โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

พาเที่ยวหมู่บ้านแห่งสายหมอก “บ้านอีต่อง” 3 วัน 2 คืน

Inzpy

อัพเดต 30 ส.ค. 2565 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2565 เวลา 03.23 น. • inzpy.com

พาเที่ยวหมู่บ้านแห่งสายหมอก "บ้านอีต่อง" 3 วัน 2 คืน

บ้านอีต่อง หมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขา ตั้งอยู่ที่ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในอดีตที่นี่เคยเป็นเมืองแห่งเหมืองแร่ที่เคยรุ่งเรือง แต่ในปัจจุบันที่นี่กลายเป็นหมู่บ้านที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูฝนจะได้พบกับภาพไอหมอกปกคลุมทั้งหมู่บ้าน เราจึงเลือกหมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้ค่ะ

ทริปนี้เราจะไปเที่ยวกันทั้งหมด 3 วัน 2 คืนนะคะ เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตั้งใจว่าจะมาแวะทานอาหารเที่ยงแถว ๆ เขื่อนวชิราลงกรณก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านอีต่องค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึงเขื่อนวชิราลงกรณ

เราแวะถ่ายรูปเล่นที่บริเวณสันเขื่อน และแวะลงมาทานอาหารกลางวันกันที่ร้านปลาเขื่อน ร้านนี้เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ที่เน้นใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรี มาทำเป็นอาหารให้เราทาน มีเมนูที่ทำจากปลาเขื่อนหลากหลายเมนูมากค่ะ อาหารที่ร้านรสชาติจัดจ้าน เมนูแนะนำ เช่น ปลาแรดทอดกระเทียม, ทอดมันปลากราย, ต้มยำปลาคัง, แกงคั่วหอยขม และกบทอดกระเทียม เป็นต้น

ทานอาหารเสร็จก็เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านอีต่อง เส้นทางขึ้นหมู่บ้านขอบอกเลยว่าค่อนข้างโหดมาก ๆ ค่ะ เพราะว่าต้องขับขึ้นเขาผ่าน 399 โค้ง กว่าจะถึงหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้เส้นทางได้มีการซ่อมแซมให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนค่อนข้างเยอะค่ะ ทางขับสบายขึ้น ไม่ค่อยเป็นหลุมเป็นบ่อ ระหว่างการเดินทางเราก็มีแวะตามจุดชมวิวต่าง ๆ เพื่อชมบรรยากาศขุนเขา และสายหมอก มีจุดชมวิวให้แวะประมาณ 2 จุดค่ะ

ก่อนที่จะถึงตัวหมู่บ้านประมาณ 8 กิโลเมตร เราแวะเที่ยวที่น้ำตกจ๊อกกระดิ่นกันก่อน น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีน้ำไหลตลอดปี สายน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ลงสู่พื้นด้านล่างแล้วฟุ้งกระจายเป็นไอ สวยมากค่ะ ที่นี่สามารถลงเล่นน้ำได้นะคะ มีห้องอาบน้ำเอาไว้ให้บริการ

ตามแผนเดิมเราตั้งใจว่าหลังจากเล่นน้ำตกกันแล้วจะเข้าไปที่หมู่บ้านเพื่อเก็บสัมภาระกันก่อน แล้วช่วงเย็นค่อยขับรถขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกที่เนินช้างศึกกัน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ มีฝนตกตลอดทั้งวัน คิดแล้วว่าไม่น่าจะได้เห็นพระอาทิตย์แน่นอน ก็เลยตัดสินใจขึ้นไปหลังจากเที่ยวน้ำตกเสร็จเลยค่ะ

เนินช้างศึกเป็นภูเขาสูงที่อยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,053 เมตร โดยปกติจุดนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สุดอลังการ มองเห็นวิวขุนเขาสลับซับซ้อน และบ้านเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณรอบ ๆ นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แต่สำหรับวันนี้หมอกเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งเนินช้างศึก แม้จะไม่ได้เห็นวิวรอบ ๆ แต่บรรยากาศก็โรแมนติกมาก ๆ เลยค่ะ

ทางขึ้นเนินช้างศึกโหดมาก ๆ เลยนะคะ ไม่ค่อยแนะนำให้ขับขึ้นไปเอง ทางเป็นหลุมลึก และกว้างมาก ๆ ถ้าใครที่เข้าไปที่หมู่บ้านอีต่องก่อน ก็สามารถใช้บริการรถของชาวบ้านมายังเนินช้างศึกได้ค่ะ

1 of 2

บ้านอีต่อง
บ้านอีต่อง

เที่ยวชมเนินช้างศึกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเข้าหมู่บ้านไปทานมื้อเย็น และเข้าที่พักไปพักผ่อนกันค่ะ มื้อเย็นเราทานอาหารตามสั่งง่าย ๆ ที่ร้านน้องหน่อย ร้านนี้อาหารถูกมาก ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาทเองค่ะ ส่วนที่พักเราพักที่ ปิล๊อกพอเพลิน เพลิน โฮมสเตย์ ทั้ง 2 คืนเลยนะคะ ที่นี่เป็นที่พักเล็ก ๆ แม้จะไม่ติดริมน้ำ แต่ก็ได้เห็นวิวภูเขาสวย ๆ มีมุมให้นั่งเล่น นั่งทานอาหาร ที่พักสะอาดราคาไม่แพง เริ่มต้นเพียง 800 บาทต่อคืนเท่านั้น มีอาหารเช้าให้อีกด้วย

วันที่สองของการเดินทาง เราจะพาเดินเที่ยวเก็บบรรยากาศภายในหมู่บ้านกันค่ะ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่หมอก และสายฝนมาต้อนรับเรากันตั้งแต่เช้า แต่เราก็เตรียมร่มเอาไว้เรียบร้อยค่ะ ไม่มีอะไรมาขวางกั้นการเที่ยวของเราได้

1 of 4

บ้านอีต่อง
บ้านอีต่อง

ช่วงเช้าเราไปเดินเล่นที่เหมืองปิล๊อก บ่อปลาคาร์ป สะพานเหมืองแร่ และจุดไฮไลต์ที่เป็นสะพานคล้องไม้ค่ะ เราไปซื้อไม้มาคนละ 1 ชิ้น ราคา 20 บาท เขียนชื่อลงไป แล้วนำไปแขวนไว้ที่สะพาน จุดนี้คนจะค่อนข้างเยอะนะคะ เพราะเป็นมุมมหาชน มีคนมาคอยถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา

เดินเล่นกันเสร็จแล้วก็ไปทานอาหารกลางวันกันค่ะ มื้อนี้เราเลือกร้านเจ๊ณี ซึ่งเป็นร้านดังของหมู่บ้านอีต่อง แต่เสียดายที่เมนูเด็ดอย่างเมนูปูดำตอนนี้ยังไม่มีขาย เนื่องจากชายแดนพม่ายังปิดอยู่ แต่เมนูอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ เราสั่งถั่วหวานผ่านสงคราม, ยำใบชาพม่า (ซาระพะ), กุ้งซอสมะขาม, ต้มยำปลากะพง และสามชั้นทอดน้ำปลา อร่อยทุกจาน คอนเฟิร์ม!

ทานของคาวแล้ว ก็ต้องไปต่อด้วยของหวาน ถ้านึกถึงเมนูขนมขึ้นชื่อของหมู่บ้านอีต่อง เราก็คิดออกแค่ 2 เมนูค่ะ คือขนมทองโย๊ะ และเค้กป้าเกล็น ร้านขนมทองโย๊ะปิด เค้กป้าเกล็นก็หยุดขายชั่วคราว สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่าจะขับรถลงจากหมู่บ้านไปนิดหน่อย เพื่อไปทานเค้กกันที่ ร้านเค้กชาวเหมือง ของลุงชาลีกันค่ะ เพราะเค้กของที่นี่เป็นเค้กสูตรของป้าเกล็นที่เราอยากทานกันนั่นเอง

ขับรถลงมาประมาณ 3 กิโลเมตร ก็เจอร้านแล้วอยู่ติดริมถนนเลยค่ะ อุตส่าห์ขับมาทั้งที ก็ชิมกันไป 3 รสชาติเลย มีแคร์รอตเค้ก, เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม และฟรุตเค้ก อร่อยทั้ง 3 ชิ้นเลย แต่เราชอบฟรุตเค้กที่สุดค่ะ ที่ร้านจะเสิร์ฟชามะลิอุ่น ๆ ให้เราทานคู่กับเค้กด้วยนะคะ หอมมาก ๆ

ทานเค้กเสร็จก็ไปเดินเที่ยวกันต่อค่ะ เราขับรถขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านหลังหมู่บ้าน ตรงนี้จะมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และวัดเหมืองแร่ปิล็อก มองจากบริเวณลานลงไปก็จะเห็นหมู่บ้านในมุมสูง สวยไปอีกแบบค่ะ ช่วงเย็นเราตั้งใจจะไปซื้อตะเกียงพม่า และไฟเย็นที่ตลาดในหมู่บ้านกัน ที่ตลาดจะมีสินค้าจากพม่าขายอยู่เยอะมากค่ะ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ และขนมต่าง ๆ

บ้านอีต่อง

แต่ก่อนจะไปถ่ายรูปขอแวะเติมพลังด้วยอาหารเย็นกันก่อน เรามาทานกันที่ Pilok Camp Coffee & Homestay เป็นร้านที่อยู่ติดริมน้ำเลยค่ะ บรรยากาศดี อาหารอร่อย ได้ทานหมูกระทะอุ่น ๆ กลางสายหมอก ฟินมาก ๆ

1 of 2

บ้านอีต่อง

อิ่มแล้วก็ได้เวลาไปเดินตลาดซื้อตะเกียงและไฟเย็น เสร็จแล้วเราก็ไปถ่ายรูปที่สะพานคล้องไม้ช่วงกลางคืนกันค่ะ ช่วงนี้จะได้บรรยากาศแสงไฟสีส้มริมน้ำ เคล้าไปกับสายหมอก โรแมนติกมาก ๆ จบจากตรงนี้ก็ถึงเวลาเข้านอนกันแล้วค่ะ โปรแกรมวันพรุ่งนี้ก็มีแค่ทานอาหารเช้า แล้วก็เดินทางกลับกัน

1 of 3

ขนมทองโย๊ะ

ตื่นแล้วเราก็ไปหาขนมทองโย๊ะทาน แล้วไปต่อกันที่ร้านช้างแก่ ที่นี่เป็นร้านอาหารเช้าที่ตกแต่งแบบคลาสสิก บรรยากาศแบบชวนให้นึกถึงวันวาน มีของตกแต่งแนวโบราณที่หาดูได้ยาก วันนี้เราสั่งเมนูง่าย ๆ มาทานกันค่ะ มีไข่ลวก+ขนมปังปิ้ง, ไข่นอกกระทะ, กาแฟโบราณ และนมสด ทานเรียบร้อยแล้วก็เก็บกระเป๋า เดินทางกลับกรุงเทพฯ

บ้านอีต่อง

ทริปนี้เป็นทริปที่ประทับใจมากค่ะ ใครที่ชอบท่องเที่ยวแบบ slowlife ได้สัมผัสธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ ทานอาหารท้องถิ่น ฟังเรื่องราวความเป็นมาของหมู่บ้าน ขอแนะนำให้เดินทางมาที่นี่เลยค่ะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน สามารถไปติดตามคลิปเที่ยวบ้านอีต่องได้ที่ช่องทาง Youtube " target="_blank" rel="noopener">คลิก

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:

https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...