โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพจหลอกลงทุนทองเกลื่อนโซเชียล ดีอีพบบัญชีปลอมร้านทอง 40 บัญชี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. 2567 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 05.18 น.

“ดีอี” หารือ “สมาคมค้าทองคำ” แก้ปัญหาหลอกลวงบนโลกออนไลน์ หลังพบมิจฉาชีพสวมรอยเปิดเพจร้านทองบน Facebook และ TikTok รวมกันกว่า 40 บัญชี สร้างความเสียหายมากกว่า 60 ล้านบาท

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า สมาคมค้าทองคำได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ว่ามีมิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กเพจร้านค้าทองคำที่มีชื่อเสียงและเป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำเผยแพร่โฆษณาชักชวนหลอกให้มีการลงทุน

และอ้างว่ามีการจ่ายเงินปันผลทุกวัน หรือให้ผลประโยชน์เกินจริง เพื่อจูงใจให้หลงเชื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของประเทศที่มิจฉาชีพใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการหลอกลวงให้นักลงทุนลงทุนซื้อทองคำออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มปลอม ทำให้มีนักลงทุนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนเปลี่ยนจากการเก็บออม เป็นการลงทุนเพื่อเก็งกำไรในทองคำสูงขึ้น ซึ่งมีวิธีการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งการซื้อขายผ่านหน้าร้านทอง การลงทุนทองออนไลน์ รวมถึงการลงทุนทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ซึ่งมิจฉาชีพต่างอาศัยชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อร้านค้าทองคำมาหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อจนเกิดความเสียหาย

ตัวอย่างของสมาชิกสมาคมที่ได้รับผลกระทบจากกลลวงของมิจฉาชีพ เช่น จินฮั้วเฮง, YLG และออโรร่า ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงต่อองค์กรโดยรวม ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความสับสน ไม่แน่ใจ ขาดความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นของบริษัท ทางสมาคมขอเสนอแนะให้มีขั้นตอนการปิดเพจปลอม โดยส่งข้อมูลยืนยันว่าเป็นเพจปลอมจริง และแจ้งไปยังสมาคมค้าทองคำ เพื่อประสานงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดเพจปลอมนั้นต่อไป

โดยในปี 2566-2567 มิจฉาชีพมีการปรับรูปแบบเป็นการสร้างบัญชี Facebook และ TikTok ปลอมแทน เช่น บจ.ฮั่วเซ่งเฮง มีการตรวจพบครั้งแรกในช่วง เดือนกันยายน 2566 จนถึงปัจจุบันบริษัทมีการเก็บข้อมูลการปลอมทั้ง 2 ช่องทางรวมกันทั้งสิ้น 40 บัญชี เป็นบัญชี Facebook 14 บัญชี และ TikTok จำนวน 26 บัญชี

ซึ่งบริษัทได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายผ่านช่องทางต่าง ๆ จำนวน 44 กรณี เป็นความเสียหายโดยรวมประมาณ 20.8 ล้านบาท และความเสียหายของ บจ.ออโรร่า มีผู้เสียหายรวมถึงลูกค้าของบริษัทเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้เสียหายที่ติดต่อเข้ามากับฝ่ายกฎหมายประมาณ 150 คน ค่าเสียหายโดยรวมประมาณ 60 ล้าน

“มิจฉาชีพจะใช้วิธีหลอกลวงตามกระแสนิยมในแต่ละช่วง เช่น ในปี 2565 จะเป็นเรื่องของการลงทุนใน Forex และคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนในปี 2566 จะเป็นเรื่องของการลงทุน หรือการออมแบบ Passive Income ซึ่งเราสามารถสังเกตสัญญาณเพื่อเตรียมป้องกันได้จากกระแสความสนใจในเรื่องการลงทุนที่มีการเปลี่ยนไปของประชาชน ทางสมาคมขอความร่วมมือกับกระทรวงดีอี ในการป้องกันและปราบปรามปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด” นายจิตติกล่าว

นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และศูนย์แก้ปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ AOC1441 จะดำเนินการประสานเพื่อปิดกั้นแพลตฟอร์มปลอม และรับการร้องเรียนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากมิจฉาชีพ รวมถึงมีความร่วมมือกับสมาคมค้าทองคำในการแก้ไขปัญหาระยะยาว และมีการเตรียมพูดคุยถึงความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับแฟลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดด้วย

“ผมหวังว่าการหารือระหว่างกระทรวงดีอี และสมาคมค้าทองคำจะช่วยให้เกิดแนวทางแก้ไขปัญหามิจฉาชีพปลอมแปลงเฟซบุ๊กเพจของผู้ประกอบการร้านทอง และตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ถึงเดือน 2567 กระทรวงดีอีได้ดำเนินการปิดโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับ Online Scams บนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ไปแล้วกว่า 30,000 URLs และปิดกั้นเว็บไซต์โดยมีคำสั่งศาลกว่า 1,400 URLs” นายประเสริฐกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพจหลอกลงทุนทองเกลื่อนโซเชียล ดีอีพบบัญชีปลอมร้านทอง 40 บัญชี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...