โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

S&P จัดอันดับ ไทยเป็นประเทศ “มีเสถียรภาพ” หลังรัฐบาลเร่ง นโยบายเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น.

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 68 โฆษกรัฐบาล เผย สถาบันจัดอันดับระดับโลก S&P ให้ไทยเป็นประเทศ “มีเสถียรภาพ” หลังรัฐบาลเร่ง นโยบายเศรษฐกิจ 7 เดือนที่ผ่านมาเดินมาถูกทางแล้ว

ไทยแลนด์ ยังน่าลงทุน..สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก S&P จัดอันดับเครดิตไทยที่ BBB+ ให้เป็นประเทศที่ ‘มีเสถียรภาพ’ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก ชี้เป็นประเทศที่มีทุนสำรองมั่นคง สถานะการเงินระหว่างประเทศแข็งแกร่ง

แผนเดินหน้า ศก. ของรัฐบาลมีทิศทางดี ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น คาด GDP ปี 68-69 เติบโต 2.3-2.6 %

วันนี้ (วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2568)นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของโลกอย่าง “S&P Global Ratings” ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ BBB+ พร้อมมุมมองสำคัญที่ระบุว่า ประเทศไทย “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) สะท้อนถึงความมั่นใจของนักวิเคราะห์และนักลงทุนต่อแนวทางการบริหารเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกอย่างรอบด้าน ทั้งการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น และการนำพาประเทศไทย ก้าวข้ามความท้าทายในระดับโลกในช่วงวิกฤติการณ์อย่างมีแบบแผน

ทั้งนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก S&P คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 ว่าจะเติบโตที่ 2.3% และ 2.6% ตามลำดับ โดยอาจจะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2568–2571 คาดว่า GDP ที่แท้จริงจะเติบโตเฉลี่ย 2.8% ต่อปี ขณะที่รายได้ต่อหัวในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นจาก 7,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 8,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

S&P ยังเห็นว่า การที่รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการลงทุนตามแผน โดยเฉพาะโครงการ EEC และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจ ดำเนินการโครงการร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน (PPP) ที่จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน S&P ยังระบุอีกด้วยว่า ประเทศไทยยังคงมีสถานะทางการเงินระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง และมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลมีความตั้งใจในการพัฒนาและปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทันสมัยและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลัก การบริหารจัดการอย่างมีวินัยทางการคลัง ควบคู่กับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในทุกการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน รายได้ ค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และยังได้เดินหน้าสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ด้วยการแก้หนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก S&P จัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย ที่ระดับ BBB+ โดยภาพรวมของเศรษฐกิจยังคงมีเสถียรภาพ แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และนโยบายภาษีสหรัฐฯก็ตาม

“รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนางสาว แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไก “เครื่องยนต์ 4 ตัวหลัก” อาทิการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก การลงทุนภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมแผนขับเคลื่อนงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท เพื่อเร่งกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านโครงการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การยกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมส่งออก และการเสริมสร้างทุนมนุษย์และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออกและภาคธุรกิจที่ได้รับผลจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก อีกทั้งเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ นำมาซึ่งการลงทุนระดับโลกในประเทศไทย

ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับเครดิตล่าสุดของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกสัญชาติอเมริกันอย่าง S&P ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า นโยบายของรัฐบาลไทยกำลังเดินมาถูกทาง และเป็นหลักประกันสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันจัดอันดับโลก ต่อรัฐบาลไทยในการวางรากฐานประเทศไทยให้พร้อมเผชิญอนาคตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมั่นใจ" นายจิรายุ กล่าว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...