โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างไรให้อยู่หมัด เพื่อไฟฟ้าไทยไร้สะดุด

77kaoded

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 08.29 น. • 77Kaoded

ในแต่ละวัน เราใช้ไฟฟ้าในการดำเนินชีวิตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทันได้สังเกตว่า โรงไฟฟ้าต้องผลิตไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดพัก เพื่อให้ทุกวินาทีที่มีค่าของทุกๆ คนขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น แต่หนึ่งในเบื้องหลังของความต่อเนื่องนี้คือ “การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ” ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดูแลเพื่อให้ระบบไฟฟ้าของไทยมั่นคง ไร้สะดุด

“ซ่อมก่อนเสีย” ย่อมดีกว่า “ซ่อมเมื่อเสีย”

โรงไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25-30 ปี ซึ่งตลอดช่วงเวลาของอายุโรงไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ต้องเผชิญกับภาระการทำงานที่ต่อเนื่องในทุก ๆ วัน หากไม่มีการบำรุงรักษาที่ดี อุปกรณ์อาจเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง หรือแย่ที่สุดก็คือ อาจเกิดเหตุขัดข้องและลุกลามจนเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

ในอดีตยุคสมัยที่กำลังการผลิตไฟฟ้ามีจำกัด การหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแต่ละครั้งย่อมหมายถึงประชาชนได้รับผลกระทบมีไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอ เราจึงดูแลโรงไฟฟ้าเมื่อยามเจ็บป่วย หมายความว่า เมื่อป่วยแล้วถึงจะมาช่วยกันบำรุงรักษาให้หายป่วย ถ้าป่วยไม่มาก ก็หยุดพักเพียงแค่ชั่วคราว แต่ถ้าป่วยหนักก็จำเป็นที่จะต้องหยุดพักหรือหยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเป็นเวลานาน ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

แต่ปัจจุบันการบำรุงรักษา ได้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบมากขึ้น โดยแบ่งเป็นการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) คือ “ซ่อมเมื่อเสีย” และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน คือ “ซ่อมก่อนเสีย” โดยจะเน้นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อช่วยให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ ทำให้ลดการหยุดทำงานของเครื่องจักรและยืดอายุการใช้งานได้ ซึ่งจะมีการวางแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าเป็นประจำทุกปี ทุก 2 ปี หรือตามวาระที่กำหนด โดยไม่รอให้โรงไฟฟ้าเกิดปัญหา หรือป่วยก่อนถึงค่อยมารักษา ไม่ว่าจะรื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ มาบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ ปรับปรุงระบบ ถ้าเปรียบเป็นมนุษย์ คือ การดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้า ดังนั้น ความเจ็บป่วย หรือปัญหาของโรงไฟฟ้าที่คาดไม่ถึงจะเกิดขึ้นน้อยลง หรือโอกาสที่จะไม่พบความบกพร่องเลยก็มี ซึ่งจะต้องทำเช่นนี้เป็นประจำจนกระทั่งหมดวาระการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า

นอกจากนั้นยังประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการซ่อมบำรุงรักษาเพื่อให้มีความแม่นยำและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การใช้ Condition Base Maintenance มาบำรุงรักษาให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานอุปกรณ์จริง การใช้ระบบ Predictive Maintenance Analytics System (PMAS) ที่นำข้อมูลสภาพเครื่องจักร เช่น การสั่นสะเทือน อุณหภูมิ อัตราการไหล ความดัน ที่เก็บรวบรวมจาก Sensor ตามจุดต่าง ๆ มาสร้างแบบจำลองในการคาดการณ์ความขัดข้องเสียหาย เพื่อให้สามารถวางแผนงานซ่อมบำรุงรักษาล่วงหน้าได้ เป็นต้น

วางแผนหยุดเดินเครื่องอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ไฟฟ้าไร้สะดุด

เมื่อถึงวาระที่กำหนดของแต่ละโรงไฟฟ้าที่จะต้องซ่อมบำรุง โรงไฟฟ้าจะต้องแจ้งช่วงเวลาที่จะหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงรักษาให้กับศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ถูกสั่งเดินเครื่องเป็นโรงไฟฟ้าหลักเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อให้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติวางแผนจัดสรรกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าอื่นมาทดแทน ป้องกันปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

“ปฏิบัติการที่แข่งกับเวลา” เพื่อความมั่นคงพลังงาน

หลังจากกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซ่อมบำรุงแล้ว แต่ละทีมงานบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นด้านไฟฟ้า เครื่องกล โยธา เคมี ซ่อมอะไหล่และบริหารจัดการอะไหล่ จะต้องวางแผนการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การถอดประกอบอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น Turbine Rotor , Generator อุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ ในโรงไฟฟ้า ไปจนถึงการปรับตั้งระบบให้กลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ แม้กระทั่งการดูแลน้ำที่ใช้ในโรงไฟฟ้า น้ำมันหล่อลื่น ระบบหล่อเย็น เป็นต้น ซึ่งการบำรุงรักษาที่ดี ไม่เพียงช่วยให้โรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

อย่างภาพที่เห็นนี้ เป็นการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี ซึ่งดูแลความมั่นคงด้านพลังงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกันของทีมบำรุงรักษาที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้โรงไฟฟ้ากลับมาผลิตไฟฟ้าให้ได้เร็วที่สุด

อีกหนึ่งโรงไฟฟ้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคอีสาน อย่างโรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น ทีมงานบำรุงรักษาผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจสอบและบำรุงรักษากังหันไอน้ำอย่างเข้มงวดแข็งขัน เพื่อให้โรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องได้ตามกำหนด

ทั้งหมดนี้คือ การทำหน้าที่รักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถของ กฟผ. ที่ตั้งใจบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้อยู่หมัด เพื่อช่วยลดการหยุดเดินเครื่อง ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ในระยะยาว อันส่งผลที่คุ้มค่ายิ่ง นั่นคือ คนไทยได้ใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง..ไร้สะดุด เพราะเชื่อว่า “ไฟฟ้า” ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่คือ ชีวิต ความก้าวหน้า และอนาคตของประเทศ ที่ต้องเดินหน้าไปอย่างมั่นคง ไม่ว่าเวลาไหน ไฟฟ้าจะยังคงขับเคลื่อนให้ทุกชีวิตดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...