โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บล.พาย ชี้ ตลาดหุ้นไทยสุดท้าทาย เร่งปั้นธุรกิจบริหาร Wealth แย้มออก DR ใหม่ 5 ตัว

Thairath Money

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 08.50 น.
ภาพไฮไลต์

ในยุคที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญความท้าทายอย่างหนัก โบรกเกอร์แบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนได้อีกต่อไป บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าธุรกิจโดยเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ขยายบริการด้าน Wealth Management เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนทุกระดับ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน พร้อมเตรียมออก DR เพิ่มอีก 5 หลักทรัพย์ มุ่งเน้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มีความผันผวนสูง เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรในระยะสั้นได้มากขึ้น

ต้องเป็นมากกว่า “โบรกเกอร์” ในช่วงตลาดหุ้นสุดท้าทาย

ณัฐพล จันทร์สิวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ร่วม) บล.พาย เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยมีความท้าทายอย่างมาก ดังนั้น การเป็นโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้ บล.พาย ต้องเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล และขยายการให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

จากกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทมียอดการเปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 40% ขณะที่แอปพลิเคชันการลงทุนของบริษัทมียอดดาวน์โหลดกว่า 140,000 ครั้ง ปัจจุบันมีลูกค้าเกือบ 1 แสนราย และ Active อยู่ที่ 20% หรือ 2 หมื่นราย ซึ่งจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การขยายบริการด้าน Private Wealth ในปีที่ผ่านมามีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUA) เติบโตมากกว่า 50% และจะโฟกัสธุรกิจนี้ต่อไปในอนาคต เพื่อรองรับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการบริการด้านการเงินครบวงจร

สำหรับปี 2568 บล.พาย ตั้งเป้ารายได้โต 15% จากการขยายธุรกิจให้เป็นผู้ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Private Wealth สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ไปจนถึงบริการสำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนหน้าใหม่ผ่านแอปพลิเคชันที่ทันสมัย พร้อมนำเสนอการลงทุนที่หลากหลายและยั่งยืนด้วย

ปั้นธุรกิจบริหาร Wealth เรือธงใหม่ วางแผนการลงทุน “เฉพาะราย”

ณัชชา สุนทรธาราวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ร่วม) และผู้บริหารสูงสุดด้าน Private Wealth กล่าวเสริมว่า ต้องการให้ธุรกิจ Pi Private Wealth เติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 40-50% ต่อปี จากสิ้นปีก่อนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจ Wealth Management ที่หลายองค์กรเริ่มรุกตลาดนี้มากขึ้น บล.พาย มุ่งมั่นสร้างความแตกต่างจากองค์กรใหญ่ จากมีที่ปรึกษาและทีมกลยุทธ์ที่สามารถเป็นผู้วางแผนการลงทุนให้กับลูกค้าได้แบบ “เฉพาะราย” ตอบโจทย์การลงทุนทั้งลูกค้าบุคคลและสถาบัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันแบบมีนัยสำคัญ ทั้งระยะเวลา และความสามารถในการรับความเสี่ยง

ทั้งนี้ พบว่าลูกค้ารายใหญ่ให้ความสนใจลงทุน ในผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกการลงทุนมากขึ้น เช่น Structured Product เนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทน แม้ในภาวะตลาดหุ้นขาลง นอกจากนี้ ยังมีการทยอยสะสมกองทุนหรือตราสารทุน ที่มูลค่าเริ่มต่ำ โดยเน้นลงทุนระยะกลาง-ยาว เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนอย่างสมดุล

แย้มออก DR ใหม่ปีนี้ 5 ตัว เน้นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

ณัฐพล จันทร์สิวานนท์ เปิดเผยว่า บล.พาย มีแผนขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มเติม โดยไม่พึ่งพาตลาดหุ้นใดตลาดหุ้นหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนไทยท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 บริษัทได้เพิ่มทางเลือกในการลงทุน บล.พาย ด้วยการเปิดตัว DR03 ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt – DR) ที่ครอบคลุม 4 ตลาดหลัก ได้แก่

  • ตลาดโลก (WORLD03)
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (JAP03)
  • น้ำมัน (OIL03)
  • ทองคำ (GOLD03)

ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงโอกาสการลงทุนในระดับสากลได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากต้องการทางเลือกการลงทุนที่สามารถฉีกหนีจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

โดยในปี 2568 จะมีการหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะออก DR อีก 5 หลักทรัพย์ เน้นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่มีความผันผวนของราคาสูงเพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้นได้

ตลาดหุ้นไทยร่วงหนัก คือ “ช่วงเวลาแห่งการสะสม”

กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยที่ร่วงหลุดระดับ 1,200 จุด เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และการปรับขึ้นภาษีจากสงครามการค้า

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาแล้วกว่า 2 ปี ทำให้มูลค่าตลาด (P/BV) ลดลงเหลือ 1.2 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตซับไพรม์และโควิด ขณะที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4% และ Earning Gap ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นไทยอยู่ในระดับมูลค่าที่ “ถูก” และมีดาวน์ไซด์จำกัด

ดังนั้น นักลงทุนที่มองหาจังหวะสะสม สามารถทยอยลงทุนในหุ้นไทยได้ โดยเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาวและอยู่ในกระแสหลัก โดยแนะนำให้แบ่งพอร์ตการลงทุนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 30% ในหุ้นที่มีภูมิคุ้มกันต่อวัฏจักรเศรษฐกิจขาลง เช่น กลุ่มเฮลธ์แคร์และท่องเที่ยว, 30% ในหุ้นเติบโต เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ให้ปันผลสูง และอีก 30% ในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีโอกาสฟื้นตัวได้ดี

แม้ว่าปีนี้ตลาดหุ้นไทยอาจยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 3% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของรัฐบาล แต่คาดว่าตลาดจะเริ่มสร้างฐานและสามารถฟื้นตัวได้ในปี 2569 หลังผ่านจุดต่ำสุด

การปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไทยกว่า 30% นับจากระดับ 1,700 จุด ทำให้เป็นจังหวะที่สามารถทยอยสะสมหุ้น เพื่อเตรียมรับโอกาสฟื้นตัวในปีหน้า โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคตและอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจ

เปิดตัว 3 โปรแกรมใหม่ ช่วยนักลงทุนสร้างพอร์ต

กวี กล่าวอีกว่า ในปี 2568 เตรียมเปิดตัวบริการใหม่สำหรับลูกค้าของ บล.พาย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่ต้องการการดูแลพิเศษ และพร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความผันผวนของสถานการณ์ตลาด ดังนี้

1.Value Averaging Portfolio - จากความสำเร็จในการให้บริการ DCA จาก บล.พาย ที่ให้ผลตอบแทนโดยรวมชนะดัชนีตลาดหุ้น ทำให้มีแนวคิดที่จะพัฒนาเพิ่มเติม โดยบริการนี้จะเน้นการกระจายลงทุนในหุ้นคุณค่า ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนอยากออมเงินต่อเนื่องเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต

2.Value Investment Portfolio - บริการจัดพอร์ตให้นักลงทุนและปรับกลยุทธ์ตามสถาการณ์ เน้นลงทุนในหุ้นคุณค่าที่มูลค่าน่าสนใจ ซึ่งเหมาะสมอย่างมากในสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันที่ถือเป็นจุดที่น่าลงทุน โดยจะเน้นให้บริการลูกค้าแบบ Private Wealth วงเงินเฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อพอร์ตโฟลิโอ

3.Asset Allocation Portfolio - บริการจัดพอร์ตการลงทุนและรีบาลานซ์แบบอัตโนมัติ โดยจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อบริหารความเสี่ยง ภายใต้การกำหนดกลยุทธ์ลงทุนของทีม “กวี ชูกิจเกษม” ตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลามากนัก

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...