โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Teen Coach EP.123 : Situationship สถานะกั๊กใจ เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่เชิง

Dek-D.com

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 06.52 น. • DEK-D.com
Situationship ความสัมพันธ์ที่

เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่เชิง ตกลงเราเป็นอะไรกัน?

ถ้าถามว่าแถวนี้มีใครโสด? ใครไม่โสด? หลายคนคงตอบได้ง่ายๆ แต่ก็จะมีบางคนที่ตอบไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจในสถานะของตัวเอง ตกอยู่ในสถานการณ์ที่แบบว่าเอ๊ะ ยังไง จะเพื่อนก็ไม่ใช่ จะแฟนก็ไม่เชิง คนคุยงั้นเหรอ?

เราต่างก็คงคุ้นหูกับคำว่า Situationship เหมือนที่เพลงของ 4EVE บอกไว้ว่า I don't know you tell me สถานะเรานั้นยังมะ มะ ไม่ชัดเจน..

เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ไม่ชัดเจน จะเรียกว่าคนคุย จะกั๊ก หรือว่าสถานะคลุมเครือ

ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะชัดเจน อาจมีทั้งความใกล้ชิดทางอารมณ์และร่างกาย แต่ไม่มีข้อผูกมัด หรือการตกลงกันเกี่ยวกับอนาคต สำหรับบางคน Situationship อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะให้ความยืดหยุ่น และไม่ต้องรับผิดชอบต่อกันมากนัก แต่ในบางกรณี ความสัมพันธ์แบบนี้อาจกลายเป็นพิษและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเราได้เหมือนกัน

Situationship คืออะไร?

เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกแน่ชัด อยู่ระหว่าง "มากกว่าเพื่อน" แต่ "ยังไม่ใช่แฟน"ทั้งสองฝ่ายอาจใช้เวลาด้วยกัน มีความรู้สึกดีต่อกัน หรือแม้แต่มีความสัมพันธ์ทางกายภาพ แต่ไม่มีการตกลงกันเกี่ยวกับสถานะหรืออนาคตของความสัมพันธ์

ลักษณะของ Situationship

  • ไม่มีการตกลงกันเกี่ยวกับสถานะของความสัมพันธ์
  • มีการติดต่อกันเป็นระยะๆ แต่ไม่มีความแน่นอน
  • อาจมีความรู้สึกดีต่อกัน แต่ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องในอนาคต
  • ไม่มีความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Attachment)
  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความรู้สึกที่แท้จริง

Situationship แตกต่างจากความสัมพันธ์ทั่วไปยังไง

พี่จะลองยกตัวอย่างเพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพได้มากขึ้นนะคะ

  • สถานะไม่ชัดเจน แน่นอนว่า เรื่องสถานะของความสัมพันธ์ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่เป็นแฟน แค่ถูกใจกันและกัน จะแสดงออกยังไงก็แล้วแต่คู่นั้นจะตกลงกัน
  • การสื่อสารไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ละคู่ อาจจะมีความชัดเจนจากฝ่ายใดฝ่ายนึง ในบางครั้งสนิทสนมกันมาก แต่บางครั้งก็ห่างเหิน
  • ไม่มีการวางแผนอนาคตร่วมกัน ไม่มีการพูดถึงการพัฒนาความสัมพันธ์หรือการใช้ชีวิตร่วมกัน

ฟังดูแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไร

แต่ทำไมหลายคนยังเลือกที่จะอยู่ใน Situationship?

1. ต้องการอิสระ

บางคนไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่มีข้อผูกมัด หรือยังอยากมีพื้นที่ส่วนตัวการอยู่ใน Situationship ทำให้สามารถใช้เวลากับใครบางคนโดยไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึก หรือติดอยู่กับความสัมพันธ์มากนัก

2. กลัวความสัมพันธ์ที่จริงจัง

บางคนอาจเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน ทำให้ไม่อยากผูกมัดกับใครอย่างจริงจัง

3. ไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง

มีหลายครั้งที่คนเรายังไม่แน่ใจว่าต้องการเป็นคู่รักกับอีกฝ่ายหรือไม่ Situationship จึงกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยให้มีเวลาเรียนรู้กันมากขึ้น คล้ายๆ กับการเป็นคนคุยอย่างที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

4. รอให้อีกฝ่ายตัดสินใจ

บางคนหวังว่าความสัมพันธ์จะค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นแฟนในอนาคตจึงยอมอยู่ใน Situationship โดยไม่เร่งให้อีกฝ่ายกำหนดสถานะ

5. กลัวความเหงา

หลายคนอยู่ใน Situationship เพียงเพราะไม่ต้องการอยู่คนเดียว แม้ว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะไม่ให้ความมั่นคงทางอารมณ์ แต่ก็ยังดีกว่าการไม่มีใครเลย

สรุปว่า Situationship มันดีจริงไหม ควรค่าที่จะมีไหม เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์หรือเปล่า?

บางทีมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เสมอไป ถ้าทั้งสองฝ่ายเข้าใจและพอใจกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่อย่างไรก็ตาม หากหนึ่งในฝ่ายต้องการความสัมพันธ์ที่จริงจัง แต่อีกฝ่ายยังไม่พร้อมหรือไม่ต้องการ Situationship อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้

โดยที่คีย์หลักสำคัญคือ “Consent” การตกลงและยินยอมของทั้งสองฝ่าย

โดย Situationship จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์เมื่อ

  • มีเพียงฝ่ายเดียวที่ต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคง
  • ทำให้เกิดความวิตกกังวล เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร
  • ขาดการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา อีกฝ่ายหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องอนาคต
  • ทำให้รู้สึกสูญเสียคุณค่าในตัวเอง เพราะต้องรอให้คนอื่นตัดสินใจ

Situationship จะส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจทันที ถ้ามีคนต้องการความจริงจัง สถานะมั่นคง

อย่างที่พี่กล่าวไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการยินยอม การยอมรับของทั้งสองฝ่าย หากมีฝ่ายใดฝ่ายนึงที่ไม่ทำตามข้อตกลง ความสัมพันธ์นั้นก็ไม่เหมาะที่จะมีต่อไป

นอกเหนือไปจากนั้น หากเราอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Toxic หรือ ไม่ดี จะยิ่งส่งผลให้เรารู้สึกว่าคุณค่าของเราลดน้อยลง (Low Self-Esteem)และมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

ผลกระทบทางจิตใจของ Situationship

1. ความวิตกกังวลและความไม่มั่นคง

เมื่อไม่มีความชัดเจนในความสัมพันธ์อาจทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล และสงสัยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

2. ลดความมั่นใจในตัวเอง

การที่ต้องรอให้เราไม่กล้าตัดสินใจว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์หรือไม่ อาจทำให้รู้สึกไม่มีค่าเพียงพอ

3. ความเครียดและความสับสน

การไม่รู้ว่าความสัมพันธ์จะไปทางไหน อาจทำให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยรวมได้ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน อย่างไรต่อ

4. ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคต

หากเคยชินกับ Situationship อาจทำให้มองว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดไม่มีความแน่นอน และทำให้กลัวความรักที่แท้จริง

ถ้าเรามีแนวโน้มที่จะอยู่ใน Situationship จะรับมือยังไงดี?

1. ถามตัวเองว่าเราต้องการอะไร

  • เราโอเคกับความสัมพันธ์มั้ย
  • เราต้องการความชัดเจนหรือเปล่า

2. สื่อสารกับอีกฝ่าย

  • ลองพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง
  • ถามอีกฝ่ายว่าเขามองความสัมพันธ์นี้อย่างไร

3. อย่าฝืนตัวเอง

  • ถ้าเราต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคง แต่ Situationship ไม่สามารถให้ได้ อาจถึงเวลาที่ต้องเดินออกมา

4. ให้ความสำคัญกับตัวเอง

  • อย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่ไม่ช้ดเจนมาลดทอนคุณค่าในตัวเอง
  • มองหาคนที่ต้องการสิ่งเดียวกับเรา

ความสัมพันธ์แบบ Situationship ถ้าเกิดว่าเรารับได้ไม่รู้สึกแย่ ไม่รู้สึกว่าคุณค่าในตนเองลดลง ก็อาจจะเป็นความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งที่สอนให้เราทำความเข้าใจ เหมาะสำหรับบางคนที่ต้องการความสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่นและไม่มีข้อผูกมัด

แต่เมื่อใดที่เราเริ่มมองตัวเองในแง่ลบ กังวล ไม่มั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจหรือเดินออกจากความสัมพันธ์ เมื่อนั้นคือการที่ความสัมพันธ์นี้เริ่มทำร้ายเราเราต้องตั้งสติ แล้วมูฟออน หรือหากเราต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคงและชัดเจน ควรถามตัวเองว่าความสัมพันธ์ตอนนี้ตอบโจทย์หรือไม่ ถ้าเรารับไม่ไหวก็สามารถหันหลังเดินออกมาได้เลยตามหาคนที่ต้องการความสัมพันธ์แบบเดียวกับเราดีกว่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด

สุดท้ายแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมั่นคงและมีความสุข ไม่ใช่ทำให้เราสงสัยในตัวเองตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...