24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2566
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2566
>> ผบ.ตร. ลงพื้นที่น้ำท่วมใต้มอบถุงยังชีพ เติมขวัญกำลังใจตำรวจ
07.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จเรตำรวจ สบ.8 และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยัง ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ
ผบ.ตร.เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของยังชีพแก่ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะเดียวกันได้มอบถุงยังชีพ และข้าวกล่องปรุงสดจากรถครัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้แก่ประประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ จากนั้น ผบ.ตร.ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยข้าราชการตำรวจและครอบครัว จำนวนประมาณ 60 ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยเช่นเดียวกัน โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่
>> จับตัวหนุ่มก่อสร้างทำแผนจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สารภาพอ้างหาเงินให้ยายใช้ปีใหม่
09.00 น. พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ร่วมกันจับกุม นาย ส. (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 28 ธ.ค.66 พร้อมของกลาง 1. กางยีนส์ ขายาว สีครีม ลักษณะขาดบริเวณหัวเข่า จำนวน 1 ตัว 2. กางเกงยีน ยี่ห้อ MC สียีนส์ จำนวน 1 ตัว และ 3. กระเป๋าสีดำ พาดบ่า จำนวน 1 ใบ ทั้งหมดเป็นชุดที่ผู้ต้องหาสวมใส่ก่อนไป ก่อเหตุชิงทรัพย์ วันที่ 19 ธ.ค. 66 โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ (มีด) และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร จับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 5 ม.5 ต.หนองกบ อ.หนองแซง จ.สระบุรี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านสะดวกซื้อจุดเกิดเหตุ จุดที่ 1.บริเวณจุดหลังเคาท์เตอร์ คนร้ายใช้มือล็อคคอพนักงานร้าน โดยใช้คัตเตอร์จี้ ได้เงินสดไป 5,000 บาท จุดที่ 2. เป็นจุดทิ้งมีดคัตเตอร์ หมวกไอ้โม่งคลุมหน้าและหมวกปีก บริเวณตลาดนัดใกล้ร้านสะดวกซื้อ และจุดที่ 3. จุดทิ้งทิ้งเสื้อและกางเกง บริเวณลานจอดรถตลาด 18 คอร์ท จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป
>> ฝากขังหนุ่มไรเดอร์คลั่ง ใช้อาวุธมีดฟันเด็ก 6 ขวบ อาการสาหัส
10.30 น. พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ได้นำตัว นาย ธ. (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี อาชีพไรเดอร์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดไล่ฟันเด็กภายในซอยลาดพร้าว 87 เหยื่อ 2 ราย เป็นเด็ก 6 ขวบ และ 9 ขวบ เด็กวัย 6 ขวบถูกฟันเข้าที่กกหูและท้ายทอยด้านขวาอาการสาหัส อยู่ห้องไอซียู ส่วนเด็ก 9 ขวบ บาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลอาญารัชดา ในความผิดฐาน "พยายามฆ่าผู้อื่นฯ พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร" พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ขณะที่ พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.โชคชัย ระบุว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าได้ยินเสียงแวว สั่งให้ทำร้ายเด็ก ซึ่งก็เป็นไปตามภาพกล้องวงจรปิดที่พฤติกรรมของผู้ต้องหา มุ่งไปที่เด็กโดยไม่ได้สนใจผู้ใหญ่ ขณะที่กรณีที่ญาติจะนำเอกสารมายื่นต่อตำรวจ ว่าผู้ต้องหามีอาการทางจิตเพื่อต่อสู้คดีนััน ในส่วนนี้ถ้าดูจากพฤติกรรมแล้ว อาจจะไม่เข้าข่าย เนื่องจากเขายังสามารถขับขี่รถได้ และยังขี่ตระเวนไปหาเหยื่อที่เป็นเด็กตามสถานที่ต่างๆได้ อย่างไรก็ตามตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นการกระทำที่รุนแรง และมีอัตราโทษสูง ส่วนผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบว่ามีสารเสพติด ซึ่งผู้ต้องหาดื่มน้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ (4 คูณ100 ไม่มีกัญชา) จากพฤติการณ์ที่พบนั้น ผู้ต้องหาตั้งใจก่อเหตุ จึงต้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด
>> บขส.แจง กรณีร้องเรียนความไม่เป็นระเบียบในขนส่งหมอชิต
12.32 น. นางสาวระพิพรรณ วรรณพินทุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ชี้แจง กรณีที่ นาย ศุภณัฐ มินชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ร้องเรียน ถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกมีการชำรุด ในขณะที่เป็นช่วงเทศกาลเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2567 นั้น ทาง บริษัทขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) ได้ ชี้แจงดังนี้คือ
ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น บันไดเลื่อนเสีย ลิฟต์ ไม่ได้ให้บริการ ห้องปฐมพยาบาลปิด ห้องให้นมบุตรปิด จุดดับเพลิงเสีย ชานชาลาไม่มีห้องแอร์ นั้น เนื่องจาก สถานีขนส่งหมอชิต 2 ได้เช่าที่ จากการรถไฟมาเป็นเวลา 26 ปี ถึงแม้ว่าอาคารรับรองผู้โดยสาร ชานชาลา จะมีอายุ ก็ได้ปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย
ส่วนลิฟต์ และระบบสาธารณูปโภค เช่น จุดดับเพลิง แอร์คอนดิชั่น ที่อาคารผู้โดยสาร นั้น ยืนยันว่าใช้งานได้ทุกจุด ส่วนห้องปฐมพยาบาลบริษัท เปิดให้บริการตลอด ส่วนห้องให้นมบุตร ไม่ได้เปิดตลอดเวลา เนื่องจากเกรง เป็นจุดลับสายตา ง่ายแก่การก่อเหตุอาชญากรรม
>> ไฟไหม้บ้านเรือนกลางเมืองสุรินทร์ เสียหายวอดทั้งหลัง
13.20 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่พักอาศัย ภายในซอยพิพัฒน์พงษ์ ชุมชนดองกะเม็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นไม้ครึ่งปูน ได้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามเสียหายหมดทั้งหลัง รถน้ำ4คันและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสุรินทร์สามารถควบคุมเพลิงได้เป็นที่เรียบร้อย ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์
>> จับปรับแล้ว กรณีแท็กซี่ล้อมรถ ดักแย่งกระเป๋าจากมือ ข่มขู่ให้โอนเงิน
14.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 66 มีผู้ใช้ X (ทวิตเตอร์) รายหนึ่งได้ออกมาแชร์ ว่าตนเองโดนบังคับให้จ่ายค่าแท็กซี่ราคาเหมาเกือบ 1,000บาท
โดยผู้เสียหายเดินทางมาจากต่างจังหวัด และลงรถที่สถานีขนส่งหมอชิต เมื่อมาถึงมีผู้ชาย 6 – 7 คน ยืนกดดันล้อมประตูรถเอาไว้ พอเธอลงไปก็โดนแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือ ขอคืนก็ไม่ให้ สุดท้ายเธอจึงต้องยอมบอกว่าจะไปแท็กซี่ เธอเป็นผู้หญิงและเดินทางคนเดียวเลยเกิดความกลัวมาก เมื่อมาถึงแท็กซี่ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่ ลักษณะเหมือนเป็นคนเก็บเงิน เธอต้องจ่ายค่าโดยสารแบบเหมาไป 805 บาท พอขึ้นแท็กซี่ลุงคนขับก็ถามว่าเธอจ่ายไปเท่าไหร่ เพราะลุงคิดค่าโดยสารไป 350 บาท ส่วนต่างที่เหลือ 455 หายไปไหน
ล่าสุด ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ร่วมกับฝ่ายป้องกันปราบปราม ได้เข้าตรวจสอบ พบบัญชีปลายทาง ที่โอนค่าโดยสาร ทราบว่าเป็นบัญชีชื่อ นางสาวบี (นามสมมุติ) โดยคนขับรถแท็กซี่ได้เงินสดจาก นางสาวบี (นามสมมุติ) 400 บาท ส่วนต่างที่เหลือ นางสาวบี (นามสมมุติ) เอาไป เจ้าหน้าที่จึงได้นำคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ไปเปรียบเทียบปรับ และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
>> รวบแม่เสือสาว บุกชิงทอง 3 ร้าน อ้างหน้ามืดหนี้สินท่วมหัว
16.00 น. สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัว น.ส. อ. (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี บ้านอยู่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ก่อนหนีไปจนมุมตำรวจที่จ.อำนาจเจริญ วันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา
โดยคดี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเข้าไปชิงสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ ที่ร้านทองเพชรพลอย แต่เจ้าของร้านคว้าเอาทองคืนได้ทัน ต่อมาวันที่ 25 ธ.ค. ไปชิงสร้อยข้อมือทองหนัก 50 สตางค์ มูลค่า 17,500 บาท จากร้านทองเยาวราช ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ แล้วหลบหนีไป จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 27 ธ.ค. เข้าไปชิงสร้อยข้อมือ 2 เส้น น้ำหนักเส้นละ 1 บาทมูลค่า 70,000 บาทหลบหนีไป
สอบสวนรับสารภาพ ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถบขส.จังหวัดสุรินทร์ จากนั้นนั่งรถทัวร์ไปลงที่จ.อำนาจเจริญ แล้วเดินทางไป จ.ขอนแก่น แต่คิดได้จึงย้อนกลับมาอำนาจเจริญเพื่อขอมอบตัวจนกระทั่งถูกจับ ที่ทำเพราะมีหนี้สินกู้เงินมาสร้างบ้านและซื้อรถ หาเงินใช้หนี้ไม่ทันอีกทั้งมีลูกน้อยต้องเลี้ยงดูด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหาคุมตัวไว้สอบสวนขยายผล ก่อนส่งดำเนินคดีต่อไป
>> ชายวัย 55 ปีข้ามถนนใต้สะพานลอย ถูกกระบะพุ่งชนกระเด็นดับกลางถนน
16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้ง มีรถชนคนเสียชีวิต เหตุเกิดถนนติวานนท์ขาออกตรงข้ามปากซอยติวานนท์ 38 หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สนามบินน้ำ) ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจาก สถาบันนิตยสารรุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ อยู่ใต้สะพานลอยคนข้ามพบร่างของชายไทย อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ที่พื้นถนนพบข้าวกล่องและจำพวกขนมตกกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบรถกระบะตู้ทึบห้องเย็น ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กทม จอดอยู่ มีร่องรอยความเสียหายที่กันชนหน้า ไฟหน้า มุมซ้ายและกระจกหน้าแตกร้าว โดยมีคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
คนขับรถกระบะ กล่าวว่าในขณะที่ขับมาในช่องทางกลาง มีรถกระบะตู้ทึบอยู่ข้างหน้า 1 คันจึงพยายามเร่งเครื่องแซงเปลี่ยนเลนส์ไปในช่องทางขวา ซึ่งเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตข้ามถนนพอดีเป็นเหตุให้พุ่งชนอย่างแรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถกระบะไว้รวมถึงรวมภาพวงจรปิดไว้เป็นหลัก แต่ยังไงก็ตามจะต้องทำการสอบปากคำคนขับเพิ่มเติมส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป พร้อมดำเนินนายบัญชา ข้อหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
>> DSI ส่งฟ้อง 2 ผัวเมียอ้างมีเลขล็อกหวยรัฐบาล แจ้ง 4 ข้อหาหนัก
17.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษขอแถลงผลการปฏิบัติงาน กรณีดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือนายฉัตรมงคล และนางสาวมณีรัตน์ คู่สามีภรรยา ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนโดยการจัดทำเอกสารปลอมและโฆษณาแอบอ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้เลขล็อกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านทางเฟซบุ๊ก และสื่อโซเชียลมีเดียอันเป็นความเท็จ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนมีพยานหลักฐานเพียงพอ ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ในความผิดฐาน "ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปลอมหรือเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"
จากนั้น นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ตม.ชลบุรี ตรวจเข้มพื้นที่จับกุมการทำผิดต่างด้าวผิดกฎหมาย 45 ราย
17.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการ ตม.จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมบุคคลต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายใน จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 18-27 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่า เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับกุม 42 ราย เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดจับกุม 5 ราย เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือ ทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะทำได้” จับกุม 2 ราย
ส่วนการกระทำความผิดนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้” จับกุม 1 ราย, จับกุมตามหมายจับ 6 ราย, เป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวไม่แจ้งที่พักต่อเจ้าพนักงานเมื่อครบกำหนด 90 วัน หรือทุกๆ 90 วัน จับกุม 4 ราย, ผู้ถูกจับ เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครองครองเคหสถาน รับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ภายใน 24 ชั่วโมง” จับกุม 45 ราย รวมจับกุมการกระทำผิดทั้งหมดได้ 109 ครั้ง
>> ชายวัย 45 พูดไม่เข้าหู ทำให้เด็กชายวัย 13 ปีโมโหคว้ามีดปลายแหลมจ้วงแทง เจ็บสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
20.00 น. ร.ต.อ.สำเร็จ ประภาวะเก รอง สว.(สอบสวน) สภ.พนมไพร ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุพนมไพร ว่ามีชาวบ้านถูกแทงเสียชีวิต เหตุเกิดที่หมู่ 2 ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด
ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือดของผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณใต้แคร่ไม้ไผ่ หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฯ ภายหลังได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาทราบชื่อคือ นายศักดา อายุ 45 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลมแทงจำนวน 3 ครั้ง ทราบตัวผู้ก่อเหตุเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี เป็นราษฎรตำบลคำไฮฯ เบื้องต้นรับว่าเสพยาฯ ถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้
ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาร่วมวงดื่มสุรากับบิดาของเด็กชายอายุ 13 ปี โดยช่วงหนึ่งเด็กชายไม่พอใจคำพูดที่ผู้ตายพูดในวงสุรากับบิดา จึงเกิดโมโห ใช้อาวุธมีดปลายแหลม ยาว 30 ซม. จ้วงแทงผู้ตายตรงบริเวณสีข้างและราวนมด้านซ้าย จำนวน 3 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสในที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติม และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้กองขยะหลังแฟลตดินแดง แล้วลุกลามโรงจอดรถ หวิดเสียหายวอด
22.11 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน สถานที่เกิดเหตุ เลขที่ 98 ซอยประสานสารบรรณ ถนนดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการ ใช้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายกองขยะบริเวณระเบียง หล่นลุกลามหลังคาโรงจอดรถ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร
ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับ เพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การทิ้งก้นบุหรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท
>> ชายถูกยิง กระสุนเข้าที่หน้าผาก เสียชีวิตบนทางพิเศษฉลองรัช
23.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ตรวจสอบเหตุชายถูกยิงและเสียชีวิต บนทางพิเศษฉลองรัช ฝั่งขาออก ก่อนถึงช่วงเหนือถนนลาดพร้าว ประมาณ 1 กม. โดยที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชาย 1 คน อายุประมาณ 40 - 50 ปี มีบาดแผลที่หน้าผาก ลักษณถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด พื้นที่ สน.วังทองหลาง
ต่อมา ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งสกัดจับ คนร้ายชาย สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีทำให้เสียชีวิต หลังก่อเหตุ ขับรถตู้ ฮุนได สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ใช้เส้นทางบนด่วนฉลองรัช มุ่งหน้าถนนพระรามเก้า
>> รถ จยย. ชนราวสะพานกลับรถ คนขับขี่-ซ้อนท้ายกระเด็นตกลงถนนพระราม 2 แล้วรถบรรทุกทับซ้ำเสียชีวิต 2 ศพ
00.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนขอบทางบนสะพานกลับรถแล้วมีบุคคลพลัดตกลงมาบนถนนพระราม 2 และโดนรถบรรทุกทับซ้ำ เสียชีวิต 2 คน บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก บริเวณใต้สะพานกลับรถแสมดำ ในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ บนสะพานกลับรถ พบรถจักรยานยนต์ ซูซุกิ สกายไดรฟ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ลักษณะชนกับขอบปูนกั้นทาง ความรุนแรงทำให้ผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายพลัดตกลงพื้นถนนด้านล่าง และโดนรถบรรทุก ไม่ทราบรายละเอียดทับซ้ำ ทำให้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ
>> หนุ่มระนอง ขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถแท็กซี่ เสียชีวิตกลางถนนคู่ขนานสายเอเชีย
01.35 น. รับแจ้งศูนย์รวมใจบางปะอิน ตรวจสอบอุบัติเหตุ ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนคู่ขนานสายเอเชีย) ฝั่งขาขึ้นนครสวรรค์ ใกล้เคียงโชว์รูมรถซูซุกิ ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเขียว-เหลือง ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ จีพีเอ็กซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน ชลบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ-กู้ภัยเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 25 ปีภูมิลำเนาชาว อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 29 ธันวาคม 2566 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 700,616,627 ราย รักษาอาการดีขึ้น 671,780,174 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,961,860 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 110,082,490 ราย เสียชีวิต 1,190,137 คน
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,009,660 ราย เสียชีวิต 533,337 คน
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,758,005 ราย เสียชีวิต 179,937 คน
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,177,375 ราย เสียชีวิต 708,491 คน