โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 564 จุด รับแรงหนุนจ้างงานแกร่ง-หวังเทรดวอร์คลี่คลาย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด และกระแสข่าวบวกเกี่ยวกับการเจรจาคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,317.43 จุด เพิ่มขึ้น 564.47 จุด หรือ +1.39%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,686.67 จุด เพิ่มขึ้น 82.53 จุด หรือ +1.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,977.73 จุด เพิ่มขึ้น 266.99 จุด หรือ +1.51%

โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 3% ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.9% และ 3.43% ตามลำดับ โดยเฉพาะดัชนี S&P500 ที่ปิดบวกติดต่อกัน 9 วัน ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดเดิมในปี 2547 ส่วนดาวโจนส์ก็ทำสถิติบวก 9 วันต่อเนื่องเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 138,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวที่ 4.2% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า GDP สหรัฐฯ หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ต้องการเปิดการเจรจาเกี่ยวกับภาษีศุลกากรที่เก็บกับสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 145% ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ

ในส่วนของตลาดหุ้น รายงานผลประกอบการไตรมาสที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนช่วยหนุนกลุ่มพลังงาน โดยหุ้นเชฟรอนเพิ่มขึ้น 1.6% และเอ็กซอนโมบิลเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ในกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นเมตาเพิ่มขึ้น 4.3%, Nvidia เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วน Apple ปรับตัวลดลงเกือบ 4% หลังประกาศลดวงเงินซื้อหุ้นคืนและเตือนผลกระทบจากภาษีนำเข้าอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 900 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวของดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมหลักใน S&P500 ซึ่งทั้งหมดปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มสื่อสารที่เพิ่มขึ้น 2.3% ตามด้วยกลุ่มการเงินที่เพิ่มขึ้น 2.15% ขณะที่กลุ่มสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภคปรับขึ้นน้อยที่สุดที่ 0.6%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...