รองประธาน ECB มอง “ยูโร” กลายเป็นสกุลเงินสำรองทางเลือกแทน “ดอลลาร์” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
รองประธาน ECB มอง "ยูโร" กลายเป็นสกุลเงินสำรองทางเลือกแทน "ดอลลาร์" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากยุโรปเดินหน้าผสานความร่วมมือกันมากขึ้น
วันที่ 23 เมษายน 2568 เวลา 01.25 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Luis de Guindos รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า เงินยูโรอาจกลายเป็นทางเลือกแทนดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรอง หากยุโรปเดินหน้าผสานความร่วมมือกันมากขึ้น
Luis de Guindos กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าเรายังอยู่ในจุดที่จะเป็นทางเลือกแทนสกุลเงินสำรองได้ในตอนนี้ แต่ผมเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในจุดที่ดีที่สุดที่จะกลายเป็นหนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า …หากกระบวนการผสานรวมเพิ่มเติมเกิดขึ้น ผมมั่นใจว่าน้ำหนักของเงินยูโรในระดับโลกจะเพิ่มขึ้น”
รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวระหว่างการกล่าวกับนักศึกษาในกรุงมาดริด ว่า “โลกจะต้องรู้สึกว่ายุโรปพูดด้วยเสียงเดียวกัน ตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ผลประโยชน์ระดับชาติ และเราต้องปิดช่องว่างด้านกฎระเบียบ เพื่อให้กลายเป็นตลาดภายใน ตลาดทุน และตลาดธนาคารแบบเดียวกัน”
นโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ การโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างต่อเนื่องของทรัมป์ ได้ผลักดันให้โลกเริ่มเบี่ยงออกจากการพึ่งพาสหรัฐมากขึ้น ทั้งจากรัฐบาลและนักลงทุนที่เริ่มสูญเสียความมั่นใจในสกุลเงินและพันธบัตรของสหรัฐ
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนโครงสร้างเงินสำรองทั่วโลกจากดอลลาร์มาเป็นยูโรนั้นเป็นแนวคิดที่ต้องใช้เวลานานมาก และยังไม่มีความแน่นอนในความเป็นไปได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา แม้จะมีการคาดการณ์เช่นนี้อยู่เป็นระยะ แต่ก็มักพิสูจน์ว่าไม่เกิดขึ้นจริง
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เงินยูโรคิดเป็นเพียง 20% ของเงินสำรองทั่วโลก ขณะที่ดอลลาร์ยังครองสัดส่วนเกือบ 60% ซึ่งเป็นความได้เปรียบที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดหลายปี
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ยังกล่าวกับ CNBC ว่า การที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์นั้นดูขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้
“ในตอนที่เราทำการคาดการณ์ เราคาดว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น ขณะที่ยูโรจะอ่อนลง …แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานของยุโรป และระดับความเชื่อมั่นที่มีต่อยุโรปในเวลานี้”
อ้างอิง : bloomberg.com