โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธอส. มอง ภาคอสังหาฯ ไทย ปี 68 ยังฟื้นตัวได้ คาดสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ทั้งระบบโต 1.1%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 06.07 น.

ธอส. มอง ภาคอสังหาฯ ไทย ปี 68 ฟื้นตัวจากปี 67 จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น ดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง รวมทั้งมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV คาดปี 68 มียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 3.53 แสนหน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อน ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบคาดอยู่ที่ 5.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1%

3 เม.ย. 2568นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในปี 2568 จะขยายตัวอยู่ที่ 2.2% - 3.2% ดีขึ้นจากปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นการเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐที่จะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบกว่า 260,000 ล้านบาท รวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคและลงทุนภาคเอกชน ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราวสำหรับที่อยู่อาศัยทุกระดับราคา

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่อยู่อาศัยค้างสต๊อก รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ที่จะทำให้อัตราการเช่าซื้อที่อยู่อาศัยขยายตัวดี ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย ในปี 2568 ขยายตัวดีขึ้นจากปี 2567

โดยคาดการณ์จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศประมาณ 353,389 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือมีช่วงอัตราการขยายตัวระหว่าง -3.5% ถึง 9.7% ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบในปี 2568 อยู่ที่ 593,634 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีก่อน 1.1% หรือมีช่วงอัตราขยายตัวระหว่าง -1.0% ถึง 5.1%

ทั้งนี้ ธอส. ยืนยันพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยจะยังคงเป็นผู้นำในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างต่อเนื่อง

“หากพิจารณาจากสถานการณ์การปล่อยสินเชื่อใหม่ของ ธอส. ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมั่นใจในการก่อหนี้ในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมารองรับความต้องการของประชาชนมากขึ้น และส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้จะเติบโตดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดย ธอส. มั่นใจว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 240,000 ล้านบาท ในปี 2568 นี้ได้อย่างแน่นอน”นายกมลภพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธอส. ยังคงติดตามปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แม้จะมีสัญญาณการปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่รัดกุมของธนาคารพาณิชย์

และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจในต่างประเทศ ที่จะมีผลต่อการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของไทย รวมไปถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่ง ธอส. พร้อมปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดรับกับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการขอสินเชื่อของประชาชน

โดยยืนยันปัจจุบันมีลูกค้า ธอส. ทำนิติกรรมสัญญาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันลูกค้ายังสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตามปกติ โดย ธอส. เปิดให้ลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อ/ไถ่ถอนห้องชุด จัดทำเอกสารรับรองสภาพหลักประกันว่า โครงการ/อาคารมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถอยู่อาศัยได้ตามปกติ ซึ่งจะทำให้การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าไม่หยุดชะงัก

โดย ธอส. ได้จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง และตามแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อาทิ

  • สินเชื่อซื้อ-สร้าง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปี
  • สินเชื่อซ่อม-แต่ง เพื่อสนับสนุนลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ สามารถกู้เพิ่มเพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมอาคาร หรือเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เท่ากับ 1.00% ต่อปี
  • โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ ปี 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง รีไฟแนนซ์ ต่อเติม ขยาย ซ่อมแซม และชำระหนี้พร้อมรีไฟแนนซ์ วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อรายต่อหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.50% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.10%
  • โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2568 สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ และลูกจ้างประจำที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงิน ตามคำนิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝากของธนาคารที่ต้องการกู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง รีไฟแนนซ์ ต่อเติม ขยาย ซ่อมแซม ชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ชำระหนี้พร้อมรีไฟแนนซ์ และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.50% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 3.17%
  • โครงการบ้าน ธอส. สร้างสุขเพื่อผู้สูงวัย ปี 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมบ้าน กู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยตามแบบบ้านผู้สูงอายุ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 1.90% ต่อปี เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเพียง 2.50%
  • สินเชื่อ Solar Roof ปี 2568 สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝากกับธนาคาร ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระและต้องการกู้เพิ่ม เพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 3 เท่ากับ 3.90% ต่อปี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้แล้ว ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...