โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อง 25 หุ้นกลุ่ม SET วิ่งแรงรอบ 10 เดือน CCET ฟันรีเทิร์น 155%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 03 พ.ย. 2567 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและจัดอันดับความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (เปรียบเทียบราคาปิด 28 ธ.ค. 2566 -31พ.ย. 2567) พบว่ามี 5 หลักทรัพย์ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างโดดเด่นเกิน 100% ดังต่อไปนี้

1.บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 154.81% มาที่ 5.30 บาท จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2.08 บาท , 2.บริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ACC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 152.27% มาที่ 1.11 บาท จากเดิมอยู่ที่ระดับ 0.44 บาท, 3. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ปรับตัวเพิ่มขึ้น 143.56% มาที่ 12.30 บาท จากเดิมอยู่ที่ระดับ 5.05 บาท ,

4.บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTELปรับตัวเพิ่มขึ้น 131.03% มาที่ 6.70 บาท จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2.90 บาท, 5. บริษัท แฮลเซี่ยนเทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH ปรับตัวเพิ่มขึ้น 125.45% มาที่ 5.05 บาทจากเดิมอยู่ที่ระดับ 2.24 บาท

ทั้งนี้จากข้อมูลข้างต้น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นทั้ง 5 บริษัทบ่งบอกถึงทิศทางที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่ได้ประเมินถึงทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2567 ดังต่อไปนี้

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุผ่านบทวิเคราะห์ถึง CCETคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3/2567 อ่อนตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่เติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากโรงงานทั้ง 2 แห่งใช้กำลังการผลิตเต็มแล้วและเงินบาทที่แข็งค่ากดดัน โดยผลประกอบการเนื่องจากบริษัทรับรายได้เป็นเงินดอลลาร์ 100%

ขณะที่ ผู้บริหารเผยกำลังการผลิตในปัจจุบันทั้งโรงงานสมุทรสาครและเพชรบุรีเต็มกำลังการผลิตแล้วและอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จไตรมาส 4/2567 และเริ่มรับคำสั่งซื้อใหม่ได้ในปี 2568 โดยบริษัทจะมุ่งเน้นสินค้า High margin เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ครึ่งหลังของปี 2567 รายได้จะไม่เติบโตมากนัก

ด้าน Bloomberg Consensusคาดการณ์กำไรปี 2567 จะเติบโต 163% เป็น 2.9 พันล้านบาท และในปี 2568 คาดการณ์กำไร อยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท โต 17% สอดคล้องกับความเห็นที่คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาเติบโตในปี 2568 จากการรับรู้กำลังการผลิตใหม่ จึงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ให้ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง INTUCH ว่าผลการดำเนินงานกำไร 9 เดือนแรกอยู่ที่ 75% ของการคาดการณ์กำไรทั้งปี มี upside risk ต่อการประมาณการของฝ่ายนักวิเคราะห์ หลังคาดหวังกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ ADVANC ในไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นช่วง Highseason ทั้งนี้ คงประมาณการเติบโตของกำไรอยู่ที่ 16% สำหรับปี 2567 และปี 2568 เติบโต 6%

อีกทั้ง ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า INTUCH จะประกาศเงินปันผลอีก 2 ครั้งในปีนี้ และเงินปันผลพิเศษ 4 บาท ตามการอนุติให้ควบรวมกับ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันนี้ 3 ตุลาคม 2567 และ 2 บาทสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567

นอกจากนี้ ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นอยู่ที่ 105 บาท จากเดิม 98 บาท จากการปรับราคาเป้าหมายของ ADVANC ซึ่งฝ่ายนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกหากมีการอนุมัติการควบรวมกิจการ โดยจะได้ประโยชน์จากผลดาเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับเงินปันผลพิเศษ 6 บาท ซึ่งคิดเป็นเงินปันผลราว 6%

อีกทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ถึง TRUE โดยเพิ่มการคาดการณ์ผลประกอบการกำไรในปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% ส่วนปี 2568 เพิ่มขึ้น 17% จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/2567 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 14.50 บาทต่อหุ้น จากเดิม 12.40 บาท

อนึ่งการคาดการณ์ในปี 2568 ของฝ่ายวิเคราะห์สูงกว่า consensus อยู่ที่ 17% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ TRUE เติบโตได้ดีกว่าดัชนี SET ราว 40% โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2568 และเงินปันผลจะยิ่งเป็นแรงสนับสนุนให้ราคาหุ้น TRUE ยังคงปรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึง GULF กำไรสุทธิไตรมาส 3/2567 จะทำสถิติใหม่ที่ระดับ 6,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน ปัจจัยสนับสนุนมาจากกำไรที่เกิดจากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าใหม่ และ GULF มีแนวโน้มรายงานกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐช่วงไตรมาสดังกล่าว

ขณะที่ กำไรหลักจะทำสถิติใหม่ในไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ 5,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า แรงหนุนจากกำไรเต็มไตรมาสจากโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 จากผลประกอบการดังกล่าว จึงมีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น GULF เพิ่มเป็น 75 บาท จากเดิม 68 บาท โดยแนะนำเป็น “ซื้อ” อิงจากกรณีการควบรวมระหว่าง GULF กับบมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ในประมาณการ

ส่วนรายละเอียดความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหลักทรัพย์อื่นๆ อยู่จากตารางประกอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...