ไข้หวัดนก H5N1: ระเบิดเวลาด้านสาธารณสุข ลุ่มแม่น้ำโขง
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 02.04 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 02.04 น. • The Bangkok Insightศูนย์จีโนมฯ สรุปสถานการณ์การระบาดไวรัสไข้หวัดนก กัมพูชา-สหรัฐ-จีน ชี้ไข้หวัดนก H5N1 คลาส 2.3.2.1c ระเบิดเวลาด้านสาธารณสุขในลุ่มแม่น้ำโขง
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า ไข้หวัดนก H5N1 คลาส 2.3.2.1c: ระเบิดเวลาด้านสาธารณสุขในลุ่มแม่น้ำโขง สรุปสถานการณ์การระบาดไวรัสไข้หวัดนก กัมพูชา-สหรัฐ-จีน
กัมพูชารายงานการเสียชีวิตของเด็กวัยหัดเดินจากเชื้อไวรัส H5N1 โดยเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเด็กหญิงอายุ 11 เดือนจากจังหวัดสวายเรียง ซึ่งมีผลตรวจเชื้อ H5N1 เป็นบวกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 และเสียชีวิตในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567
นี่เป็นเคสที่สองของประเทศในปี 2567 หลังจากที่มีรายงานผู้ป่วยเด็กอายุ 2 ปีในเดือนมกราคม
กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา (MOH) ได้รายงานผู้เสียชีวิตจากเชื้อ H5N1 รายล่าสุดเป็นเด็กชายอายุ 2 ปี 7 เดือน จากจังหวัดเปรยแวงทางตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 หลังมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับไก่ป่วยในบ้านเรือน นับเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ของประเทศในปี 2568 และเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 9 จากทั้งหมด 19 รายนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา
ลักษณะการระบาดและประวัติผู้ป่วย
ผู้ป่วยเด็กในรายล่าสุด มีอาการเริ่มต้นเป็นไข้สูง ไอ และอ่อนเพลีย ถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยครอบครัว แต่อาการทรุดหนักจนเสียชีวิตในวันเดียวกัน ผลการตรวจยืนยันจากสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติชี้ว่า ติดเชื้อ H5N1 สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในบ้านซึ่งมีไก่เลี้ยงจำนวน 15 ตัว บางส่วนแสดงอาการป่วย และเด็กมักนอนเล่นใกล้คอกไก่
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม 2568 ชายวัย 28 ปีจากจังหวัดกำปงจามได้เสียชีวิตหลังสัมผัสและอาจบริโภคไก่ป่วยเป็นอาหาร โดยแสดงอาการไข้ ไอแห้ง และหายใจลำบาก ก่อนเข้ารับการรักษาไม่ทันการณ์ กรณีนี้สะท้อนพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชนที่ยังคงใช้สัตว์ปีกป่วยเป็นแหล่งโปรตีน แม้จะมีคำเตือนจากหน่วยงานสาธารณสุข
วิวัฒนาการของไวรัสและความกังวลด้านสาธารณสุข
การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของไวรัสในภูมิภาค โดยเชื้อดั้งเดิมคลาส 2.3.2.1c ที่แพร่ระบาดในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2557 ได้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ (reassortment) กับคลาส 2.3.4.4b ที่กำลังระบาดอย่างกว้างขวางในสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วโลก
การค้นพบนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรก ในรายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เมื่อเดือนเมษายน 2567 ซึ่งเตือนถึงความเสี่ยงในการเกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงและ adaptability สูงขึ้น
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2564 เมื่อเด็กหญิงวัย 15 ปีจากจังหวัดกัมปงธมม์ เสียชีวิตจากเชื้อรีแอสซอร์ตเทนท์ดังกล่าว หลังมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกป่วย
การวิจัยล่าสุดโดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ชี้ว่าไวรัสชนิดใหม่นี้มียีนภายใน (internal genes) จากคลาส 2.3.4.4b ร่วมกับโปรตีนฮีแม็กกลูตินิน (HA) จากคลาส 2.3.2.1c ส่งผลให้มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเดิมของประชากร
แนวโน้มการติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาระบุว่า ในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมา (2566-2568) พบผู้ติดเชื้อ H5N1 19 ราย แบ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 14 ราย (เสียชีวิต 7 ราย) และผู้ใหญ่ 5 ราย (เสียชีวิต 2 ราย) แนวโน้มนี้สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารไวรัสวิทยาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งพบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนมีระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ H5 ต่ำกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากขาดการสัมผัสเชื้อในอดีต
มาตรการรับมือและข้อจำกัด
กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา ได้รณรงค์ป้องกันโรคผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงเครือข่ายตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและสื่อสังคมออนไลน์ เน้นย้ำมาตรการหลัก 4 ประการ ได้แก่
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกป่วยหรือตายโดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน
2. ปรุงอาหารจากสัตว์ปีกที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส
3. แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารระหว่างเนื้อดิบและสุก
4. รีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการทางเดินหายใจร่วมกับประวัติสัมผัสสัตว์ปีก
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังเผชิญอุปสรรคสำคัญจากวัฒนธรรมการเลี้ยงไก่แบบปล่อยอิสระในครัวเรือนซึ่งพบได้บ่อยในชุมชนชนบท รวมถึงความเชื่อทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการบริโภคสัตว์ปีกป่วยว่าไม่เป็นอันตรายหากปรุงสุกแล้ว นอกจากนี้ ระบบรายงานผู้ป่วยยังอาจคลาดเคลื่อนเนื่องจากผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรงมักไม่มาพบแพทย์
บริบทการระบาดระดับโลก
สถานการณ์ในกัมพูชาเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการระบาดของ H5N1 คลาส 2.3.4.4b ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐ ที่พบการติดเชื้อในวัวนม และคนงานฟาร์มมากกว่า 26 รายนับตั้งแต่มีนาคม 2567 ขณะที่ออสเตรเลียรายงานผู้ติดเชื้อ H5N1 คลาส 2.3.2.1a ที่นำเข้าจากอินเดียเมื่อเดือนมกราคม 2568 ส่วนจีนยังคงพบผู้ป่วย H5N6 ต่อเนื่องเกิน 90 รายตั้งแต่ปี 2564
ความท้าทายและข้อเสนอแนะ
ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่าการแพร่ระบาดร่วมกันของไวรัสหลายคลาสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเป็น จุดเดือด ของการเกิดสายพันธุ์ใหม่ ข้อเสนอหลักคือ การเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจไวรัสในตลาดสัตว์ปีกมีชีวิต และพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยเร็วที่สามารถแยกแยะคลาสไวรัสได้
แม้กัมพูชาจะได้รับการยกย่องจากนานาชาติ ในด้านความโปร่งใสของการรายงานผู้ป่วย แต่การขาดแคลนทรัพยากรในการเฝ้าระวังเชิงรุกยังคงเป็นปัญหาสำคัญ การระบาดครั้งนี้ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาวัคซีนครอบคลุมหลายคลาส (universal vaccine) และสร้างระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าในชุมชนเสี่ยง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ด่วน!! อังกฤษ พบผู้ป่วยไข้หวัดนกรายแรก ในรอบ 3 ปี ยันไทยยังเสี่ยงต่ำ
- สหรัฐ พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 อาการรุนแรงสูง เสียชีวิตรายแรก
- ระวัง!! ไข้หวัดนก H5N1 ในสัตว์ปีกอพยพ ทำอาการรุนแรงได้ อย่าสัมผัสสัตว์ปีกป่วยตาย
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx