โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กาญจน์ สงกรานต์เดือด คู่อริเล่นน้ำ ยกพวกตีกัน ชักปืนยิงดับ 1 เจ็บ 1 เร่งล่าผู้ต้องสงสัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 เม.ย. 2566 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2566 เวลา 04.26 น.

กาญจน์ สงกรานต์เดือด คู่อริเล่นน้ำ ยกพวกตีกัน ชักปืนยิงดับ 1 เจ็บ 1 เร่งล่าผู้ต้องสงสัย

เมื่อเวลา 20.45 น. ของวันที่ 17 เมษายน ร.ต.ท.สุทธิกรรณ์ เอี่ยมสำอางค์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่วัยรุ่นที่มาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ที่บริเวณหลังสุสานทหารสัมพันธมิตร หรือ ป่าช้าอังกฤษ บนถนนเจ้าขุนเณร ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1

หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.สุทธิกรรณ์ และ พ.ต.อ.สุรยุทธ์ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพ

เหตุเกิดที่บริเวณหน้าร้านรัสรินทร์ มีผู้มาเที่ยวเล่นสงกรานต์มุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก บนพื้นถนนพบศพ นายรัชชานนท์ มะลิวัลย์ หรือ “ฟลุ๊ค หนองหญ้า” อายุ 18 ปี อยู่ตำบลหนองหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะขมับขวา 1 รู ลิ้นปี่ขวา 1 รู ด้านหลังไหล่ซ้าย 1 รู นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนคือ นายนนทกร โลยะนา หรือ “เดี่ยว บ้านยาง” อายุ 17 ปี ถูกยิงที่บริเวณหน้าขาหนีบด้านขวากระสุนทะลุก้น บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.พหลพลพยุหเสนา เพื่อรักษาพยาบาลต่อไป

จากการตรวจสอบ รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ที่ใช้เปิดเครื่องเสียงตรงจุดเกิดเหตุ พบ รูกระสุน 2 รู ถูกยิงเข้าที่ฝาท้ายมุมขวา 1 รู ที่กันชนหลังด้านซ้าย 1 รู นอกจากนี้บนพื้นที่ถนนยังพบลูกกระสุนขนาด 9 มม. 2 นัด ลูกกระสุนขนาด .38 จำนวน 2 นัด ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอก ปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 มม. 1 ปลอก พบซองมีดเหน็บตกอยู่ที่เหนือศีรษะคนตาย พบเศษขวดโซดาแตกเกลื่อนถนน รองเท้าแตะ 2 คู่อย่างละข้าง มีรอยเลือดกองใหญ่ 2 กอง

จากการสอบสวนทราบว่า วันที่ 17 เมษายน เป็นวันไหลของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในเทศกาลสงกรานต์ ผู้ตายและผู้บาดเจ็บเล่นสาดน้ำสงกรานต์อยู่กับเพื่อนกลุ่มใหญ่บริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุใช้อาวุธปืน น่าจะเป็นกลุ่มของ “เอิร์ท นากาญจน์” กับ “ซีเปรม” วัยรุ่นที่อยู่บ้านนากาญจน์ ตำบลวังเย็น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่ไม่ถูกกัน โดยคู่อริกันนั่งมากับรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ ประมาณ 6-7 คน โดยรถของผู้ก่อเหตุวิ่งมาจากวัดถาวรวราราม (วัดญวน) มุ่งหน้าไปโค้งประปา ถนนสะพานแม่น้ำแคว (นานาชาติ) เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุได้หยุดจอด จากนั้นคนบนรถกระบะก็ลงจากรถและเดินปรี่เข้าไปที่กลุ่มผู้ตาย และมีการชกต่อยกัน โดยมีการใช้ขวดขว้างปาใส่กันด้วย ต่อมา “เอิร์ท นากาญจน์” กับ “ซีเปรม” น่าจะชักปืนคนละกระบอกยิงใส่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนคนที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในบริเวณดังกล่าว รวมถึงร้านค้าที่ตั้งขายของอยู่ริมทางต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันไปคนละทิศละทาง

หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้วิ่งขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวเตรียมจะขับหลบหนี แต่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ได้ช่วยกันใช้ขวดเบียร์ปาใส่คนบนรถ จนต้องลงจากรถและแยกย้ายกันวิ่งหลบหนี ส่วนคนขับรถยนต์คันก่อเหตุ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมรถกระบะคันก่อเหตุ ตรวจสอบภายในรถพบซองปืน 1 อัน และปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้ว 2 ปลอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด ตกอยู่ภายในรถ และยังพบขวดเบียร์หลายขวด รวมถึงรอยเลือดอยู่เต็มรถ

ส่วน นายชาญ รัศมีจันทร์ อายุ 53 ปี ซึ่งถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ พบว่า มีบาดแผลจากการถูกสะเก็ดขวดเบียร์ตามร่างกายหลายแห่ง โดยนายชาญยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลงมือยิง เป็นเพียงคนขับรถพากลุ่มวัยรุ่นจากตำบลวังเย็น อำเภอเมืองกาญจนบุรี มาเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณถนนหลังสุสานสัมพันธมิตร และถนนนานาชาติเท่านั้น ส่วนคนที่ลงมือยิงตนไม่ทราบว่าเป็นใคร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และจะได้ดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมนำตัวไปตรวจหาคราบเขม่าดินปืนอีกครั้ง พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อติดตามจับกุม “เอิร์ท นากาญจน์” และ “ซีเปรม” ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ รวมทั้งกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...