โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคหวัด คืออะไร เป็นหวัด น้ำมูกไหล บรรเทาอาการหวัดยังไงดี

GedGoodLife

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2567 เวลา 09.22 น. • GED good life ชีวิตดีดี เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฟรี

ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่รวดเร็วหรือมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้น การรู้จักอาการและประเภทของโรคหวัดจะช่วยให้เราสามารถรับมือได้อย่างถูกวิธี

โรคหวัดคืออะไร

โรคหวัด คือการติดเชื้อที่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูก คอ โพรงไซนัสและหลอดลม โดยมีเชื้อไวรัสเป็นเชื้อก่อโรค โรคหวัดเป็นโรคที่สามารถพบเจอได้ทั่ว ไป ผู้ใหญ่สามารถเป็นหวัดได้สองถึงสามครั้งต่อปี ในขณะทีเด็กเล็กอาจเป็นหวัดได้สี่ครั้งขึ้นไปต่อปี

โรคหวัดเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

โรคหวัด เกิดจากไวรัสได้หลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดมากที่สุดคือ Rhinovirus ไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางปาก ตา และจมูก

อาการของโรคหวัดที่ควรรู้

โรคหวัด มักมีอาการน้ำมูกไหล โดยน้ำมูกอาจเป็นสีใสและกลายเป็นข้นเหนียว มีสีเหลืองหรือเขียวได้แต่หากไม่ได้เกิดสีนี้ตลอดทั้งวัน อาจไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย มีอาการไอ จาม เจ็บคอ ปวดหัวหรือปวดร่างกายเล็กน้อย มีไข้ต่ำ ๆ

ไข้หวัดทั่วไป VS ไข้หวัดใหญ่ ต่างกันยังไง

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดทั่วไปและไข้หวัดใหญ่คือความรุนแรงของอาการ โดยในไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงมากกว่าไข้หวัดทั่วไป และมักพบอาการไข้ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนแรง เจ็บหน้าอก ในขณะที่อาการหวัดทั่วไปมักมีอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล และเจ็บคอ ไม่ค่อยพบอาการ ไข้ หนาวสั่น และปวดหัว

โรคหวัดมีกี่ประเภท

โรคหวัด ส่วนมากมักเกิดจากเชื้อไวรัสเป็นหลัก และจะพบในกรณีส่วนน้อยที่อาจเกิดติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

1. โรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส

  • ระยะเริ่มต้น (วันที่ 1-3): เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อภายใน 1 ถึง 3 วัน จะพบว่ามีอาการระคายเคืองคอ เจ็บคอ และอาจพบอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก จาม ไอ หรือเสียงแหบได้
    • ระยะ active (วันที่ 4-7): อาการเริ่มแย่ลง และพบอาการอื่นเพิ่มเติมได้แก่ ปวดศีรษะหรือปวดหัว อ่อนแรง ในเด็กส่วนมากมักพบอาการไข้ร่วมด้วย
    • ระยะ late (วันที่ 8-10): อาการมักจะดีขึ้นในระยะนี้ แต่บางคนอาจพบอาการไอเรื้อรังที่เกิดขึ้นได้นานถึง 2 เดือน หากอาการต่างๆ แย่ลงหรือกลับมามีไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

2. โรคหวัดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

  • โรคหวัดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักพบได้น้อย แต่มีอาการรุนแรงกว่า ระยะเวลาในการเกิดโรคมักนานกว่า 10-14 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง แน่นหน้าอก หายใจได้ลำบาก สารคัดหลั่งมีสีเหลืองหรือเขียวตลอดทั้งวัน

วิธีรักษาโรคหวัด

โรคหวัดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่การรับประทานยาจะช่วยบรรเทาอาการได้ในเบื้องต้น โดยไม่มีความจำเป็นต้องทานยาปฏิชีวนะ หากไม่ได้มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน กลุ่มยาที่ช่วยในการบรรเทาอาการ ได้แก่

  • ยาแก้ปวดลดไข้ เช่น ยาลดไข้ บรรเทาหวัดสูตรผสม ที่มีตัวยา 2 ชนิด ใน 1 เม็ด สำหรับอาการปวดหัวหรือมีไข้
  • ยาบรรเทาอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น
  • ยาแก้แพ้ ใช้เมื่อมีอาการน้ำมูกไหลหรือจาม
  • ยาบรรเทาอาการไอ ใช้เมื่อมีอาการไอหรือมีเสมหะ
  • สำหรับเด็กเล็ก ที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้ สามารถใช้ น้ำเกลือหยดจมูก เพื่อลดความข้นเหนียวของน้ำมูก และใช้ที่ดูดน้ำมูกช่วยดูดออก

โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากหวัด

โรคหวัด สามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้

  • หูชั้นกลางอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหูเนื่องจากเกิดการบวมและคั่งของน้ำภายในช่องว่างหลังแก้วหู
  • หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบ
  • ติดเชื้อในโพรงไซนัส ทำให้เกิดอาการบวมและปวดบริเวณโพรงไซนัส
  • หลอดลมอักเสบและปอดอักเสบ โดยผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหรือภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้มากกว่า

วิธีป้องกันโรคหวัด

การป้องกันโรคหวัดทำได้ง่าย ๆ ด้วยการดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค โดยปฏิบัติตามวิธีต่อไปนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำเปล่าอย่างน้อย 20 วินาที
  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ โต๊ะ และโทรศัพท์
  • ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือใกล้ชิดผู้ที่ป่วยเป็นหวัด
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

โรคหวัด คือโรคติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน สาเหตุของการเกิดโรคหวัดมักเกิดจากเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่อาการของโรคมักไม่รุนแรงสามารถหายได้เองใน 7-10 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำมูกไหล ไอคอแห้ง จาม เจ็บคอ ปวดหัวหรือปวดร่างกายเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆ เมื่อมีอาการเหล่านี้ สามารถรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการได้

Reference:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...