โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไขข้อสงสัย…ทำไมถึงชอบฝันร้าย

Health Addict

อัพเดต 10 ม.ค. 2563 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 08.50 น. • Health Addict
เวลาเราฝันร้ายผู้ใหญ่มักจะชอบบอกว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีหรือบางคนก็เชื่อว่ามันเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่าความฝันไม่ว่าจะฝันดีหรือฝันร้าย มันเกิดขึ้นได้ยังไง บางครั้งฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นก็มีหรือสาเหตุมันอาจะเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็ไ

  เวลาเราฝันร้ายผู้ใหญ่มักจะชอบบอกว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีหรือบางคนก็เชื่อว่ามันเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่าความฝันไม่ว่าจะฝันดีหรือฝันร้าย มันเกิดขึ้นได้ยังไง บางครั้งฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นก็มีหรือสาเหตุมันอาจะเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็ได้นะ

ความฝันเกิดจากอะไร?
รู้กันมั้ยว่าจริงๆ แล้วตอนเราหลับ เราฝันกันทุกวันเลยนะ แต่เราแค่จำมันไม่ได้จนนึกว่าเราไม่ได้ฝัน ถึงแม้ร่างกายเราจะหลับแต่สมองเราก็ยังทำงานอยู่ตลอดเวลา เราไปเจองานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Sleep Medicine บอกว่า การฝันของเราจะเกิดขึ้นหลังจากหลับไปแล้วประมาณ 90 นาที ขณะที่เราฝันตาของเราจะกรอกไปมา เรามักจะจำฝันของตัวเองได้ถ้าเราฝันตอนใกล้ตื่นหรือเราฝันจนตื่น

  ทำไมเราถึงชอบฝันร้าย? 1. กินอาหารก่อนนอน National Sleep Foundation บอกว่า การที่เรากินอาหารก่อนนอนโดยเฉพาะอาหาร Junk food หรืออาหารที่มีส่วนผสมของชีส จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานและกระตุ้นการทำงานของสมองส่งผลให้เราฝันร้าย  2. นอนไม่เป็นเวลา การที่เรานอนดึกหรือไม่เป็นเวลาจะส่งผลให้เรามีโอกาสฝันร้ายมากขึ้น มีผลการศึกษาจากประเทศตุรกีบอกว่า การนอนดึกจนติดเป็นนิสัยจะเพิ่มโอกาสในการฝันร้ายมากกว่าคนที่นอนเร็ว  3. ความเครียด  ความเครียดหรือปัญหาที่เราเจอในแต่ละวันจะส่งผลต่อระบบความคิดในสมองของเรา อาจจะเกิดจากเหตุการณ์ที่เรากังวล, เรื่องค้างคาใจหรือปัญหาในอดีต ที่เราเก็บมันมาคิดเลยทำให้เราเก็บเรื่องนั้นๆ ไปฝัน      นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดการฝันร้ายแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราได้ผ่อนคลายร่างกายและไม่เก็บเรื่องต่างๆ มาคิดจนเก็บไปฝัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...