โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : TEGH รับอานิสงส์ผลงานปี 67 ทำสถิติใหม่ กยท. ผนึกผู้ผลิตยางรถยนต์ไทยรับมาตรการ EUDR

Share2Trade

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • Share2Trade

กยท.จับมือผู้ผลิตยางรถยนต์ไทยรับมือการประกาศใช้เกณฑ์ EUDR หนุนผลงาน บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) เริ่มส่งออกยางตามมาตรฐาน EUDR ตั้งแต่เดือนเม.ย.67 ดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หนุนผลงานปี67ทำสถิติใหม่

การเตรียมความพร้อมรับมือกับกระแสการรักษ์โลก เป็นเรื่องที่ทุกภาคอุตสาหกรรมจะต้องมีการปรับตัว รวมทั้งกลุ่มยางรถยนต์ของไทย ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้หารือร่วมสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทย (TATMA) และ 7 บริษัทผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ของไทย
โดยนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการผู้ว่าฯ กยท. ระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง กยท. และสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทย และผู้แทนของ 7 บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ โยโกฮามา (YOKOHAMA) กู๊ดเยียร์ (GOODYEAR) คอนติเนนทอล (Continental) บริดจสโตน (BRIDGESTONE) สยามมิชลิน (MICHELIN SIAM) ซูมิโตโมรับเบอร์ (Sumitomo Rubber) และแม็กซิส (MAXXIS)
เพื่อร่วมกันส่งเสริมอุตสาหกรรมยางรถยนต์ โดยการกำหนดและดำเนินมาตรการนโยบายด้านการวิจัยและการศึกษา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของยางพาราสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมยางของไทยให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงสวัสดิการของกลุ่มผู้ใช้ยางของสมาคม
โดย TATMA ได้เสนอให้รัฐบาลไทย ยกระดับกฎระเบียบด้านมาตรฐานของไทยที่มุ่งควบคุมตลาดภายในประเทศ ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมศักยภาพในการส่งออก และหวังจะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
"ขณะนี้ กยท. มีความพยายามอย่างยิ่งในการบริหารจัดการผลผลิตยางภายใต้กฎระเบียบ EUDR ให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมยางล้อในไทย พร้อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับสมาคมยางล้อ ทั้งในสหภาพยุโรป และประเทศญี่ปุ่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนแก่อุตสาหกรรมยางพาราไทย" นายสุขทัศน์ กล่าว
แนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยางพาราของไทย สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ซึ่ง “สินีนุช โกกนุทาภรณ์” กรรมการผู้จัดการ มั่นใจ แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการยางพาราที่สูงขึ้น อีกทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากความสามารถในการส่งออกยางพาราที่ผลิตตามกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ธ.ค.67
"บริษัทได้เริ่มส่งออกยางตามมาตรฐาน EUDR ตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา และคาดว่าภายในสิ้นปียอดส่งออกยางมาตรฐาน EUDR จะอยู่ที่ 1.0 แสนตัน ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 2.0-2.5 แสนตันในปี 2568 ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากยาง EUDR มาร์จิ้น สูงกว่าเกรดมาตรฐานราว 3-5% หรืออยู่ที่ระดับประมาณ 15-18%"
น.ส.สินีนุช กล่าวว่า ยอดขายยางแท่งในปี 67 คาดว่าจะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนที่มียอดขาย 197,000 ตัน โดยกลุ่มลูกค้าส่งออกหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป
ทั้งนี้ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯมีเป้าหมายที่จะพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิต Sustainable Material และเป็นองค์กรที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิลในทุกกระบวนการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทได้เป็น Eco Product อย่างแท้จริง ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนด์ (Carbon Neutral) ภายในปี 73 และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนได้ตามโมเดล Sustainability to Profitability

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...