โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KBANK กับงบไตรมาสแรก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)หรือ KBANK ประกาศกับตลาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 13,791 ล้านบาท เพิ่มจากระยะเดียวกันของปีก่อน 1.08% ในขณะที่ตั้งสำรองหนี้สูญไว้เพิ่มขึ้นเป็น 9,818 ล้านบาท

ด้วยกำไรสุทธิจากดอกเบี้ยจำนวน 35,425 ล้านบาท ลดลง 7.23% เป็นผลมาจากแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ย และการจัดการอย่างระมัดระวังในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าทำให้อัตราเติบโตของค่าส่วนต่างของกำไรสุทธิดอกเบี้ย NET INTEREST MARGIN (NIM) เหลือแค่ 3.41% แต่มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์และรายได้จากค่าธรรมเนียมมากถึง 15.39%

กำไรสุทธิที่เติบโตลดลง เนื่องจากสาเหตุหลัก 2 ข้อคือ 1) ผลของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา 2) การเติบโตที่ช้าลงของลูกค้าตามภาวะเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ขณะที่ KBANK ยังคงรักษาผลประกอบการได้อย่างโดดเด่น ทำให้กำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ถือว่าการทำงานของ KBANK มีประสิทธิภาพสูง

ส่วนหนึ่งมาจากกำไรจากการขายประกันชีวิตหรือแบงก์แอสชัวรันส์ที่ยังคงเป็นตัวทำกำไรให้กับธนาคารและบริษัทลูกอย่างดีเยี่ยมเพราะมีต้นทุนต่ำ และกำไรอีกส่วนหนึ่งมาจากบริการเป็นส่วนที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแต่เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมเช่นบัตรเครดิต จึงทำให้ KBANK ยังคงตรึงอันดับหนึ่งของธนาคารพาณิชย์ต่อไปได้อีกหนึ่งไตรมาสและยังส่งผลให้ค่าบุ๊กแวลูของบริษัทยังคงเดินหน้าขึ้นไปอีก

ที่สำคัญราคาหุ้นบนกระดานที่ยังต่ำกว่า 150 บาท ยังคงน่าเก็บไว้ทำกำไรในระยะต่อไปได้อีก

การที่จะมีข่าวดีล่วงหน้าจาก ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการที่จะปรับเงื่อนไขของบริษัทจดทะเบียนในการที่จะซื้อหุ้นคืนจากตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นแบงก์ที่ราคาต่ำกว่าบุ๊กแวลูในยามนี้พยายามขยับตัว เพราะนักวิเคราะห์มองว่า กลุ่ม/ธนาคารพาณิชย์จะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้อย่างมาก

การบอกเลิกเงื่อนไขซื้อคืนหุ้นของบจ. ถือเป็นข่าวดีอย่างมาก เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่ามาตรการเดิมเช่น การซื้อคืนได้ไม่เกิน 10% แล้วตามมาด้วยมาตรการอื่น ๆ เช่น ซื้อคืนแบบครั้งเดียวจบและมาตรการให้ขายคืนตลาดภายใน 6 เดือน ล้วนถือเป็นมาตรการคร่ำครึไม่เหมาะสมกับตลาดขณะนี้อย่างยิ่ง

วิษณุ โชลิตกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...