โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราช กรุ๊ป-BGRIM ขยับซื้อกิจการไฟฟ้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 ต.ค. 2564 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 09.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 28 ต.ค. –กลุ่มโรงไฟฟ้าสบโอกาสซื้อกิจการ ขยายงาน ร่วมมือหาลูกค้าที่ชัดเจน  ราช กรุ๊ป ลงทุน 3,413 ล้านบาท ร่วมทุนโรงไฟฟ้า-เครือสหพัฒน์ ด้านบีกริมทุ่ม 12,400 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดของ E-COGEN

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า    ราช กรุ๊ป ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) จากกลุ่มสหพัฒน์ สัดส่วนร้อยละ 51 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของสหโคเจน มูลค่าการลงทุนรวม 3,413 ล้านบาท (คิดเป็นราคา 5.75 บาทต่อหุ้น) ซึ่งสัญญาซื้อขายหุ้น และสัญญาการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ลงนามแล้วในวันนี้ คาดว่าธุรกรรมทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2564 โดย สหโคเจน มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมสูงสุด 214 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 96 ตัน/ชั่วโมง ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้  90 เมกะวัตต์ จำหน่ายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และส่วนที่เหลือรวมทั้งไอน้ำจำหน่ายแก่โรงงานอุตสาหกรรมในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์-ศรีราชา และยังลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล อีก 2 แห่ง ได้แก่  กำลังการผลิต 9.6 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ – ลำพูน  และ กำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร  อีกทั้งยังมีการร่วมทุนในบริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด (ถือหุ้นร้อยละ 21) ดำเนินธุรกิจติดตั้งโซล่าร์บนหลังคาภายในสวนอุตสาหกรรมและขายไฟฟ้าตรงสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยกำหนดเป้าหมายไว้ประมาณ 53 เมกะวัตต์

“ความสำเร็จของการร่วมทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการรักษาและสร้างฐานธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยโรงไฟฟ้าสหโคเจน ปัจจุบันผลิตไฟฟ้าขายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม กว่า 70 แห่ง รวมถึงในเครือของสหพัฒน์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่า ความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะเพิ่มมากขึ้น และ ยังเห็นโอกาสและศักยภาพที่จะพัฒนาธุรกิจต่อยอดรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบจำหน่ายไฟฟ้าไปสู่สมาร์ทกริด และ/หรือไมโครกริดในอนาคตด้วย” นางสาวชูศรีกล่าวว

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จากัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัท ยูนิเวนเจอร์ บีจีพี จำกัด (UVBGP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมระหว่าง BGRIM ถือหุ้นสัดส่วน 45% และบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV ถือหุ้นในสัดส่วน 55% อยู่ระหว่างการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท อีสเทอร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (E-COGEN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP 

ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งการถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 74.5% ในบริษัท พีพีทีซี จำกัด (PPTC) และในสัดส่วน 100% ในบริษัท เอสเอสยูที จำกัด (SSUT) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Cycle Cogeneration Power Plants) และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA)กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการละ 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยการเข้าซื้อโครงการในครั้งนี้ ใช้เงินลงทุนรวม 12,400 ล้านบาท

สำหรับ PPTC ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กำลังการผลิตติดตั้ง 120 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 30 ตันต่อชั่งโมง จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ(COD) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ส่วน SSUT ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม จำนวน 2 โครงการ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 240 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 60 ตันต่อชั่งโมง COD ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 . -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...