โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

2 ทศวรรษไฟใต้ ยังแย่เหมือนเดิม

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

สถานการณ์ปัญหาความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านมากว่า 20 ปี หลังเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนถึงวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีแต่ทรงกับทรุด และสถานการณ์มีแนวโน้มไต่ระดับเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เป็นบาดแผลเรื้อรัง กลายเป็นไฟสุมขอนที่รอวันปะทุครั้งแล้วครั้งเล่า

นิด้าโพล สำรวจความคิดเห็น ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า 33.45% สถานการณ์แย่เหมือนเดิมรองลงมา 20.36% ระบุว่า สถานการณ์ดีเหมือนเดิม และมีเพียง 18.55% เท่านั้นที่บอกว่า สถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้น

กรณีเหตุรุนแรงระลอกล่าสุด คนร้ายบุกกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก2 ราย หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ตกเป็นเหยื่อคมกระสุนโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กับการก่อเหตุ
ยิงหญิงชราพิการกับลูกอีก 2 ศพ คือบทสะท้อนที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของอำนาจรัฐได้อย่างชัดเจนที่สุด

ปฏิบัติการลงมืออย่างชั่วช้าดังกล่าว นับเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้เลย แถลงการณ์ประณามของหน่วยงานต่างๆ ก็ไม่อาจเยียวยาความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสียได้เช่นกัน จึงมีเสียง
เรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับความเข้มข้นใช้มาตรการเชิงรุกดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ต้องยอมรับว่า อำนาจรัฐล้มเหลว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความชัดเจน และจริงจังที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาดับไฟใต้ สิ่งที่รัฐบาลส่งสัญญาณเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ การขับเคลื่อนผ่านบทบาทของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน อย่างเป็นด้านหลัก โดยคาดหวังว่าจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แก้ไขสถานการณ์ให้ทุเลาเบาบางลง

แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีเห็นอะไรดีขึ้น คำกล่าวที่ว่าภายในปีนี้จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในสันติภาพชายแดนใต้ และเชื่อว่าปีหน้าน่าจะจบ ยังเป็นแค่ราคาคุยตามแบบฉบับของฝ่ายการเมือง ในทางตรงกันข้ามสถานการณ์กลับยิ่งปะทุขึ้นถี่ยิบ กลุ่มผู้ก่อการยังพุ่งเป้าโจมตีฝ่ายพลเรือนแบบมีนัยสำคัญ

มีการเสนอแนวทางแก้ไขจากหลายฝ่ายอย่างคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุดที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน เร่งจัดทำข้อเสนอและข้อสังเกตที่จะเสนอต่อสภา เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล ซึ่งมี3 แนวทางคือ 1.ทบทวนยุทธศาสตร์การทำงาน2.เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย และ 3.ให้ความสำคัญกับการเจรจากับผู้เห็นต่างอย่างจริงจัง

การเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพ จึงเป็นยาสามัญของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุเลวร้าย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน หลังจากหยุดชะงักมากว่า 9 เดือน นับจากนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนมาถึงรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฝ่ายไทยชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม กลไกการเจรจาสันติภาพเป็นอีกแนวทางที่ฟังดูดี และเป็นแนวทางสากลสำหรับยุติความขัดแย้งต่างๆ มีการหยิบยกกรณีตัวอย่างจากหลายชาติที่คลี่คลายสถานการณ์ลงได้จากการเจรจา แต่สำหรับปัญหาไฟใต้ใน 3 จังหวัดนั้นในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ง่ายเลยเนื่องเพราะอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเพื่อการแบ่งแยก ไม่ใช่เจรจา อีกทั้งสถานการณ์ยังทับถมซับซ้อนมาหลายสิบปี แม้แต่รัฐเองก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่ามันเกิดจากการกระทำของใคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...