เมื่อกระแส K-POP เริ่มไม่ปัง ดันไม่ไป
Reporter Journey
อัพเดต 20 ต.ค. 2567 เวลา 22.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2567 เวลา 14.57 น. • Reporter Journeyกระแส K-Pop เริ่มไม่ปัง ดันไม่ไป บรรดาบริษัทบันเทิง 4 ยักษ์ใหญ่กอดคอกันหุ้นร่วง กำไรลด ยอดขายตก ศิลปินคลื่นลูกใหม่แบกความคาดหวัง ทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ นักวิชาการเกาหลีมองตอนนี้ก้ำกึ่งระหว่างยุคเปลี่ยนผ่าน-วิกฤติ ด้านสถาบันวิเคราะห์ตอนนี้วงการ K-pop ผ่านจุดพีคไปแล้ว ?
ตั้งแต่เข้าปี 2024 จนถึงวันนี้ ราคาหุ้นบริษัทบันเทิง 4 ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ดูจะไม่สู้ดีนัก
-HYBE ราคาหุ้นตกลง 32.09%
-SM Entertainment ราคาหุ้นตกลง 37.73%
-YG Entertainment ราคาหุ้นตกลง 32.07%
-JYP Entertainment ราคาหุ้นตกลง 55.42%
ราคาหุ้นที่ลดลง ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทลดลงตาม และเป็นเหมือนสัญญาณเตือนไปยังธุรกิจ K-Pop
ตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับวงการบันเทิงเกาหลีใต้กันแน่ ? คำกล่าวที่ว่ายุครุ่งเรืองของวงการ K-Pop เกาหลีได้ผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง คำกล่าวนี้จริงแท้แค่ไหน และอะไรเป็นสาเหตุเบื้องหลัง
เมื่อ K-pop เริ่มไม่ปัง ดันไม่ไป
บัง ชี ฮยอก (Bang Si-hyuk) อดีตโปรดิวเซอร์วง BTS และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ HYBE เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่าวงการธุรกิจ K-Pop จะชะลอตัวลง ถึงขั้นหดตัวในอนาคต ซึ่งอนาคตที่ว่าก็คือตอนนี้แล้ว
หนึ่งในเหตุผลที่บัง ชี ฮยอก ยกมาคือส่วนแบ่งทางการตลาดของวงการ K-pop ไม่สอดคล้องกับขนาดการผลิต (Economy of Scale) นั่นแปลว่าบริษัทบันเทิงเกาหลีกำลังมีภาระทางต้นทุนที่สูง ผลิตสินค้าที่สร้างรายได้ ได้ไม่เยอะ (ระยะเวลาตั้งแต่การปั้นศิลปิน-เดบิวต์ มีระยะเวลาที่นานและใช้เงินทุนเยอะ) มิหนำซ้ำยังสร้างกำไรไม่คุ้มต้นทุน และถึงแม้วัฒนธรรมเกาหลีจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะดนตรี, ภาพยนตร์ ฯลฯ จะเติบโตและได้รับความสนใจอย่างมากในหลายปีที่ผ่านมา แต่จากรายงานของ Bang บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ K-pop กลับครองส่วนแบ่งการตลาดยอดขายแผ่นเสียง อัลบั้ม และสตรีมมิ่งมิวสิคเพียง 2% ในระดับโลกเท่านั้น หรือแม้แต่การเติบโตของยอดส่งออกอัลบั้มก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดจากข้อมูลของศุลกากรเกาหลีใต้
ปี 2020 ตัวเลขการส่งออกอัลบั้มเพลงเติบโต 82.6%
ปี 2021 ตัวเลขการส่งออกอัลบั้มเพลงเติบโต 62.1%
ปี 2022 ตัวเลขการส่งออกอัลบั้มเพลงเติบโต 4.8%
‘คิม จินวู’ (Kim Jin-woo) หัวหน้าทีมวิจัยจาก Circle Chart หนึ่งในบริษัทชาร์ตเพลงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลีใต้อธิบายเพิ่มเติมว่าหากพิจารณาแค่เชิงปริมาณจะพบว่าตัวเลขการส่งออกอัลบั้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันจะเห็นตัวเลขการเติบโตที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ภูมิภาคเช่นกัน
สหรัฐอเมริกามีตัวเลขนำเข้าอัลบั้ม K-Pop คงที่ ที่ 17% มาต่อเนื่อง 2 ปีติด (2021, 2022) ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีตัวเลขการนำเข้าอัลบั้ม K-Pop ลดลงในปี 2022 นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าในปี 2024 ยอดขายอัลบั้มจากทั้ง 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จะลดลงราว ๆ 5.3% จากการรายงานของ Bloomberg สาเหตุใดที่ทำให้ความนิยมของศิลปินเกาหลีลดลง ?
เบอร์ใหญ่อย่าง BTS, BLACKPINK มีส่วน ไม่มากก็น้อย
สำหรับใครที่ไม่ค่อยได้ติดตามหรือรู้จักศิลปินเกาหลีมากนัก อย่างน้อย ๆ ต้องเคยได้ยินชื่อของ BTS หรือ Blackpink กันมาบ้างตามหน้าสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่ในช่วงเวลานี้เราอาจจะรู้สึกไม่ค่อยเห็นหรือไม่ค่อยได้ยินชื่อหรือผลงานของทั้ง 2 วงเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนที่ส่งผลให้กระแส k-pop ซาลง
‘หัวหน้าคิม’ หัวหน้าทีมวิจัยจาก Circle Chart เห็นด้วยกับประเด็นที่ว่าเป็นเพราะการหยุดพักของวง BTS คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้กระแส K-Pop ตกลง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ BTS ต้องหยุดพักเป็นเพราะสมาชิกทั้ง 7 คนต้องเข้ากรมรับใช้ชาติ โดยจะกลับมาพร้อมเพรียงกันอีกครั้งในปี 2025
ต้องยอมรับว่า BTS เป็นวงศิลปินเกาหลีวงแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาเทียบเคียงกับศิลปินระดับโลก และ BTS ยังเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่ติดอันดับบนชาร์ต Billboard Hot 100 และได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards หรือแม้แต่การไปปรากฎตัวปราศัยบนเวทีของสหประชาชาติ (United Nation: UN) เมื่อปี 2021
รองศาสตราจารย์ ‘Lee Gyu-tag’ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกาภิวัฒน์ของวัฒนธรรม K-Pop แห่งมหาวิทยาลัย Mason University Korea ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าเป็นเพราะอิทธิพลของวง BTS ที่ทำให้ต่างประเทศหันมามองศิลปินจากเกาหลี และทำให้ดนตรีจากเกาหลีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเพลงในเวทีโลก
เมื่อคลื่นลูกที่ 1 ที่ชื่อ BTS หยุดพัก
คลื่นลูกใหญ่ลูกที่ 2 ที่ชื่อ BLACKPINK ก็หยุดพักเช่นกัน
สำนักข่าวเกาหลี The Korea Times รายงานข่าวว่านอกจากการหยุดพักของวง BTS แล้ว การหยุดพักของวง BLACKPINK ก็มีส่วนทำให้ยอดขายอัลบั้มหรือแม้แต่ความนิยมต่อศิลปินในเวทีโลกตกลงเช่นกัน ในกรณีของ BLACKPINK มีประเด็นการต่อสัญญาวงแต่ไม่ได้ต่อสัญญาศิลปินเดี่ยว ซึ่ง LISA (ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล) หนึ่งในสมาชิกวงที่เป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดีก็มีการออกมาตั้งค่ายเพลงของตัวเองในชื่อ LLOUD
ซึ่งในนามของวง BLACKPINK เพลงล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมา ‘Shutdown’ ก็ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี เมื่อพี่ ๆ เบอร์ใหญ่อย่าง BTS และ BLACKPINK หยุดพักการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทางบริษัทก็จำเป็นต้องผลักดันวงน้อง ๆ รุ่นใหม่โดยหวังว่าจะให้เจริฐญรอยตามรุ่นพี่ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามที่บริษัทต้องการไว้ซักเท่าไหร่
คลื่นลูกใหม่ ทดแทนคลื่นลูกเก่าไม่ได้
"เราตั้งมาตรฐานของเราไว้สูงเกินไป"
’คิม โดฮอน’ (Kim Do-heon,) นักวิจารณ์เพลง
เมื่อกระแส K-pop แพร่กระจายไปทั่วโลกจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีวงดนตรีน้องใหม่เกิดเรื่อย ๆ มีหลายเพลงขึ้นชาร์ด มีหลายวงสามารถถึงจุดที่จัดคอร์นเสิตในต่างประเทศได้เร็วกว่าตอนที่ BTS เคยทำ แต่ความสำเร็จเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกได้รับความสนใจเหมือนตอนที่ BTS หรือ BLACKPINK เคยทำได้ เพราะทั่วโลกเริ่มมีความคิดว่า ‘ก็เป็นเรื่องธรรมดานี่ที่จะทำได้’ ความสำเร็จและความนิยมที่ได้รับกลาบเป็นมาตรฐานที่วง K-pop ต้องทำให้ได้ในสายตาชาวโลก
สถานการณ์ตอนนี้ของวงการ K-pop ในความคิดเห็นของรองศาสตราจารย์ลี ก้ำกึ่งอยู่ระหว่าง ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน-วิกฤติ’ วงน้องใหม่กำลังทำหน้าที่ในการรับช่วงต่อความสำเร็จและความคาดหวังจากวงพี่ ๆ จึงมองว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านได้ แต่จากสถานการณ์ของวงน้องใหม่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
-NewJeans จากค่าย ADOR ค่ายเพลงในเครือ HYBE ออกมาไลฟ์ถึงปมขัดแย้งภายในบริษัทให้คนทั่วโลกฟัง
-BABYMONSTER จากค่าย YG Entertainment ถูกตั้งคำถามจากแฟน ๆ ถึงสไตล์เพลงที่คล้าย BLACKPINK และถูกคาดหวังว่าจะขึ้นมาทดแทนวงรุ่นพี่
-ITZY จากค่าย JYP Entertainment สมาชิกของวงมีปัญหาอาการวิตกกังวลขั้นรุนแรง ตอนนี้กระแสเริ่มเงียบหาย
และเมื่อเจอความคาดหวังที่ตั้งไว้สูงจากแฟน ๆ ทั่วโลก เพราะมาตรฐานที่วงรุ่นพี่ทำไว้ ยิ่งทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายสำหรับวงการ K-pop ไม่เพียงเท่านั้น อุตสาหกรรมศิลปินตอนนี้ K-pop ยังถูกท้าทายอย่างหนักจากบรรดาศิลปินต่าง ๆ รอบเอเชียที่ได้แรงบรรดาลใจจากเกาหลี สำนักข่าว Bloomberg มีการรายงานเรื่องนี้ว่าอุตหสากรรม K-pop กำลังเจอกับวิกฤติทางอัตลักษณ์ (Identity Crisis)
ฟิลิปินส์ มี BINI, Hori7on, ฮ่องกง มี Mirror และประเทศไทย มี 4EVE ทุกประเทศที่ได้รับอิธิพลจาก K-pop ต่าง localization ความ Pop ให้สอดคล้องกับประเทศตนและกลายเป็นวงดนตรีของประเทศนั้น ๆ
ในไม่ช้านี้ #กระแสสร้างPop จะยิ่งแพร่หลายไปทั่วโลกมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากที่ SM Entertainment เตรียมเปิดตัวบอยแบนด์วงแรกในสหราชอาณาจักร ขณะที่ JYP Entertainment จะเริ่มออดิชั่นวงเกิร์ลกรุ๊ปจากลาตินอเมริกา ตอนนี้ศิลปินเกาหลีกำลังจะต้องแข่งกับวงน้องใหม่ในทั่วทุกมุมโลก
K-pop ผ่านจุด Peak ไปแล้ว ?
นักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นในธุรกิจบันเทิงเริ่มท้อแท้มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากราคาหุ้นของบริษัทบันเทิง 4 ยักษ์ใหญ่ปรับตัวลดลงลงมาเรื่อย ๆ นักวิเคราะห์ของสถาบันระบุว่าการตกต่ำนี้เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมที่ผ่านจุดสูงสุดและเข้าสู่ช่วงฟองสบู่แตก
ศูนย์วิจัยการลงทุนทางการเงิน Hana มีการคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ 4 ค่าย ในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2024 จะลดลงหรือถึงขั้นขาดทุน HYBE จะกำไรลดลง 22% SM Entertainment จะกำไรลดลง 7% JYP Entertainment จะกำไรลดลง 56% ในขณะที่ YG Entertainment จะถึงขั้นขาดทุนราว ๆ 6,600 ล้านวอน (ราว ๆ 165 ล้านบาท)
นอกจากเรื่องความนิยมของศิลปินในค่ายแล้ว วงการบันเทิงเกาหลีใต้ยังมีเรื่องของข่าวเสีย ๆ หาย ๆ, ดราม่าของศิลปิน หรือข่าวซุบซิบนินทาของผู้บริหารออกมาที่ทำให้เกิดควาไม่เชื่อมันต่อบริษัท The Korea Times กล่าวว่าหุ้นของบริษัทบันเทิงจัดอยู่ในประเภท #หุ้นของคนดัง นั่นหมายความว่าเมื่อมีคณะผู้บริหารหรือศิลปินในสังกัดก่อภาพลักษณ์ที่ไม่ดีหรือมีข่าวที่ไม่ดี ราคาหุ้นของบริษัทจะได้รับผลกระทบตามมา ฐานแฟนคลับก็จะสั่นคลอนตาม
จาก ฮันรยู (Hallyu Wave) หรือกระแสเกาหลี ที่สร้างแรงกระเพื่อมแก่ Soft Power ให้หลายประเทศทั่วโลกตระหนักและทำตาม จนมาถึงวันนี้ที่วงการ K-pop กำลังก้ำกึ่งอยู่ในช่วง ‘เปลี่ยนผ่านหรือวิกฤต’ ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสหากรรมที่ดุเดือดขึ้นจากทั่วโลก การจะกล่าวว่าวงการ K-pop เกาหลีอยู่ในช่วงขาลงอาจจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงมากนัก แต่อย่าลืมว่าวงการสื่อบันเทิงเกาหลียังมีอุตสาหกรรมอีกหลายแขนง หรือมีอีกหลายกระบวนท่าที่พร้อมขึ้นมาตะโกนบอกโลกว่า #ฉันยังไม่ตาย
Squid Game SS2 เตรียมฉายทั่วโลกวันที่ 22 ธันวาคมนี้, BTS เตรียมกลับมาพร้อมกันในปีหน้า, และ บง จุนโฮ (ผู้กำกับ Parasite ที่คว้ารางวัลออสการ์) เตรียมฉายหนังเรื่องใหม่ Mickey17 ที่นำแสดงโดย Robert Pattinson ในปีหน้าที่จะถึงนี้
เรื่อง: กฤชพนธ์ ศรีอ่วม
ภาพ: ทินวุฒิ ลิวานัค