กลุ่มบ้านปูประกาศทุ่มงบครั้งใหญ่ ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซฯ สหรัฐกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ที่ถือหุ้นในอัตรา 96.3%และ Banpu Power US Corporation (BPPUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ (BPP) ที่ถือหุ้นในอัตรา 100%ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) โดย BKV และ BPPUS ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 50%
เมื่อวันที่ 10สิงหาคม 2564บริษัท BKV-BPP Power LLC ได้ลงนามในสัญญาเพื่อเข้าซื้อหุ้น 100%ในบริษัท Temple Generation Intermediate Holdings II, LLC ซึ่งถือหุ้น 100%ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการลงทุนรวม 430ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ เทียบเท่า 14,147ล้านบาท (เป็นเงินลงทุนของ BPP ตามสัดส่วนการลงทุน 215ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ เทียบเท่า 7,074ล้านบาท)
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขาย โดยเงินลงทุนสาหรับโครงการนี้มาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ และการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน โดยการลงทุนดังกล่าวอยู่ในระหว่างปฎิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญาคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2564
สำหรับโรงไฟฟ้า Temple I เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีขนาดกำลังการผลิต 768เมกะวัตต์ (MW) เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 15กรกฎาคม 2557ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์รวมเศรษฐกิจและประชากรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี Combined Cycle Gas Turbines หรือ CCGT ที่มีประสิทธิภาพสูง มีการติดตั้งระบบการจัดการมลภาวะให้อยู่ในระดับตํ่า มีความยืดหยุ่นในการเดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้า ให้สอดรับกับรูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้า อยู่ในลำดับการเรียกจ่ายไฟฟ้า (merit order) ที่ดี ซึ่งเหมาะกับสภาพและการแข่งขันในตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรีของ Electric Reliability Council of Texas หรือ ERCOT อีกทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งนี้ เป็นโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตอยู่แล้ว จึงสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที
การลงทุนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการดำเนินตามแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังเป็นการก้าวสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีความก้าวหน้าและเป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่เปิดเสรีอีกด้วย และเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบริษัทฯ รวมทั้งเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านขององค์กร (Banpu Transformation) ให้ก้าวลํ้านำหน้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถตอบสนองความต้องการพลังงานแห่งอนาคต เพื่อส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability)
การร่วมลงทุนในครั้งนี้เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผนวกกำลัง (synergy) ระหว่าง BKV และ BPP ซึ่งทั้งสองบริษัทฯ เป็น Flagship ที่สำคัญภายใต้กลุ่ม BANPU โดยผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรที่มีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการลงทุน ซึ่ง BKV 1ใน 20ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ทั้งการบริหารจัดการ(Operational management) แหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ การติดต่อประสานงานกับทางภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านธุรกิจพลังงาน รวมไปถึงการดูแลชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายและมีความเข้าใจในตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรีของตลาด ERCOT
ในขณะที่ BPP มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค (technical know-how) และมุ่งเน้นการพัฒนาลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ High Efficiency, Low Emission (HELE) ซึ่งมีเป้าหมายการเติบโตอย่างชัดเจน การร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ตามโครงสร้างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นได้ผ่านการพิจารณาอย่างครอบคลุมรอบด้าน โดยคำนึงถึงความสามารถในการเพิ่มศักยภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสูงสุดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น
ด้าน ดร.กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP กล่าวว่า การลงทุนในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการดำเนินตามแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังเป็นการก้าวสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีความก้าวหน้าและเป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่เปิดเสรีอีกด้วย และเป็นการลงทุนเพื่อการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิต 5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 โดยมองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในตลาดที่มีความเติบโต ของความต้องการใช้ไฟฟ้าและมีนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล