โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทียบฟอร์ม 2 หุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง CBG-OSP หลังราคาน้ำตาลปรับขึ้น

ทันหุ้น

อัพเดต 23 พ.ย. 2566 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2566 เวลา 06.45 น.

#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ได้ออกบทวิเคราะห์ในหุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง 2 บริษัท ได้แก่หุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP และหุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG โดยมองถึงผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น พร้อมประเมินปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ และราคาเป้าหมาย รวมถึงคำแนะนำการลงทุน

ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ได้ปรับลดราคาเป้าหมายในหุ้น OSP ลง 2.2% เหลือ 35.70 บาท จากการปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักในปี 2567 ลง 2.8% และในปี 2568 ลง 2.7% เพื่อสะท้อนถึงการขึ้นราคาน้ำตาล ซึ่งฝ่ายวิจัยได้ประเมินว่าต้นทุนน้ำตาลคิดเป็น 5% ของ COGS และการขึ้นราคา 10.5% ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2567 จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ในปี 2567 (เป็น 34.7%) และในปี 2568 (เป็น 35%) ถึงแม้จะมีการขึ้นราคา แต่เชื่อว่ายอดขายที่คราดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.5% ในปี 2567 และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง จะช่วยหนุนให้กำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 3% ในปี 2567

ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ระบุว่าผู้บริหาร OSP จะเน้นไปที่ตัวจักรขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ อย่างเช่นเครื่องดื่ม functional drink ใหม่ ๆ ที่อาจจะมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าเครื่องดื่ม energy drink ที่อิ่มตัวแล้ว นอกจากนี้บริษัทจะเน้นเพิ่มยอดขายเครื่องดื่ม functional เดิม (อย่างเช่น Peptein) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ทั้งเครือ สำหรับในระยะยาว บริษัทจะทำดีล M&A เพื่อเสริมการเติบโตของรายได้ โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่าสัดส่วน net D/E ที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 0.1 เท่าในปี 2566 จะทำให้บริษัทสามารถเข้าไปซื้อกิจการอื่นได้

กลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำซื้อหุ้น OSP ซึ่งเป็นหุ้นที่ชอบในแง่ของพอร์ตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการกระจายตัวดี และสถานะความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ มองว่าความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับกำไรจากธุรกิจหลัก

**หุ้น CBG

ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ได้ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น CBG ลง 4.8% เหลือ 93.60 บาท เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการขึ้นราคาน้ำตาล ซึ่งทำให้ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2567 ลง 5% และปี 2568 ลง 4.5% มองว่า CBG เป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบมากเป็นอันดับสองจากการขึ้นราคาน้ำตาล รองจาก SAPPE อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมองบวกกับ upside จากธุรกิจเบียร์ ซึ่งคาดว่ากำไรจะคิดเป็น 15.2% ของกำไรจากธุรกิจหลักในปี 2567

โดยผู้บริหารของ CBG มองว่าธุรกิจเบียร์ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัท น่าจะทำกำไรให้ประมาณ 1 พันล้านบาทในปี 2567 โดยคราวๆ จะมาจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 600 ล้านบาท และธุรกิจการจัดจำหน่าย 400 ล้านบาท นอกจากนี้ เบียร์คาราบาวจะยังช่วยจ่ายค่าสปอนเซอร์ English Football League (EFL) ครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ CBG ประหยัดเงินไปได้ปีละ 120 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น เบียร์คาราบาวยังจะจ่ายค่า royalty fee ราว 50-60 ล้านให้กับ CBG ในการใช้แบรนด์คาราบาว

ทั้งนี้ ในประมาณการกำไรปี 2567 ของฝ่ายวิจัยใส่กำไรไว้ประมาณครึ่งหนึ่งของศักยภาพที่บริษัทจะทำได้จากธุรกิจเบียร์ หรือคิดเป็นเพียง 464 ล้านบาท เพราะฝ่ายวิจัยอยากรอติดตามความสำเร็จของธุรกิจเบียร์ก่อน ซึ่งหากบริษัทสามารถทำกำไรจากธุรกิจเบียร์ได้เต็มศักยภาพ (928 ล้านบาท) ก็จะทำให้ราคาเป้าหมายของเรามี upside อีก 14% (เป็น 112 บาท)

ฝ่ายวิจัยพบว่าส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 22.7% ในเดือน ต.ค. 2566 จาก 21.1% ในเดือน มิ.ย. 2566 เพราะบริษัทเป็นผู้เล่นรายเดียวที่ยังคงยืนราคาขายเอาไว้ที่ 10 บาทต่อขวด โดยคาดว่าบริษัทน่าจะยังคงได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอีกพอสมควรหลังจากที่ผู้เล่นรายอื่นๆ หันไปเน้นที่อัตรากำไรมากกว่าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อ หุ้น CBG เพราะชอบในแง่ของผลกำไรที่พลิกฟื้นจากต้นทุนที่ลดลง เช่น อลูมิเนียม และยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับกำไรของบริษัท

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...