โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสถานะโควิดระลอก 5 ปักหมุดฉีดวัคซีน เข็ม 3 ทั่วประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ม.ค. 2565 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2565 เวลา 09.10 น.

ไทยเข้าสู่การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ (ระลอก 5) กลายพันธุ์สู่โอมิครอน ที่มีความรุนแรงน้อย แต่กระจายเชื้อรวดเร็ว สธ.เตรียมประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น ในปี 2565 ด้วยการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เข็มที่ 3 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพิ่มขึ้น

จำนวนผู้ติดเชื้อ เข้าใกล้ระดับการคาดการณ์ ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาส่งสัญญาณว่า ในระดับที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีการออกมาตรการควบคุม ไทยจะติดเชื้อ สูงสุด 30,000 ต่อวัน

เป็นไปตาม ตัวเลข ของ ศบค.ได้คาดการณ์สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศในภาพรวมขณะนี้ว่า หากยังพบการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 20,000 กว่าราย ในเดือนมกราคม 2565 และอาจจะแตะถึง 30,000 กว่าราย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ จาก ศบค. (ตั้งแต่วันที่ 1-11 ม.ค.) สะสมแล้ว 61,174 ราย เสียชีวิตสะสม 152 ราย

“ประชาชาติธุรกิจ” นำเสนอรายงาน สถานะของการระบาดโควิด-19 ณ ไตรมาสแรกของปี 2565

โควิดไทยเข้า “ระลอก 5”

การปรับเปลี่ยนสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทย ทางกรมควบคุมโรคได้เปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในแต่ละ “ระลอก” ไว้ดังนี้

โควิดระลอก 1 : การระบาดของโควิดสายพันธุ์อู่ฮั่น เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม – 14 ธันวาคม 2563 รวมระยะเวลา 11 เดือน

มีผู้ป่วยจำนวน 4,327 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 98.58% และเสียชีวิต 60 ราย

โควิดระลอก 2 : การระบาดของโควิดสายพันธุ์อัลฟ่า เบต้า เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 – 31 มีนาคม 2564 รวมระยะเวลา 3 เดือนครึ่ง

มีผู้ป่วยจำนวน 24,626 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 99.86% และเสียชีวิต 34 ราย

โควิดระลอก 3 : การระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-14 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 14 วัน

มีผู้ป่วยจำนวน 7,074 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 95.58% และเสียชีวิต 3 ราย

โควิดระลอก 4 : การระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2564

กระทั่งล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ได้เข้าสู่ ระลอกที่ 5 เป็นที่เรียบร้อย โดยมาพร้อมกับโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอมิครอน

ปรับมาตรการคุมเข้ม ระดับ 4

ผ่านเพียง 1 วัน หลังประกาศเข้าสู่ระลอกที่ 5 สธ.ได้ประกาศแจ้งเตือนภัยสาธารณสุขสถานการณ์โควิด-19 โดยยกระดับมาตรการรับมือโควิดเป็น ระดับ 4 จากทั้งสิ้น 5 ระดับ ซึ่งต้องติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อจากนี้  หากเป็นไปตามคาดการณ์ของ ศบค.ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น สธ.คงต้องประกาศยกระดับมาตรการคุมโควิดของไทยขึ้นเป็น ระดับ 5 นั่นหมายถึง โควิดในไทยได้เข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้ง

เปิด 5 ระดับมาตรการคุมโควิด

มาตรการคุมโควิดระดับ 1 

  • สถานที่เสี่ยง : ใช้บริการได้ทุกแห่ง ภายใต้มาตรการความปลอดภัย Covid free setting
  • การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก : Smart living, ร่วมกิจกรรมได้แบบ New Normal
  • การเดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด : ขนส่งสาธารณะได้ ภายใต้มาตรการความปลอดภัย Covid free setting
  • การเดินทางเข้าประเทศ : เดินทางได้ปกติ

มาตรการคุมโควิดระดับ 2 

  • สถานที่เสี่ยง : กลุ่ม 608/ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ งดเข้าสถานบันเทิง เลี่ยงเข้าสถานที่ระบบปิด/แออัด
  • การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก : กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่รวมกลุ่มจำนวนมาก
  • การเดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด : กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณสุขทุกประเภท
  • การเดินทางเข้าประเทศ : กลุ่มเสี่ยง 608 ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ เข้าประเทศต้องกักตัว

มาตรการคุมโควิดระดับ 3

  • สถานที่เสี่ยง : ทุกคนงดเข้าสถานบันเทิง เลี่ยงเข้าสถานที่ระบบปิด/แออัด
  • การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก : กลุ่ม 608/ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่รวมกลุ่มจำนวนมาก
  • การเดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด : กลุ่ม 608/ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประภท
  • การเดินทางเข้าประเทศ : กลุ่ม 608/ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ งดเดินทางไปต่างประเทศคนทั่วไป เลี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ เข้าประเทศต้องกักตัว

มาตรการคุมโควิดระดับ 4

  • สถานที่เสี่ยง : ทุกคนงดรับประทานอาหารร่วมกันหรือดื่มสุราในร้าน งดเข้าสถานที่เสี่ยงทุกประเภท
  • การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก : ทุกคนเลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นนอกบ้าน งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม
  • การเดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด : ทุกคนงดโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท
  • การเดินทางเข้าประเทศ : ทุกคนงดเดินทางไปต่างประเทศ เข้าประเทศต้องกักตัว

มาตรการคุมโควิดระดับ 5

  • สถานที่เสี่ยง : ทุกคนงดออกนอกบ้าน หากจำเป็นเพื่อการดำรงชีวิต เช่น ตรวจ รักษา ซื้ออาหาร-ของใช้
  • การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก : งดรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน งดใกล้ชิดกันในบ้าน (ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน)
  • การเดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด : ทุกคนงดออกนอกบ้าน หากจำเป็นให้ใช้รถส่วนตัว และคัดกรอง
  • การเดินทางเข้าประเทศ : ทุกคนห้ามไปต่างประเทศ เข้าประเทศต้องกักตัว

เตรียมปรับโควิดเป็น “โรคประจำถิ่น”

การระบาดโควิดระลอกใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญตั้งแต่ไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด นับตั้งแต่เจอผู้ติดเชื้อรายแรก เนื่องจากทั่วโลกรวมถึงไทย พบกับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอมิครอน โดยไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ดังกล่าวรายแรก เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 เป็นหญิงไทย วัย 49 ปี ติดโควิด-19 โดยได้รับเชื้อจากสามีชาวโคลอมเบีย เดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย เข้าไทยผ่านระบบแซนด์บอกซ์ เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2564

ด้วยประสิทธิภาพของเชื้อโควิดโอมิครอน ที่แพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้อาการของผู้ติดเชื้อลดความรุนแรงลง ซึ่งสอดคล้องกับการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเสียชีวิตลดน้อยลง

เปิด 3 เหตุผล โควิดเป็นโรคประจำถิ่น

กรมควบคุมโรค จึงพิจารณาว่า เตรียมให้การระบาดในระลอกนี้ เข้าสู่ “โรคประจำถิ่น (Endemic) คือ การระบาดของโรคที่พบอัตราการป่วยในระดับคงที่และสามารถคาดการณ์ได้ ในพื้นที่นั้น ๆ โดยให้เหตุผลประกอบไว้ว่า

  • เชื้อโอมิครอนลดความรุนแรง
  • ประชาชนให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีน
  • การบริหารจัดการ ดูแลรักษาและการชะลอการระบาดได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งประกาศแผนการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ในระยะต่อไป ใน 4 มาตรการหลัก ดังนี้

1. มาตรการสาธารณสุข ใช้แนวทางการชะลอการระบาด เพื่อให้ระบบสาธารณสุขดูแลทุกคนได้ เพิ่มการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือเข็มที่ 4

2. มาตรการการแพทย์ เนื่องจากโรคไม่มีความรุนแรง จึงเน้นการดูแลมาใช้แบบแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) และศูนย์พักคอยในชุมชน (Community Isolation)

3. มาตรการสังคม ประชาชนยึดหลักป้องกันตัวเองสูงสุด (Universal Prevention) เลี่ยงการเข้าสถานที่ไม่ปลอดภัย ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเคร่งครัดให้สถานบริการปลอดโควิด-19 (COVID free setting)

4. มาตรการสนับสนุน ด้านค่ารักษาพยาบาลและการตรวจหาเชื้อ

ข้อมูลล่าสุด (10 ม.ค.) ศบค. รายงานสถานการณ์โควิดประจำวัน พบการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน กระจายแล้ว 71 จังหวัดทั่วไทย และมีผู้ติดเชื้อถึง 5,397 ราย

ปักธงมาตรการฉีดเข็ม 3 สู้โอมิครอน ทุกพื้นที่

ประเทศไทยฉีดวัคซีนให้ประชาชน ทุกพื้นที่ ทะลุเป้าหมาย 100 ล้านโดส ในวันที่ 19 ธันวาคม 2564 ตามที่กระทรวงสาธารณสขุได้กำหนดไว้

เป้าหมายต่อไป รัฐบาลประกาศผ่านมติ ของ ศบค.ระบุเป้าหมายการฉีดวัคซีน เพิ่มเป็น 120 ล้านโดส โดยมุ่งเข้าสู่การฉีด “เข็มกระตุ้น” เข็ม ที่ 3 และเข็มที่ 4  จำนวน 20 ล้านโดส ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2565

ใครจะได้ฉีดวัคซีน เข็มที่ 3 และ 4 บ้าง เป็นไปตามแผนของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข และมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ดังนี้

  • ผู้ที่อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นที่ยังไม่เคยรับการฉีดวัคซีน สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนแบบ walk-in ได้ ตามสถานพยาบาลที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร กำหนดไว้
  • ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือผู้ที่เคยติดเชื้อทุกราย จะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้ภายใต้คำแนะนำที่มีผลงานทางวิชาการรับรอง
  • กลุ่มเป้าหมายอายุ 5-12 ปี สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง

ล่าสุด ข้อมูลการฉีดวัคซีน จากกรมควบคุมโรค (11 ม.ค.2565) อัพเดตจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วสะสมแล้ว 106,636,206 โดส ประกอบด้วย เข็ม 1 ฉีดสะสม 51,424,303 โดส เข็ม 2 ฉีดสะสม 46,647,421 โดส และ เข็ม 3 ฉีดสะสม 8,564,302 โดส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...