โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล้วงลึก 'ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไทย' ปี 2564 คอนเทนต์ไหนปัง แพลตฟอร์มไหนต๊าช

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ย. 2564 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2564 เวลา 04.46 น.

ล้วงลึก ‘ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไทย’ ปี 2564 คอนเทนต์ไหนปัง แพลตฟอร์มไหนต๊าช

ประเทศไทย นับเป็นหนึ่งประเทศในเอเชียที่มีการเติบโตของ ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) โดดเด่นที่สุด ด้วยปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์ถือเป็นอีกหนึ่งสื่อที่แบรนด์นิยมใช้ในการประชาสัมพันธ์สู่ผู้บริโภคที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ “อินฟลูเอนเซอร์” (Influencer) คือบุคคลที่มีอำนาจหรือพลังในการเข้าถึงผู้รับสารในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดต่อผู้ติดตามและกลุ่มคนจำนวนมาก โดยอินฟลูเอนเซอร์จะถูกแบ่งตามหมวดของเนื้อหาที่แต่ละอินฟลูเอนเซอร์มีความถนัดตั้งแต่แรกจนเป็นที่รู้จักของผู้ติดตาม ซึ่งแต่ละรายอาจจะมีบัญชีโซเชียลมีเดียช่องทางเดียวหรือหลากหลายช่องทางก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ตามจำนวนผู้ติดตาม อ้างอิงตามข้อมูลจาก AnyTag ได้แก่

1.ท็อปสตาร์หรือดาวเด่น (Top Star) มีผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน

2.แมคโคร อินฟลูเอนเซอร์ (Macro Influencer) มีผู้ติดตาม 100,000-1,000,000 คน

3.ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ (Micro Influencer) มีผู้ติดตาม 10,000-100,000 คน

4.นาโน อินฟลูเอนเซอร์ (Nano Influencer) มีผู้ติดตาม 1,000-10,000 คน

และ 5.ผู้ใช้งานทั่วไป (End-Users) มีผู้ติดตาม 100-1,000 คน

โดยในประเทศไทยมีสัดส่วนของ “ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์” มากที่สุด ถึง 41.7 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมด ขณะที่กลุ่ม “นาโน อินฟลูเอนเซอร์” ก็มีสัดส่วนลดลงกลายเป็นการเติบโตของ “ไมโคร-แมคโคร อินฟลูเอนเซอร์” เพิ่มขึ้นมาแทน

และถึงแม้ว่าจำนวนตัวเลขอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมดของไทยในปี 2564 จะไม่ได้มีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างโดดเด่น แต่ก็มีการขยับของประเภทอินฟลูเอนเซอร์ จึงอาจคาดการณ์ได้ว่ามาจากผลตอบรับที่ดีของผู้บริโภค และการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ก่อนจะก้าวเข้าสู่ปีเสือดุ พ.ศ.2565 ที่ใกล้เข้ามานี้ นับเป็นช่วงเวลาที่หลายบริษัทจะสรุปและทบทวนการทำงานที่ผ่านมาในรอบปีเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารงาน หรือตั้งเป้าหมายในปีต่อไป สำหรับแบรนด์หรือผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์

AnyMind Group ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจครบทุกขั้นตอน ได้นำเสนอ “รายงานภาพรวมการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของประเทศไทยปี 2564” อ้างอิงข้อมูลจาก AnyTag แพลตฟอร์มสำหรับการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ และรายงาน State of Influence in Asia 2021 ของ AnyMind Group ที่ได้รวบรวมข้อมูลการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั่วเอเชีย ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

ส่อง 5 คอนเทนต์ยอดนิยม

โควิดออกฤทธิ์ฉุด ‘ท่องเที่ยว’ ร่วงอันดับ

เมื่อนำข้อมูลของอินฟลูเอนเซอร์กว่าสามหมื่นคนใน AnyTag มาแยกประเภทตามคอนเทนต์ พบว่า 5 อันดับแรกของคอนเทนต์ยอดนิยมอินฟลูเอนเซอร์ไทย คือ1.แฟชั่นและบิวตี้ 2.ศิลปะและความบันเทิง (ไลฟ์สไตล์) 3.อาหารและเครื่องดื่ม 4.ท่องเที่ยว และ 5.เกม เรียงตามลำดับ

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคอนเทนต์ประเภทท่องเที่ยวซึ่งเคยอยู่ในสามอันดับแรกกลับตกลงมาอยู่อันดับที่สี่แทน เนื่องมาจากข้อจำกัดด้านการเดินทางทั้งในและต่างประเทศของปีที่ผ่านมา โดยจำนวนคอนเทนต์แต่ละประเภทของอินฟลูเอนเซอร์นั้นอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันด้วย

แต่ที่น่าจับตามองคือ คอนเทนต์ประเภทศิลปะและความบันเทิง (ไลฟ์สไตล์) ที่มาแรงในช่วงปี โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเพราะเป็นคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้บริโภคระหว่างการกักตัว ส่วนคอนเทนต์อาหารและเครื่องดื่ม และครอบครัว มีอัตราการเติบโตในประเทศไทยอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในรายงานยังให้ข้อแนะนำไว้ว่า นักการตลาดควรใช้แพลตฟอร์มโซเชียลให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ด้วยคอนเทนต์แต่ละหมวดหมู่แปรผันต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น บน YouTube มีอินฟลูเอนเซอร์ที่สร้างคอนเทนต์ด้าน ศิลปะและความบันเทิง (ไลฟ์สไตล์) สูงที่สุดถึง 40.9%

ขณะที่คอนเทนต์ด้านบิ้วตี้ซึ่งมีความนิยมสูงสุดในไทย กลับมีอัตราใช้งานโดยอินฟลูเอนเซอร์บน YouTube เพียง 18.03% เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรับชมความบันเทิงในรูปแบบวิดีโอผ่าน YouTube มากกว่าหมวดหมู่อื่น ดังนั้นนักการตลาดจึงควรพิจารณาข้อมูลเพื่อทำการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

จับตา Twitter เทรนด์การตลาดอนาคต

 

แน่นอนว่าในปี 2564 นี้ YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่อินฟลูเอนเซอร์ไทยนิยมใช้งานมากที่สุดในอัตราส่วนถึง 36.6% ในขณะที่ Instagram และ Facebook มีอัตราการใช้งานที่ไล่เลี่ยกันอยู่ที่ 28.9% และ 28.2% ตามลำดับ ขณะที่ Twitter มีอัตราการใช้งานอยู่เพียง 6.4%

และแม้ว่าในรายงานจะระบุไว้ว่า Twitter เป็นแพลตฟอร์มที่มีอัตราการใช้งานน้อยที่สุดของชาวไทย แต่กลับมีอัตราเติบโตสูงถึง 165.03% สำหรับการทำแคมเปญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในเอเชียเมื่อเทียบแบบปีต่อปี จึงถือเป็นอีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงในเอเชียและได้ผลดีอย่างสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ในประเทศไทย

ขณะเดียวกันในด้านการทำตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มต่างๆ Instagram ได้ผลตอบรับ (engagement) จากผู้ชมมากที่สุดเมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มหลักอื่นๆ ขณะที่ Facebook สามารถสร้างการรับรู้ (awareness) ในวงกว้างได้มากที่สุด ส่วน Youtube ยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีอินฟลูเอนเซอร์ใช้งานมากที่สุดเนื่องจากสามารถทำรายได้ในหลายช่องทาง และ Twitter สามารถเข้าถึงผู้ชมเฉพาะกลุ่มได้ดีที่สุด

 

ทั้งนี้ AnyMind Group ยังได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ว่า ภาพรวมของตลาดด้านอินฟลูเอนเซอร์ในไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการขับเคลื่อนหลักจากไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ ส่วนนาโน อินฟลูเอนเซอร์ ได้ผลตอบรับจากผู้ชมเนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างแนบเนียนที่สุด

ทว่าการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสม ไม่ใช่การเลือกจากจำนวนผู้ติดตาม แต่เป็นประเภทของผู้ติดตามที่อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับคนเหล่านั้นได้

สุดท้ายนักการตลาดหรือผู้ประกอบการควรมีความเข้าใจเป็นอย่างดีกับ “เทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน” และความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายในแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

สามารถดาวน์โหลดรายงาน ภาพรวมการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของประเทศไทย ปี 2564 ฉบับเต็ม ได้ที่ : คลิก (https://anymindgroup.com/th/news/report/16301/)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...