โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เคล็ดวิธีลดกลิ่นสาบปลาดุก

รักบ้านเกิด

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 09.19 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ปัญหาหลักหนักใจในการเลี้ยงปลาดุกนั้น นอกจากจะมีเรื่องของต้นทุนค่าอาหารสูงแล้ว กลิ่นสาบในเนื้อปลายังกลายเป็นปัญหาด้านตลาดและราคาที่สำคัญ หากผลิตปลาดุกให้มีสีสวย ขนาดตรงตามตลาดต้องการได้แล้ว ถ้าไม่อยากถูกกดราคาปลาหน้าเขียง เรื่องกลิ่นสาบก็เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้เลี้ยงปลารายย่อย ที่ทำตลาดแบบเน้นการบริโภคเนื้อปลาสด ไม่ใช่การเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เช่น การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ยางรถยนต์ ถังน้ำ หรือ แม้แต่ในบ่อดินขนาดไม่ใหญ่มาก ยิ่งจำเป็นต้องใส่ใจเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพถูกใจผู้บริโภค

Hilight-Kaset/54_1_เลี้ยงปลาดุก_ลดกลิ่นเหม็นสาบ.jpg

กลิ่นสาบในปลานั้นเกิดจากกลิ่นโคน(off-flavors) มักพบปัญหาเรื่องกลิ่นกันมากกับปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน สำหรับปลาดุก สาเหตุหลักๆ ของการเกิดกลิ่นสาบติดเนื้อปลาก็คือ
1. ในบ่อเลี้ยงนั้นมีปริมาณสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน( blue green algae) อยู่มาก
2. เกิดจากการให้อาหารปลามากเกินไป
3. มีเศษซากพืชซากสัตว์ตกค้างอยู่ในบ่อ
4. เลี้ยงปลาด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันมากไป
5. มีการใช้มูลสัตว์ร่วมกับปุ๋ยยูเรียในบ่อปลาในปริมาณมาก จนส่งผลให้เกิดสาหร่ายสีเขียมแกมน้ำเงินขึ้นตามามาก
ซึ่งการเลี้ยงปลาดุกให้ได้เนื้อปลาคุณภาพดี ไม่มีกลิ่นสาบนั้น สามารถป้องกันแก้ไขได้ด้วย 7 เคล็ดวิธีลดกลิ่นสาบปลาดุก ดังนี้
 

Hilight-Kaset/54_2_ปลาดุก2_3.jpg

1. เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุกในกระชังลดกลิ่นสาบ วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเศษอาหารปลาไปตกค้างก้นบ่อ จนเกิดการสะสมทำให้เกิดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและเศษอาหารที่เน่าเสียซึมเข้าสู่ตัวปลา ซึ่งกลายเป็นปัญหา ของผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ หรือ ภาชนะอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะเศษอาหารที่ปลาดุกกินเหลือ จะไหลลงสู่บ่อน้ำเป็นอาหารปลาด้านล่างแทน เมื่อปลาดุกถ่ายมูลออกมาจะกลายเป็นอาหารของปลาอื่นๆ จึงไม่มีสิ่งตกค้างในกระชัง เนื้อปลาดุกที่เลี้ยงด้วยวิธีนี้จะมีความหอมหวาน ไม่มีกลิ่นสาบคาวคล้ายกับปลาดุกที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ และยังจับขายได้ง่ายกว่าการเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์อีกด้วย
 

Hilight-Kaset/54_3_ปลาดุก_3_2.jpg

2. บำรุงสุขภาพปลาดุกให้แข็งแรงด้วยน้ำหมักผลไม้สุก เป็นวิธีที่ทำให้ปลาดุกที่เลี้ยง มีความสมบูรณ์ ไม่เป็นโรค มีเนื้อหวานทานอร่อย ไม่เหม็นสาบ แม้จะเลี้ยงในภาชนะจำกัด แค่เพียงใช้น้ำหมักผลไม้สุก( วิธีการทำน้ำหมักผลไม้สุก) สาดลงไปในบ่อเลี้ยงปลาดุกในช่วงเย็น ในอัตรา 5 ลิตรต่อพื้นที่ 100 ตารางวาหรือ 1 งาน ทุกเดือนเพื่อปรับสภาพน้ำให้ไม่เหมาะต่อการเกิดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและลดการสะสมของเศษอาหารก้นบ่อ วิธีนี้จะทำให้น้ำในบ่อมีออกซิเจนมากขึ้น และทำให้สุขภาพของปลาดุกแข็งแรง มีไขมันสะสมในท้องน้อย ไม่มีโรคระบาด และช่วยรักษาแผลตามตัวให้หายได้ด้วย
 

Hilight-Kaset/54_4_ปลาดุก_4_1.jpg

3. เปลี่ยนถ่ายน้ำให้บ่อย อย่าให้น้ำเขียว และปรับสภาพน้ำที่เลี้ยงทุกครั้งหลังมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ EM สำหรับการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปิด เช่น ถังพลาสติก บ่อซีเมนต์ ควรมีการถ่ายน้ำให้ปลาดุกใหม่ทุก 7 วัน และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ ให้ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM ลงไปด้วยในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อพื้นที่บ่อขนาด 1 ตารางเมตร หากเลี้ยงไว้ในบ่อดิน ไม่ควรปล่อยให้เกิดน้ำเขียวมากเกินไป
 

Hilight-Kaset/54_5_ปลาดุก_5_1.jpg

4. เลี้ยงด้วยอาหารสูตรเด็ด เร่งโต ลดกลิ่นเหม็นสาบ ซึ่งเป็นสูตรที่มีการคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาจากภูมิปัญญาของเกษตรกรที่นำไปใช้งเป็นอาหารเสริมเลี้ยงปลาดุกในบ่อปิดแล้วให้ผลดีในแง่ของการเร่งโต และเนื้อปลาที่ได้ไม่เหม็นสาบคาว นำไปให้ปลากินแทนหัวอาหารเม็ดหรืออาหารสำเร็จรูปวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น
 

Hilight-Kaset/54_6_ปลาดุก_6_1.jpg

5. อย่าเข้าใจว่าปลาดุกกินเก่ง จนนำมาสู่การให้อาหารมากเกินไป การให้อาหารปลาดุกตามความเข้าใจที่ว่า เป็นปลากินเก่ง ประกอบกับอุปนิสัยของปลาดุกที่จะชอบอมอาหารแล้วไปคายทิ้งทีหลัง จึงเป็นเหตุให้เกิดเศษอาหารตกค้างสะสมอยู่ก้นบ่อมาก ดังนั้น ควรมีการจัดสรรให้ในปริมาณที่พอดี ควรให้อาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น ให้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ในสภาพอากาศปกติ หากสภาพอากาศเย็นซึ่งเป็นช่วงที่ปลาจะกินอาหารได้น้อยลง ควรปรับลดเหลือวันละครั้ง ในช่วงที่มีแดดจัด และก่อนจับปลาขาย 1 เดือน ควรปรับเปลี่ยนการให้อาหารจากอาหารที่ทำขึ้นเองมาเป็นการให้หัวอาหารตามปกติ
 

Hilight-Kaset/54_7_ปลาดุก_7_1.jpg

6. พักปลาที่จะจับขายในน้ำที่มีความเค็ม 3 ppt* ขึ้นไป ที่อุณหภูมิ 34- 36 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 36 ชม. จะทำให้กลิ่นสาบปลาดุกลดลง หรือ ใช้หลักการแบบชาวบ้าน คือ งดให้อาหารก่อนจับปลาขาย 3 วัน
- วันที่ 1 งดให้อาหาร
- วันที่ 2 งดให้อาหารและไขน้ำในบ่อปลาออก ให้เหลือความสูง 80 - 90 ซม.
- วันที่ 3 งดให้อาหาร ขังปลาไว้ในน้ำที่ความสูง 80 - 90 ซม. แล้วใส่เกลือเม็ด ลงไปในอัตรา 3,000 กรัมหรือ 3
กิโลกรัม / พื้นที่บ่อขนาด 1,600 ตารางเมตร( 1 ไร่) หรือ ใช้เกลือ 100 กรัม ต่อ พื้นที่บ่อ 50 ตารางเมตร
----------
* ppt ย่อมาจาก part per thousand ค่าความเค็มที่ได้จากการวัดด้วยวิธีดังกล่าวมีหน่วยเป็นส่วนในพันส่วน หรือใช้สัญลักษณ์ % มีการคิดหาค่า ppt ดังนี้
1 %=1/100
1 ppt=1/1000
1 ppt= 100/1000= 0.1 %
1 %=1000/100=10 ppt
โดยทั่วไปแหล่งน้ำจืดจะมีปริมาณเกลือน้อยกว่าร้อยละ 0.1% หรือน้อยกว่า 1 ppt ส่วนแหล่งน้ำเค็มจะมีเกลือเฉลี่ยโดยประมาณ ร้อยละ 3.5 % หรือ 35 ppt
การวัดจะใช้ salt meter วัดหาค่าความเค็ม ของเหลว เช่น น้ำเกลือ น้ำทะเล น้ำปะปา

 

Hilight-Kaset/54_8_ปาดุก8๘1.jpg

7. ขังในน้ำสะอาด 7 - 14 วันก่อนจำหน่าย ก่อนการขายปลา 7 - 14 วันให้ ย้ายปลาที่จับเพื่อเตรียมจำหน่ายมาขังไว้ในน้ำสะอาด ระหว่างนี้ให้หัวอาหารปลาตามปกติ จะช่วยทำให้กลิ่นสาบปลาจางลงกว่าเดิม
หมายเหตุ :- การจะเลือกใช้วิธีไหนในการจัดการกับกลิ่นสาบปลา ให้พิจารณาถึงความคุ้มทุน ตลาดเป้าหมาย และความสะดวกของผู้เลี้ยงเป็นหลัก ทางเราแค่เพียงแนะนำไว้เป็นหลักการให้นำไปใช้จัดการตามความเหมาะสม
เขียน/เรียบเรียงโดย /ภาพ:** มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...