมาก แต่สิ่งที่เรากินไม่ได้เลย เราไม่เคยกินผลไม้เยอะขนาดนี้ เรากินแต่เนื้อสัตว์ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปหมดเลย เพราะ IF ตอนนั้นเราถึงต้องผอมลง

ถามว่ามีความสุขไหมเวลาผอม มีความสุข แต่เขามองเราแปลก ๆ ว่าเฮ้ย ผอมไปเปล่า มะเร็งเปล่า เอดส์เปล่า มองตาก็รู้แล้วว่าจะด่า เราเจอสายตาทุกคนที่เดินไป ก็ดูแลตัวเองมาบอกเป็นโรคทำไม ตอนนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 กิโล

ตอนนั้นที่น้ำหนักหายไป 15 กิโล ถึงขั้นทำพินัยกรรม เราไม่เคยมีอาการแบบนี้ นี่หรือเปล่าที่คนเขาดับแล้วเขาไป เขาจะไปเลยโดยไม่รู้ตัว เราก็คิดว่าถ้าคืนนี้เรากลับบ้านแล้วเราไม่ตื่น ทำไงวะ สวดมนต์ก็ช่วยเราไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการทำพินัยกรรม เขาจะได้จัดการทุกอย่างให้เราง่ายสุดโดยไม่วุ่นวายเรื่องกฎหมาย พินัยกรรมไม่เคยทำเลยตั้งแต่เกิดมา ต้องเขียนให้หมด สมบัติไม่เยอะหรอก มีแต่หมากับแมว”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...