โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมวันจึงเรียงลำดับจากอาทิตย์ จันทร์ อังคาร .. อย่างที่เป็นอยู่

a day magazine

อัพเดต 12 เม.ย. 2561 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2561 เวลา 21.41 น. • adaymagazine

มนุษย์เราทุกวันนี้ แม้จะอยู่ในยุคที่วิทยาศาสตร์เติบโตจนสร้างวิธีคิดใหม่ๆให้เราและสร้างสรรค์เทคโนโลยีมากมายให้เราได้ใช้งาน แต่หากมองให้ดีจะเห็นอิทธิพลจากวัฒนธรรมและความเชื่อโบราณมากมายหลายอย่างที่ตกค้างมานานหลายพันปี และบางอย่างก็อยู่ในชีวิตประจำวันของเรามาเนิ่นนานโดยที่เราไม่รู้เหตุผลเลยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ดังเช่น คำถามที่ว่า

*ทำไมวันในหนึ่งสัปดาห์จึงเรียงจาก อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ ? *

ทั้งที่จริงๆแล้วระบบสุริยะของเรา เรียงลำดับจากตรงกลางจะเป็นดังนี้คือ ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสฯ ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน

แม้จะลองย้อนกลับไปในสมัยของเพลโต นักปรัชญาชาวกรีกผู้เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลก็ยังเรียงลำดับวงโคจรไล่จากตรงกลางดังนี้

โลก (ศูนย์กลาง)

ดวงจันทร์

ดาวพุธ

*ดาวศุกร์ *

*ดวงอาทิตย์ *

ดาวอังคาร

ดาวพฤหัสฯ

ดาวเสาร์

จะเห็นว่าการเรียงลำดับของเพลโตก็ไม่ได้ตรงกับการเรียงวันในสัปดาห์ทุกวันนี้ คำถามคือการเรียงวันในสัปดาห์ที่เราใช้กันมาจากไหนกันแน่

ก่อนจะตอบคำถามนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมในหนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน

ก่อนที่มนุษย์จะประดิษฐ์นาฬิกาความแม่นยำสูงใช้กันอย่างทุกวันนี้ สมัยโบราณมนุษย์เราใช้การเปลี่ยนแปลงของวัตถุท้องฟ้ามากำหนดช่วงเวลา

เราใช้การขึ้นตกของดวงอาทิตย์มากำหนดระยะเวลาหนึ่งวัน

การเปลี่ยนลักษณะของดวงจันทร์ มากำหนดระยะเวลาหนึ่งเดือน

และการเปลี่ยนตำแหน่งของดวงอาทิตย์ไปตามกลุ่มดาวจักรราศี กำหนดระยะเวลาหนึ่งปี

แต่การกำหนดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์นั้นไม่ได้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของวัตถุท้องฟ้าใดๆเลย

นักโบราณคดีเชื่อว่าการกำหนดสัปดาห์นั้นเริ่มต้นมาจากวัฒนธรรมบาบิโลนโบราณ แล้วค่อยๆกระจายออกมาจนมาอยู่ในปฏิทินของจักรวรรดิโรมันทำให้กลายเป็นที่ยอมรับทั่วไป

ชาวบาบิโลนตั้งชื่อวันในสัปดาห์ตามชื่อของดาวเคราะห์ที่คนสมัยนั้นรู้จักซึ่งดาวเคราะห์เหล่านี้คือเทพเจ้า แน่นอนว่าต้องเป็นดาวเคราะห์ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเพราะในสมัยนั้นไม่มีกล้องโทรทรรศน์

ในสมัยนั้นดาวเคราะห์มีทั้งหมด 7 ดวง ตามชื่อของวันในสัปดาห์ ทุกวันนี้เรารู้ว่าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ไม่ใช่ดาวเคราะห์ เพราะดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ส่วนดวงจันทร์นั้นเป็นดาวบริวารของโลก แต่คนโบราณมองว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์ เนื่องจากสมัยก่อนมีการแบ่งวัตถุท้องฟ้าเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆได้แก่ ดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์

ดาวฤกษ์นั้น จะมีตำแหน่งเทียบกันและกันแล้วเหมือนเดิม ทำให้เราสามารถกำหนดเป็นกลุ่มดาวที่ชัดเจนลงไปได้ ส่วน ดาวเคราะห์คือวัตถุท้องฟ้าที่เคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปบนกลุ่มดาวฤกษ์อีกที ดังนั้นคนสมัยนั้นจึงให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์รวมทั้งรู้ว่าดาวฤกษ์ที่เรียงรายเป็นกลุ่มนั้นอยู่ห่างไกลจากโลกเรากว่าดาวเคราะห์มากๆ โดยลำดับที่เพลโตเรียงนั้นมาจากความเร็วของการเปลี่ยนตำแหน่งไปบนดาวฤกษ์พื้นหลังในแต่ละคืน ดาวเคราะห์ดวงไหนเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเร็วก็แปลว่าดาวดวงนั้นอยู่ใกล้โลก ส่วนดาวดวงไหนที่เปลี่ยนตำแหน่งช้าก็แปลว่าดาวดวงนั้นอยู่ห่างไกลจากโลกออกไป

คนบาบิโลนสมัยโบราณยังเชื่ออีกว่า แต่ละชั่วโมงนั้นมีเทพเจ้าดาวเคราะห์คอยกำกับดูแลอยู่โดยจะเรียงจากไกลมาใกล้ เช่น

วันนี้เวลา 6:00 น. เทพเจ้าดวงอาทิตย์คุม
เวลา 7 : 00 น.เทพเจ้าศุกร์คุม
เวลา 8 : 00 น. เทพเจ้าพุธ
เวลา 9 : 00 น. เทพเจ้าจันทร์
เวลา 10 : 00 น. เทพเจ้าเสาร์
เวลา 11 : 00 น. เทพเจ้าพฤหัสฯ
เวลา 12 : 00 น. เทพเจ้าอังคาร

พอคุมกันจนครบก็จะวนกลับมาที่เทพเจ้าอาทิตย์อีก

เวลา 13 : 00 น. เทพเจ้าอาทิตย์คุม

เมื่อไล่เรียงแบบนี้ไปเรื่อยๆเราจะพบว่าที่เวลา 6 : 00 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงแรกของวันจะถูกคุมเรียงดังนี้

วันนี้เวลา 6:00 น. เทพเจ้าดวงอาทิตย์คุม
วันพรุ่งนี้เวลา 6:00 น. เทพเจ้าจันทร์คุม
วันมะรืนนี้เวลา 6: 00 น. เทพเจ้าอังคารคุม

กล่าวคือคนในสมัยโบราณเรียกชื่อวันตามชื่อเทพเจ้าที่คุมชั่วโมงแรกของวันนั้นๆ การเรียงวันในลำดับเช่นนี้ได้ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันที่พวกเราใช้กัน ซึ่งสามารถเขียนสรุปอีกแบบได้โดยการนำดาวเคราะห์มาเรียงลำดับจากใกล้มาไกลบนวงกลม แล้วลากเส้นเชื่อมจนกลายเป็นดาว 7 แฉก ซึ่งการเรียงวันในหนึ่งสัปดาห์ก็จะเรียงจากการลากเส้นเป็นรูปดาว 7 แฉกนั่นเอง

หลายอย่างบนโลกใบนี้แม้จะดูไม่มีเหตุผล แต่พอศึกษาอย่างละเอียด

*เราอาจพบเหตุผลอยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น *

แต่เราต้องไม่ลืมว่าการค้นพบเหตุผลนั้นไม่ได้แปลว่าเราจะสามารถทำใจรับเหตุผลนั้นได้เสมอไป

*ภาพประกอบ ณัชณิชา วงษา*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...