โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'น้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่'เมืองปาย อาจกลายเป็นตำนานหลังแผ่นดินไหว

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตน้ำพุร้อนเหมืองแร่ เมืองปาย อาจจะกลายเป็นตำนาน ส่วนถ้ำปลาอาจมีความหวัง พบน้ำในถ้ำขุนมัว หลังแผ่นดินไหว

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ที่ผ่านมา หลายจังหวัดได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากอาคารส่วนราชการหน่วยงานและบ้านเรือนประชาชนบางแห่งจะมีรอยร้าวแล้ว แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำพุร้อนเหมืองแร่ อ.ปาย และถ้ำปลา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ก่อนหน้านี้น้ำพุร้อนเหมืองแร่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง น้ำพุร้อนที่เคยส่องประกายพวยพุ่งสูงกระจายฝอยน้ำอุ่นและน้ำแร่ สร้างความสวยงามดึงดูดหนังท่องเที่ยวให้มาเยือน หลังแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาที่ผ่านมากลับเงียบสนิทนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงกลายเป็นตำนาน สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยมายลโฉมน้ำพุร้อนเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นสวยงามตามธรรมชาติเมื่อรู้ข่าวต่างพากันเสียใจไปตามๆกัน แต่อย่างไรก็ตามเวลาอาจจะเป็นเครื่องพิสูจน์ น้ำพุร้อนเหมืองแร่อาจจะพวยพุ่งกลับมาเหมือนเดิมก็เป็นไปได้ รอดู

นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.64 ตนพร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน, นายอำเภอปาย และ ผกก.สภ.ปาย ตลอดจนสารวัตรตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมลงพื้นที่บ่อน้ำพุร้อน "บ้านเหมืองแร่" หมู่ 4 บ้านสบสา ต.เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ภายหลังมีนักท่องเที่ยวเด็กรัสเซีย ตกบ่อจนถูกน้ำร้อนลวกบาดเจ็บสาหัส มีแผนพัฒนาเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตและจะทำการเสนอเรื่องไปยัง คณะกรรมการระดับจังหวัด ในการหาแนวทางพัฒนาพื้นที่ต่อไป แต่มาเจอกับเหตุการณ์ทางธรรมชาติทำให้น้ำพุร้อนหยุดนิ่ง

ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค กล่าวว่า บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีความสูงของการประทุ ประมาณ 1.5 เมตร ถูกสำรวจครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2536 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ความลึกประมาณ 100 เมตร แต่น้ำร้อนเพิ่งปะทุขึ้นมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2556 ซึ่งถูกพบโดยบังเอิญ จากชาวบ้านในพื้นที่ น้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ แห่งนี้ มีอุณหภูมิ ประมาณ 94 - 96.4 องศาเซลเซียส โดยมีกลิ่นกำมะถันน้อยกว่าแหล่งอื่น ซึ่งอยู่ติดกับทางทางหลวงหมายเลข 1265 (แยกแม่ปิง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน - บ้านวัดจันทร์ อ.กลัยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่) ห่างจากแยกแม่ปิงประมาณ 13 กิโลเมตร น้ำพุไหลพุ่งออกสู่พื้นผิวรอบข้าง ไม่ได้มีลักษณะเป็นบ่อ แต่เกิดเป็นแอ่งน้ำลึกประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร มีอาณาบริเวณ 20 ตารางเมตร สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพแห่งใหม่ได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว ทำให้น้ำพุร้อนหยุดไหลไม่พุ่งขึ้นเหมือนเมื่อก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากน้ำพุร้อนเหมืองแร่อำเภอปายแล้ว "ถ้ำปลา" ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าไปเที่ยวชมปลามุงที่แวกว่ายไปมาภายในถ้ำ และลำแม่น้ำที่ใสสะอาดให้นักท่องเที่ยวนำอาหารมาโยนให้และยลโฉม แต่หลังแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ที่ผ่านมา น้ำในถ้ำปลาขุ่นมัว แทบมองไม่เห็นตัวปลา

นายศรุฒ ทัดวงศ์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการและจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลาน้ำตกผาเสื่อ กล่าวว่า แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมถ้ำปลาจำนวนมา โดยมี 2567 มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวถ้ำปลามากกว่า 1 แสนคน สร้างรายได้มากกว่า 3 ล้านบาท

ส่วนปี 68 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวถ้ำปลาแล้ว 86,441 คน สร้างรายได้มากกว่า 2 ล้านบาท หลังจากเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาถ้ำปลาก็ได้รับผลกระทบ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจน้ำภายในถ้ำพบว่าลำน้ำบริเวนปากถ้ำมีสีขุ่นมัว มีตะกอนดินภายในน้ำ และพบว่าปลาที่แหวกว่ายอยู่ในลำน้ำด้านนอกได้หลบเข้าไปอยู่ในถ้ำ ขณะนี้ประมาณเกือบ 1 สัปดาห์หลังแผ่นดินไหว สีของน้ำที่ขุ่นมัวมีตะกอนดินก็เริ่มจะใสเล็กน้ำ คงต้องใช้เวลากว่าน้ำจะใสเป็นปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...