โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้แล้งท้ายเขื่อน ‘รัชชประภา’ กรมชลฯทุ่ม 2.5 พัน ล. พัฒนาลุ่มน้ำ ‘ตาปี-พุมดวง’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ย. 2563 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 04.39 น.

จังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เผชิญปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงเป็นประจำ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายเขื่อน “รัชชประภา” ที่ไม่มีระบบการกระจายน้ำ ทำให้เกษตรกรบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ ได้แก่ ต.เขาพัง ต.พระแสง ต.พรุไทย ไม่สามารถนำน้ำจากเขื่อนไปใช้ประโยชน์ได้

เนื่องจากไม่มีระบบชลประทาน ทำให้ปริมาณน้ำที่ปล่อยออกจากเขื่อนประมาณ 2,000-3,000 ล้านลบ.ม./ปีไหลลงสู่ทะเล จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ทั้งด้านอุปโภค การเกษตร การท่องเที่ยว ตลอดจนการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ทางกรมชลประทานจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบชลประทานบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนรัชชประภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ และโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำที่อยู่ในแผนพัฒนาเขตพื้นที่ลุ่มน้ำตาปี ตามแผนงานยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการลุ่มน้ำตาปี ตามแผนงานรายจ่ายระยะปานกลาง (MTEF) มีจำนวน 76 โครงการ รวมวงเงินงบประมาณ 9,809.162 ล้านบาท ได้ข้อสรุปว่า โครงการพัฒนาระบบชลประทานบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนรัชชประภา (สถานีสูบน้ำคลองแสงพร้อมระบบส่งน้ำ) ส่วนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง มีความเหมาะสมที่จะนำไปศึกษาและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปี 2565

หลังจากสร้างเขื่อนรัชชประภามานานกว่า 33 ปี ได้มีการปล่อยน้ำทิ้งไหลลงสู่ทะเลไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้าน ลบ.ม./ปี เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้น้ำและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทางกรมชลฯจึงได้ทำการศึกษาบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยสร้างฝายทดน้ำในคลองแสงและสถานีสูบน้ำ นอกจากประชาชนมีน้ำใช้ในการทำเกษตร อุปโภคบริโภค ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ทั้งนี้จากการออกแบบระบบส่งน้ำชลประทาน จะมีพื้นที่รับประโยชน์ ได้แก่ ต.เขาพัง ต.พระแสง และต.พรุไทย รวมพื้นที่ทั้งหมด 41,000 ไร่ รวมทั้งสิ้น 2,490 ครัวเรือน ซึ่งจากการพิจารณาสภาพภูมิประเทศของพื้นที่รับประโยชน์เหมาะสมกัระบบส่งน้ำชนิดท่อส่งน้ำรับแรงดัน โดยมีท่อส่งน้ำสายหลัก 2 สาย คือ LMP และ RMP รวมความยาวประมาณ 20.7 กิโลเมตร และท่อส่งน้ำสายรอง 11 สาย รวมความยาวประมาณ 34.8 กิโลเมตร ปัจจุบันพื้นที่รับประโยชน์ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน และมีการปลูกสวนผลไม้

“สำหรับโครงการพัฒนาระบบชลประทานบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนรัชชประภา จะมีการสร้างอาคารทดน้ำคลองแสง สถานีสูบน้ำคลองแสง และระบบส่งน้ำชลประทาน โดยลักษณะอาคารทดน้ำในคลองแสงเป็นชนิดฝายทดน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก อยู่บริเวณด้านท้ายเขื่อน ระยะทางตามลำน้ำคลองแสงประมาณ 6.3 กิโลเมตร อยู่ในเขตบ้านหน้าเขา ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน โดยตำแหน่งดังกล่าวมีระยะทางระหว่างตลิ่งซ้าย-ขวา ประมาณ 93 เมตร

ส่วนสถานีสูบน้ำคลองแสง จะอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำเหนืออาคารทดน้ำคลองแสง ประมาณ 280 เมตร ซึ่งทำหน้าที่สูบน้ำจากคลองแสง โดยส่งน้ำเข้าท่อส่งน้ำโดยตรง เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่รับประโยชน์ด้วยระบบท่อส่งน้ำรับแรงดัน รวมงบประมาณ 2,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถใช้งานได้ปี 2568”

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง จะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำจากการก่อสร้างอาคารทดน้ำในคลองพุมดวง เป็นรูปแบบฝายทดน้ำแบบบานพับได้พร้อมสะพานคอนกรีต กว้าง 8.00 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีสูบน้ำในเขตบ้านหนองเตียน ต.บางงอน เนื่องจากในช่วงฤดูฝนมีน้ำหลากในคลองพุมดวงมีปริมาณมาก ซึ่งฝายทดน้ำแบบบานพับได้จะพับตัวลงขนานกับลำน้ำ ไม่กีดขวางลำน้ำเหมือนกับฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้สภาพการไหลยังคงเดิม

นอกจากนี้ จะมีการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองพุมดวงช่วงตั้งแต่บริเวณที่ตั้งอาคารทดน้ำถึงสถานีสูบน้ำ รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1.77 กิโลเมตร ตามข้อเสนอของประชาชน โดยกำหนดรูปแบบเขื่อนป้องกันตลิ่ง เป็นชนิดแบบมีเสาเข็มและแบบลาดเอียง ตามความเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและสภาพธรณีวิทยาของตลิ่ง

กรมชลฯคาดว่ามีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ113,000 ไร่ และพื้นที่ชลประทานประมาณ 74,000 ไร่ ครอบคลุมอ.พุนพินและอ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี

นายไพศาล เจริญ ผู้ใหญ่บ้านเขาเทพพิทักษ์ หมู่ 1 ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เนื่องจากพื้นที่ของหมู่บ้านอยู่ติดท้ายเขื่อน ที่ผ่านมาประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งมาโยตลอด ถึงแม้ทางเขื่อนจะมีการปล่อยน้ำลงมา แต่เนื่องจากไม่มีฝายเพื่อกักเก็บน้ำ ทำให้น้ำไหลลงสู่ทะเลทั้งหมด ซึ่งได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในระบบการปล่อยน้ำของเขื่อนรัชชประภาว่า หมู่บ้านเขาเทพพิทักษ์

นอกจากทำการเกษตรแล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หากมีการปล่อยน้ำลงมาโดยไม่มีระบบการจัดการ จะส่งผลอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ซึ่งหากมีการสร้างฝายแล้วเสร็จจะส่งผลประโยชน์ต่อเกษตรกรกว่า 500 ไร่ สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทั้งการปลูกผลไม้ และเรื่องการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนที่ต้องสูญเสียผลประโยชน์จากการสร้างฝายทดน้ำ ซึ่งเขาก็ยินยอมเสียสละให้คนพื้นที่ได้รับผลประโยชน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...