โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ครม.ไฟเขียวกองทุนSSFแทนLTFลดหย่อนภาษีสูงสุด2แสนบ.ให้สิทธิ์5ปีแต่ต้องถือครองยาว10ปี 

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ธ.ค. 2562 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 09.57 น.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการออมระยะยาว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF) และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมระยะยาวมากขึ้น ซึ่งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมุ่งเน้นให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อยและผู้ที่เริ่มต้นวัยทำงานได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวเริ่มต้นการออมระยะยาวโดยเร็ว

นายอุตตมกล่าวว่า ทั้งนี้การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุนเอสเอสเอฟ เป็นกองทุนระยะยาว มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) ที่จะหมดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ โดยSSFกำหนดให้บุคคลธรรมดานำไปค่าใช้จ่ายซื้อกองทุนหักลดหย่อนภาษีเงินได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือไม่เกิน 2 แสนบาทต่อปี และเมื่อนับรวมกับกองทุนระยะยาวอื่นต้องไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี เช่น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ( กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ

นายอุตตมกล่าวว่า  ทั้งนี้ไม่กำหนดการซื้อขั้นต่ำในการซื้อ และไม่กำหนดเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่อง  โดยกองทุน SSF สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท  แต่กำหนดให้ถือครองกองทุนSSFไม่น้อยกว่า 10 ปีจึงจะขายได้ เงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน SSF จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งการนำมาหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนใน SSF กำหนดไว้เพียง 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2563 – 2567 หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะมาทบทวนเรื่องการให้สิทธิลดหย่อนใหม่อีกครั้ง ว่าที่ผ่านมาเกิดผลอย่างไร เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพธุรกิจและตลาด

นายอุตตมกล่าวว่า นอกจากนี้ครม.มีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อกองทุน RMF ให้ปรับสัดส่วนการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF เป็น 30% ของเงินได้พึงประเมินให้ใกล้เคียงกับกองทุนอื่นๆ จากเดิมไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน โดยยังคงกำหนดวงเงินหักลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ รวมถึงยกเลิกการกำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อกองทุน RMF (เดิมกำหนดให้ซื้อไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้พึงประเมิน หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า) เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงน้อยสามารถซื้อกองทุน RMF ได้ โดยยังคงกำหนดให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี และไม่ระงับการซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกันเช่นเดิม

นายอุตตมกล่าวต่อว่า การปรับกองทุนเพื่อการออม เพื่อดึงให้คนรุ่นใหม่ คนเพิ่งเริ่มทำงาน และกลุ่มมีรายได้ปานกลางเข้ามาออมเงินเพื่อเกษียณให้มากขึ้น โดยประเมินว่าถ้ามีการซื้อSSF และRMF เต็มเพดานที่กำหนด กลุ่มคนที่มีรายได้ เดือนละ 15,000 บาท จะมีเงินออมระยะยาวเพิ่มขึ้นปีละ 1.8 แสนบาท ถ้ารายได้ต่อเดือน 5 หมื่นบาท มีเงินออมเพิ่มขึ้น 3.6 แสนบาทต่อปี  หากรายได้ต่อเดือน 1 แสนบาทจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนบาท  โดยก่อนหน้านี้มีคนใช้สิทธิในการคืนภาษีLTFปีละ 4 แสนรายคิดเป็นเงินภาษีที่ขอคืน 1 หมื่นล้านบาท RMF ประมาณ 2 แสนราย คิดเป็นเงินภาษีที่ขอคืน 6 พันล้านบาท โดยคาดว่ากองทุนใหม่จะไม่ต่างจากของเดิม

นายอุตตมกล่าวต่อว่า สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund) หรือ LTF ซึ่งจะสิ้นสุดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปี 2562 นั้น นักลงทุนจะยังคงสามารถซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน LTF ได้ และแม้ว่าจะไม่ได้รับการลดหย่อนภาษีสำหรับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป แต่กระทรวงการคลังได้เสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน LTF เช่นเดียวกับกองทุนรวมอื่น ๆ

นางสาวรื่นฤดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า หลังจากครม.มีมติเข้าสู่กระบวนการออกกฎกระทรวง และก.ล.ต.พร้อมนำเรื่องนี้ไปประสานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับมือ คาดว่าเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทุนกองทุนใหม่อย่างช้าในเดือนกุมพาพันธ์ 2563 เงินลงทุนน่าจะ เริ่มต้นปี 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...