ประธานรัฐสภา รับ ต้องเคารพการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งให้วินิจฉัยมติรัฐสภาปิดช่องเสนอชื่อนายกฯซ้ำ
วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา รับ ต้องเคารพการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งให้วินิจฉัยมติรัฐสภาปิดช่องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน วันนี้ (25 ก.ค.2566) ที่รัฐสภา ประเด็นผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการลงมติของรัฐสภาที่ปิดช่องให้ไม่สามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า “เมื่อวานนี้ทราบแล้วว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยด่วน เพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยในประเด็นที่เห็นว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการลงมติของรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น มีความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประเด็นที่สองผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอว่าในระหว่างที่ยังไม่ได้วินิจฉัย อยากให้รัฐสภาชะลอการพิจารณาการสรรหานายกรัฐมนตรีออกไปก่อน ถ้าพิจารณาแล้วอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ ถามว่าทางสภาฯจะดำเนินการอย่างไร ในเรื่องนี้ ผมได้มอบให้ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายประสานงาน ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหน้าที่ในเรื่องนี้ได้พิจารณาเพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาต่อไป ซึ่งวันนี้ผมนัดให้คณะทำงานได้นำเสนอรายงานในเวลา 14.00 น. ว่าจะให้ประธานรัฐสภาหรือรัฐสภาดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะที่จะมีการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นั้น จะดำเนินการอย่างไร ผมต้องฟังการพิจารณาของคณะฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรก่อน”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเลื่อนการประชุมรัฐสภาเพื่อสรรหานายกรัฐมนตรีออกไปก่อนหรือไม่? นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า “ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจที่จะสั่งงดการประชุมหรือเลื่อนการประชุมได้ ซึ่งในเรื่องนี้ต้องฟังฝ่ายกฎหมายเสนอก่อนว่าถ้าต้องเลื่อนจะมีข้อบังคับ หรือมีเหตุผลอย่างไร การเลื่อนก็เช่นเดียวกันยังมีเวลา วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ได้นัดวิป 3 ฝ่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว ฝ่ายคือสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา มาประชุมพิจารณากันในวันที่ 27 กรกฎาคม แต่ผมจะฟังข้อมูลต่างๆให้ครบถ้วนและจะรีบดำเนินการต่อไปครับ”
ผู้สื่อข่าวถามว่านายจรัญ ภักดีธานกุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาการลงมติของรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า “เรารับฟัง แต่ต้องเคารพการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่าการวินิจฉัยหรือข้อสั่งการของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร รวมทั้งรัฐสภาด้วย ดังนั้นต้องฟังศาลเป็นหลัก ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าได้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องด่วน ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่หนึ่ง หากไม่รับพิจารณา สภาฯก็ดำเนินการต่อไป แต่ถ้ารับพิจารณาแล้วทางสภาฯก็ต้องพิจารณาว่าข้อวินิจฉัยข้อสองว่าให้สภาฯหยุดการดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นจะรับพิจารณาไว้ด้วยหรือไม่ เรายังไม่ทราบ ประเด็นสำคัญก็คือว่า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญคงมีวาระการประชุมโดยเร็ว หากเราทำอะไรไปเกรงจะเกิดความเสียหาย หรือขัดแย้งเหมือนปัจจุบันได้ และสับสนด้วย ขอเวลา วันนี้น่าจะประเมินสถานการณ์ได้ ขอเวลาประเมินสถานการณ์ก่อน”