โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กลับมาได้ไหม” เพลงเศร้าถึงตาย จาก S.D.F.

TheHippoThai.com

อัพเดต 11 มิ.ย. 2561 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2561 เวลา 01.00 น.

“กลับมาได้ไหมเพลงเศร้าถึงตายจาก S.D.F.

คุณเคยมีประสบการณ์ยังรอคอยคนที่เขาเดินออกไปจากชีวิตแล้วไหม

ถ้าคำตอบของคุณคือ ใช่ เพลง “กลับมาได้ไหม” ซิงเกิลล่าสุดจาก 3 หนุ่ม S.D.F. อย่าง แชมป์-นิตินันท์ จันทรเดช (ร้องนำ), แฮ็ค-ฐาปนา ณ บางช้าง (กีตาร์) และ ไท-จีรศักดิ์ ไฝสิงห์ (เบส) คือเพลงเศร้าที่พุ่งตรงเข้าสู่ความรู้สึกของคุณได้อย่างง่ายดาย 

ความเศร้าที่(เกือบ)ทุกคนเคยผ่าน

ไอเดียของเพลงนี้เริ่มจากการที่แชมป์โพสต์สเตตัสที่เปิดให้เพื่อนๆ และแฟนเพลงเข้ามาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่ผ่านมา แล้วก็พบว่า เรื่องของการรอคอยแฟนเก่าให้กลับมาคืนดีเป็นประเด็นที่มีหลายคนรู้สึกใกล้เคียงกัน

“มีหลายคนเลยที่บอกว่ายังตัดใจจากแฟนเก่าไม่ได้ หลายปีแล้ว ก็ยังรออยู่ รอทั้งที่แทบจะไม่มีความหวัง เราเห็นว่ามีคนที่แชร์เรื่องราวประมาณนี้เยอะ ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นคอนเทนต์ในการคิดเพลงที่ตอบโจทย์คนฟังได้”

และในบรรดาคนที่เคยประสบการณ์การรอคอยแบบนี้ ไม่ใช่แค่แฟนเพลงเท่านั้น แต่สมาชิกในวงเองอย่างแชมป์และแฮ็คเองก็เคยเจอเรื่องราวเหมือนในเพลง “กลับมาได้ไหม” เหมือนกัน

“ตอนช่วงเรียนปี 2 ผมเลิกกับแฟนเพราะว่าเรามีคนอื่น แต่พอไปคบกับคนอื่นได้แป๊บเดียวก็เลิกกับคนนั้น แล้วก็กลับมารอแฟนเก่าคนเดิม รออยู่เกือบปีเขาก็ไม่ได้กลับมาเพราะเขาก็ไปมีแฟนใหม่” นั่นคือเรื่องราวความรักที่ตรงกับเนื้อเพลงของแชมป์

ส่วนเรื่องราวของแฮ็คนั้น ถึงจะไม่ได้มีมือที่ 3 แต่ก็รอไม่ต่างกัน “รอมา 3 ปีแล้วครับ ก็รู้ว่าตอนนี้เขาคงไม่กลับมาแล้ว ซึ่งเราก็พลาดเองที่ดูแลเขาไม่ดี ความรู้สึกของผมก็ตามเพลงเลย”

ร็อกเศร้าๆในสไตล์S.D.F.

ตลอดเวลา 7 ปีกับ 8 เพลงที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกัน รวมถึงเพลงประกอบละครด้วย ถึงตอนนี้ทั้ง 3 คนมั่นใจแล้วว่า แนวเพลงที่เป็นสไตล์ของ S.D.F. ก็คือป็อปร็อก ดนตรีแน่น ที่บอกเล่าความรู้สึกผ่านเนื้อเพลงกันแบบไม่อ้อมค้อม

“พวกเราเริ่มชัดเจนในสไตล์เพลงกันมาสักพักแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ ถึงเราจะชัด เราอาจจะมีลองไปทำอย่างอื่นกันบ้าง แต่พอจับจุดได้ เราก็กลับมาทำดนตรีในสไตล์แบบนี้ ที่ชัดๆ เลยก็คือเพลง ‘ยินดีที่ได้รัก’ ต่อเนื่องมาจนถึงเพลง ‘กลับมาได้ไหม’ ที่เพิ่งปล่อยออกมา”

“พื้นฐานของเราคือความร็อก แต่จะเป็นร็อกแบบไหน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับในช่วงเวลาด้วยว่า เราจะหยิบแง่มุมไหนของความร็อกมานำเสนอ”

เสียงร้องที่ถ่ายทอดอารมณ์เพลงแบบเน้นๆ ของแชมป์ เสียงเบสแน่นๆ ของไท และเสียงกีตาร์โซโลที่กรีดชัดของแฮ็ค คือองค์ประกอบส่วนหนึ่งของความเป็น S.D.F. ซึ่งถึงแฟนเพลงจะสัมผัสองค์ประกอบนี้ได้เพลงช้าของพวกเขาเป็นส่วนใหญ่ แต่หนุ่มๆ S.D.F. บอกว่า ที่จริงแล้วพวกเขาถนัดเพลงเร็วมากกว่า แต่เพลงช้าก็มีข้อดีตรงที่เข้าถึงความรู้สึกคนได้ง่าย ซึ่งตรงกับอารมณ์เพลงที่พวกเขาต้องการสื่อ 

ความเศร้าที่ถูกขยี้ด้วยเอ็มวีที่เศร้ายิ่งกว่าเพลง

“ทางค่ายคุยกับเราแต่แรกแล้วว่า จะทำเอ็มวีให้แรงกว่าเพลงนะ ซึ่งพอเอ็มวีมันแรงแล้ว บางจุดเราก็ต้องแก้ใหม่ เพื่อให้มันสูสีกับเอ็มวี” หนุ่มๆ S.D.F. พูดถึงที่มาของเอ็มวีที่กระแสแรงจนยอดวิวแตะล้านแรกภายในสัปดาห์เดียว 

นอกจากยอดวิวจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว เอ็มวีเพลง “กลับมาได้ไหม” ของพวกเขายังกลายเป็นประเด็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียลในเรื่องของความแรงเพราะเล่นกับประเด็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งมีทั้งกระแสวิจารณ์ว่าแรงเกินเบอร์และแรงแบบสะท้อนสังคม

ซึ่งเรื่องนี้ หนุ่มๆ S.D.F. มองว่า ความแรงที่เห็นในเอ็มวีนั้นไม่ได้เกินไปจากความจริง และเชื่อว่าคนดูน่าจะได้แง่คิดจากเอ็มวีของพวกเขาด้วย

“เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้ว่า ตามข่าวเดี๋ยวนี้มันก็มีอะไรแรงๆ ให้เห็นอยู่แล้วไม่น้อยกว่าในเอ็มวี เพราะฉะนั้นแทนที่จะมองในแง่ลบ อยากให้มองว่าเอ็มวีนี้น่าจะสอนคนได้ อย่างตอนจบที่นางเอกกระโดดตึกฆ่าตัวตาย บางคนอาจจะมองแค่ว่าเขาคิดสั้นเพราะโดนทิ้ง แต่ถ้าได้ดูเอ็มวีเต็มๆ จะเห็นว่า เขาฆ่าตัวตายเพราะเจอผู้ชายที่ทำร้ายเขาด้วยการปล่อยคลิป มันเป็นการเตือนผู้ชายนะว่าอย่าทำแบบนี้กับผู้หญิง เพราะเขาอาจจะคิดสั้นได้ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้”

“หรือแม้แต่คนที่คิดฆ่าตัวตาย เอ็มวีก็ทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วมันอาจจะมีคนที่เห็นคุณค่าของคุณอยู่ แทนที่จะคิดว่าเสียใจจนทนไม่ไหวและไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ให้ลองมองกลับมา”

“เพราะคุณอาจจะเห็นคนที่รักคุณอยู่ ยังรอคุณอยู่ก็ได้”

สถานที่ : ช่างชุ่ย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...