โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครือข่ายเมาแล้วขับ บุก รฟท. ค้านแนวคิดขายเหล้าบนรถไฟ-สถานี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 06.29 น.

เครือข่ายเมาแล้วขับ บุก รฟท. ค้านแนวคิดขายเหล้าบนรถไฟ-สถานี

เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หัวลำโพง นายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพฯ นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน พร้อมด้วย เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง กว่า 50 คน

เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายจเร รุ่งฐานีย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อคัดค้านการยกเลิกห้ามขายห้ามดื่มเหล้าเบียร์บนรถไฟและสถานี และทวงถามการติดตามเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวเด็กหญิง คดีถูกพนักงานรถไฟข่มขืนทิ้งศพริมทางรถไฟเมื่อปี 2557 ทั้งนี้ มีผู้แทนมารับหนังสือและจะรายงานให้รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยรับทราบต่อไป

นายเจษฎากล่าวว่า จากกรณีเด็กหญิงถูกพนักงานรถไฟข่มขืน และทิ้งร่างน้องลงข้างทาง จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ได้กลายเป็นข่าวใหญ่สร้างความสะเทือนใจกับประชาชนทั้งประเทศเหตุเกิดเมื่อสิบปีที่ผ่านมา โดยหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเครือข่ายได้ร่วมกันผลักดันให้มีมาตรการห้ามขายห้ามดื่มเหล้าเบียร์บนรถไฟและสถานีรถไฟ

จนกระทั่งได้มีกฎหมาย เป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางรถไฟ พ.ศ.2558 ประกาศ ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อลดผลกระทบและการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางด้วยรถไฟ และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

“เครือข่ายฯ ของพวกเราที่ทำงานรณรงค์ ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึง เฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย ลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับกรณี ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2567 ขอให้มีการพิจารณาทบทวน ยกเว้นสถานที่ หรือบริเวณห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในบริเวณสถานีรถไฟ หรือในขบวนรถที่อยู่บนทางรถไฟ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ

ซึ่งเรื่องนี้ การรถไฟต้องไม่ลืมว่า เคยเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น การรถไฟลืมไปแล้วหรือ บทเรียนที่เกิดขึ้นสร้างความเจ็บปวดกับทุกฝ่าย หากปล่อยให้มีการขายการดื่ม เพิ่มคนเมาบนขบวนรถไฟและสถานี ย่อมเพิ่มความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท คุกคามทางเพศ จนไปถึงการเสียชีวิตย่อมตามมาอีกแน่นอน” นายเจษฎากล่าว

นายธีรภัทร์กล่าวว่า การรถไฟจะคิดง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ เราจะตอบครอบครัวของผู้สูญเสียในวันนั้นได้อย่างไร เพราะกฎหมายนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุร้ายกับน้อง และการทำให้เป็นกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนอื่นอีกจึงมีความสำคัญมาก

ในเรื่องนี้ทางเครือข่ายฯ จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อการรถไฟดังนี้

1.ขอคัดค้านการยกเลิก ข้อยกเว้นการห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานีรถไฟ หรือในขบวนรถไฟที่อยู่บนทางรถไฟ ซี่งอาจเกิดปัญหาและผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามมามากมาย ทั้งความรุนแรง ทะเลาะวิวาท คุกคามทางเพศ ลวนลาม ข่มขืน เป็นต้น

2.ขอสอบถามความคืบหน้าไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยากรณีของเด็กอายุ 13 ปี ที่ถูกกระทำเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ว่ามีการช่วยเหลือติดตาม เยียวยา ตามที่เคยตกลงไว้หรือไม่ ซึ่งรวมไปถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจของครอบครัวผู้เสียหายได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง

3.ขอเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งพัฒนาคุณภาพการบริการ ความปลอดภัยในการใช้รถไฟ ความตรงต่อเวลาของสถานีรถไฟ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในการใช้บริการรถไฟมากยิ่งขึ้น มากกว่าการมุ่งจะขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะสร้างผลกระทบตามมาอีกมากมาย

4.ขอเรียกร้องให้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนการตัดสินใจต่อมาตรการนี้ เพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครือข่ายเมาแล้วขับ บุก รฟท. ค้านแนวคิดขายเหล้าบนรถไฟ-สถานี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...