โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่ 3,000 ดอลลาร์ ทองไทย 46,850 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 00.09 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2568 เวลา 23.54 น.

คอลัมน์ : สถานีลงทุน ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

ปี 2567 เป็นปีที่โดดเด่นของทองคำ ราคาทองปรับขึ้นทำ All Time High อย่างต่อเนื่อง ราคาทอง Spot ปิดสิ้นปี 2567 ที่ 2,623 ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทน 27% ส่วนราคาทองแท่งในประเทศปิดสิ้นปี 2567 ที่ 42,400 บาท ให้ผลตอบแทน 26%

ราคาทองตลาดโลกปรับตัวขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 2,790 ดอลลาร์ ให้ผลตอบแทนสูงถึง 35% สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ในอดีตที่ผ่านมาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์สหรัฐในปี 2007 ทองคำให้ผลตอบแทน 31% วิกฤตโควิด-19 ปี 2020 ทองคำให้ผลตอบแทน 25%

ปี 2567 เป็นปีแห่งการเลือกตั้งทั่วโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากผลการเลือกตั้งสหรัฐ ที่เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ปีของอัตราดอกเบี้ยขาลง และเป็นปีที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูง โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กังวลว่าจะเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน รวมทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 3

และยังมีแนวโน้มรุนแรงอยู่ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทำ All Time High ทั้งราคาทองโลกและราคาทองในประเทศ ราคาทองแท่งขายออกของสมาคมทำ All Time High แตะ 44,550 บาท

กลุ่มฮั่วเซ่งเฮงประเมินเป้าหมายราคาทองคำ Spot ในปี 2568 ที่ 3,000 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายของสถาบันการเงินต่างชาติที่มองเป้าหมายไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายราคาทองแท่งในประเทศ 46,850 บาท ด้วยสมมติฐานเงินบาทที่ 33 บาท

โดยคาดว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ Spot ปีนี้จะอยู่ในกรอบ 2,500-3,000 ดอลลาร์ และราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวกรอบ 42,550-46,850 บาท หากราคาทองคำโลกปรับตัวลงสู่กรอบล่างที่ 2,500 ดอลลาร์ คาดว่าแนวโน้มดอลลาร์แข็งค่าจากความคาดหวังว่านโยบายของทรัมป์ 2.0 จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวดีขึ้น

กราฟฟิกทอง

ดังนั้น เงินบาทอ่อนค่าลงไปที่ 36 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองแท่งในประเทศมาอยู่ที่ระดับ 42,550 บาท

ปัจจัยที่คาดขับเคลื่อนให้ราคาทองคำไปที่ 3,000 ดอลลาร์ คือ 1) ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลาง และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

2) Dedollarization ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของกลุ่ม BRICS และประเทศตลาดเกิดใหม่ ขณะที่สงครามการค้าที่รุนแรงอาจจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้มีแรงซื้อทองคำเข้ามา

ส่วนปัจจัยที่กดดันราคาทองคำคือ นโยบายของทรัมป์ 2.0 จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และเฟดชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งหลังการประชุมเฟดครั้งล่าสุด Dot Plot หรือการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ท่าทีของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สะท้อนให้เห็นว่าเฟดจะไม่รีบร้อนในการลดอัตราดอกเบี้ย

หรือเป็นนัยว่าเฟดจะชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่มุมมองของตลาดคาดเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพียง 1 ครั้ง และอาจจะเป็นช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อของสหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่ 3,000 ดอลลาร์ ทองไทย 46,850 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...