ปิงปอง รับชอบปลอมตัวไปส่องผู้ พั้มกิ้น กินพะโล้แจ้งเกิด จับเงินล้านแรกในชีวิต
ปิงปอง ควงเพื่อนซี้อินฟลู เปิดวีรกรรมชอบปลอมตัวไปส่องผู้ พั้มกิ้น เคยเครียดหนักกินยา หวังจบชีวิตตัวเองไม่มีงานไม่มีเงิน คลิปกินพะโล้แจ้งเกิด จับเงินล้านแรก
ปิงปอง ธงชัย ควงเพื่อนสาวอินฟลูเอนเซอร์สายกิน พั้มกิ้น มาเปิดวีรกรรม ปิงปองชอบปลอมตัวไปแอบแซ่บหนุ่มๆ เปิดเผยชีวิตพั้มกิ้นกว่าจะมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเคยไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถึงขั้นเคยกินย่าฆ่าตัวตาย แถมยังโดนชาวเน็ตส่งข้อความขู่ฆ่ามาแล้ว ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มีเป็กกี้ ศรีธัญญา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร
พั้มกิ้นเป็นอินฟลูสายกิน รีวิวของใครก็ขายดี พี่เอ ศุภชัย เติบโตได้ต้องขอบคุณพั้มกิ้น? พั้มกิ้น : “ต้องขอบคุณหนูเลย”
มีอะไรอยากบอกพี่เอมั้ย? พั้มกิ้น : “ทุกวันนี้ผูกพันกันทางสายเลือดแล้ว เวลาแม่เอออกเมนูอะไรใหม่ก็จะยกหูหาหนู ลูกพั้มพร้อมหรือยังลูก หนูก็เลยบอกว่าพร้อมแล้วค่ะแม่ ส่งมาได้เลย”
คลิปไข่พะโล้แจ้งเกิดเลยมั้ย? พั้มกิ้น : “แจ้งเกิดเลยค่ะ เราสั่งกินเองเราอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองก็เลยสั่งมากินเองเลย”
แล้วอร่อยจริงมั้ย? พั้มกิ้น : “อร่อยจริง หนูกล้าสาบานตรงนี้ว่าของพี่เออร่อยจริง”
นอกจากคลิปกินของพี่เอแล้วอะไรบ้างที่สร้างชื่อเสียงให้พั้มกิ้น? พั้มกิ้น : “คลิปกินเรื่อยๆ เลย กินหนักมาก กินกบผัดเผ็ด กินอาหารแปลก ซื้อของในติ๊กต็อกมาแล้วก็แกะกล่องรีวิว ช่วยคนใน ติ๊กต็อกด้วย ตอนแรกก่อนที่เราเริ่มทำ เราอายมาก เราเขิน ไม่รู้ว่าทำทำไมทำแล้วได้อะไร พอประสบความสำเร็จก็เป็นนิสัยไปแล้วว่าเวลาไปกินอะไรต้องตั้งกล้องกิน”
ทั้งคู่มาสนิทกันได้ยังไง? ปิงปอง : “เพราะเงินค่ะ”
พั้มกิ้น : “เพราะเงินตัวเดียวเลยค่ะ(หัวเราะ) คือหนูรู้จักพี่ปิงปองมาประมาณ 8-9 ปี เมื่อก่อนพี่ปิงปองจะขายเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดรถไฟ”
ปิงปอง : “แต่ทรงไม่ใช่อย่างนี้ ทรงคือฟีลเป็กกี้นะจ๊ะ ทรงตัวเล็ก เซ็กซี่ แล้วหนูโบ๊ะมาตรงนี้ส่วนสูงกับน้ำหนักคือเท่ากัน ตอนนั้นคือสลิมบาง คือคนเดียวกันจริงเปล่าพอมาเจออีกทีตอนที่โด่งดัง”
อยากรู้ว่าทำไมจากตัวเล็กๆ ขยายๆ ไปใหญ่ เพราะว่าอะไร? พั้มกิ้น : “หนูเคยทานยาแก้แพ้เกินขนาด อยากจะให้มันหลับๆ ไปเพราะว่ามันเครียดช่วงโควิดกะจะตุย แต่พอกินไปเสร็จปุ๊บตัวชาก็รู้สึกว่าโอเควันนี้ไปละ ไปดีกว่า ก็หลับ 8 โมงตื่น”
ปิงปอง : “เยอะขนาดไหน”
พั้มกิ้น : “หมดกระปุก 100 เม็ด จะไปแล้วเพราะว่าชีวิตตอนนั้นลำบากมาก”
เกิดอะไรขึ้น? พั้มกิ้น : “คือมันหันไปทางไหนก็ไม่เจอใครแล้ว เราทำงาน งานก็ไม่มีให้ทำ เงินก็จะหมด ค่าเช่าบ้านก็จะไม่มีเลยตัดสินใจว่าไม่อยู่แล้วดีกว่าไปละ ก็เลยกินยาแก้แพ้หมดกระปุกเลย”
ก่อนที่จะตัดสินใจกินยาแก้แพ้เคยโทรหาที่บ้านด้วย? พั้มกิ้น : “เคย เคยบอกว่าแม่ช่วยหน่อยไม่มีตังค์ค่าเช่าบ้าน เขาจะไล่ออกจากที่พักแล้ว ที่บ้านก็ตัดสายทิ้ง หนูก็เลยโทรไปอีกรอบหนึ่ง แม่โอนมาให้หน่อยไม่งั้นหนูจะกระโดดตึกตาย”
แล้วที่บ้านว่าไง? พั้มกิ้น : “ไม่โอน วางสายไปเลย เราก็เลยรู้สึกว่าชีวิตมันต้องสู้ด้วยตัวเองแล้วก็กินยาฆ่าตัวตายเลย”
แต่ว่ามันไม่ตุย? พั้มกิ้น : “มันไม่ตุย เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมาพร้อมกับความหิว ก็บอกกับตัวเองว่าเขายังไม่ให้เราไป เราก็ต้องอยู่สู้ต่อ”
ตอนที่กำลังลำบากทำอาชีพอะไรอยู่? พั้มกิ้น : “ตอนนั้นเป็นช่างทำผม แล้วมันไม่มีงานเลยเพราะช่วงโควิด พี่ๆ ศิลปินก็ไม่มีงานพวกหนูที่ตัวเล็กๆ ก็ยิ่งไม่มีหนักเข้าไปใหญ่”
ทำยังไงกับชีวิตหลังจากนั้น? พั้มกิ้น : “หลังจากนั้นมาเจอเอแคลร์ จือปากเรียกหนูกลับมาทำผมอีกครั้งหนึ่ง เวลาอยู่กับเอแคลร์เขาก็จะพยายามให้หนูเข้ากล้องไปเรื่อยๆ ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น สะสมไปเรื่อยๆ ชีก็ยุให้หนูทำช่อง ตอนแรกหนูไม่ทำเพราะว่าเพื่อนหนูทั้งหมดดังหมดเลย พี่ๆ หิ้วหวี พี่นัท เอแคลร์ พี่มิกซ์ พี่ตูน พี่เอิ๊ก เราอยู่ตรงนี้ก็มีความสุขแล้ว มีเงินเดือนจากเอแคลร์แฮปปี้ไม่ได้เดือดร้อนอะไร”
ก่อนหน้าทำผมให้เอแคลร์เคยทำผมให้ใครมาบ้างในวงการบันเทิง? พั้มกิ้น : “มีน้ำตาล ชลิตา พี่เบลล่า เต ตะวัน แล้วก็วนเวียนอยู่ในช่อง”
พี่เอแคลร์เป็นจุดเปลี่ยนบอกให้ทำช่อง ตอนนั้นเริ่มคอนเทนต์อะไรก่อน? พั้มกิ้น : “ต้องบอกว่าขอบคุณ TikTok Thailand คือเริ่มจากการเต้นก่อน คือทั่วไปเขาก็เต้นคนก็ไม่ค่อยดู ไลฟ์สไตล์บ้างก็ Vlog Day เพราะว่าฟลุ๊คกะล่อน เขามี Vlog Week เราก็ถ่ายเพื่อน เพื่อนเราตลกคนก็ไม่ค่อยดู”
ปิงปอง : “สุดท้ายหันกล้องกลับมาตลกสุด”
พั้มกิ้น : “ใช่ เราก็เลยตั้งกล้องแล้วก็กิน”
พอกินปุ๊บมันกลายเป็นเรื่องชั่วข้ามคืน? พั้มกิ้น : “ใช่ค่ะ คืนเดียวล้านวิวกินข้าวขาหมู หลังจากนั้นเอแคลร์เป็นคนบอกให้ทำรายการชื่อ พั้มกิน ในระยะเวลา 1 ปีค่ะ”
ตอนนี้มียอดผู้ติดตามเท่าไหร่แล้ว? พั้มกิ้น : “352,000 ค่ะ กดถูกใจ 17 ล้าน”
พอคลิปเริ่มดังมีคนมาคอมเมนต์ด่า เราด่ากลับมั้ย? พั้มกิ้น : “หนูก็ด่ากลับเพราะว่าแรกๆ หนูรู้สึกว่าจะทนทำไม”
เขาด่าอะไร? พั้มกิ้น : “กินขนาดนี้ระวังอ้วนตายนะ”
เราไปเมนต์กลับว่า? พั้มกิ้น : “เสือก(หัวเราะ) ณ ตอนนั้นเรายังไม่ได้เจอใครที่ช่วยกรองความคิด จนกระทั่งมันผ่านไปคืนหนึ่งก็มีสายๆ หนึ่งโทรเข้ามา คุณสมบัษร ถิระสาโรจน์ ป้าตือโทรมาเตือนสติว่า หนูเราทำอย่างนี้ไม่ได้นะลูก เราเลือกที่จะอยู่ตรงนี้แล้วเราต้องแลก ป้าตือให้คำสอนหนูจนตั้งสติได้ว่าคนที่เขามาเมนต์เราก็คือคนที่เขาสนับสนุนเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็คือคนที่สนับสนุนเรา แต่ว่าหนักสุดเคยโดนขู่ฆ่าจากกินไข่พะโล้ กินขาหมูนี่แหละค่ะ”
ที่ไปเมนต์ๆ ตอบๆเขาเนี่ยเหรอ? พั้มกิ้น : “ใช่ แล้วหนูก็ไปตอบกลับ ชีก็ไดเร็กต์มาด่าหนูแรงมาก หนูก็บอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งตำรวจ นางก็บอกว่าไม่กลัวเพราะกูเพิ่งออกมาจากคุก กูจะฆ่ามึงอีอ้วนก็เลยเป็นแพนิกไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้ก็ชิลละ”
ปิงปองเคยถ่ายอะไรกับลูกพี่บอย ถกลเกียรติ แล้วก็คุยกับลูกพี่บอยแบบสนิทโดยที่ไม่รู้ว่านี่คือลูกพี่บอย? ปิงปอง : “เราไม่ทราบว่าใครเป็นใคร คือหนูถ่ายละครช่องวันนี่แหละ ในกองบอกว่าน้องคนนี้คือเด็กใหม่ที่กำลังจะปลุกปั้น น้องเขามีความสามารถนะ ก็คุยกับเขาว่าหนูน่ารักเนอะ มีแฟนมั้ย ชอบคุยกับคนเนอะ หนูลองเปิดใจคบคนมีอายุดูนะ เพราะว่าหนูดูชอบคนโตกว่า ก็อยากจะให้มันจอยๆ สักพักหนึ่งพี่บอยมากอง มาเยี่ยมมาชมกองแล้วก็พี่ปริมมา ทำไมมากันทั้งสองคนเลยปกติอาจจะเป็นพี่บอยมั้ย สักพักทุกคนบอกว่าเขามาดูลูก แล้วน้องเขาบอกว่าพ่อหนูค่ะพี่ ประมวลในหัวว่าพูดอะไรไปบ้าง เราก็พูดไปเรื่อยเราอยากให้มันจอยๆ”
1 ใน 2 คนนี้ชอบปลอมตัวแล้วแอบไปแซ่บผู้ชาย? ปิงปอง : “ไม่ใช่แค่ในต่างประเทศในประเทศก็ต้องปลอมตัว หนูรู้สึกว่าคนมองภาพลักษณ์เราภายนอกหรือสิ่งที่คนอยากเห็นคือเราเป็นตัวแม่แล้วคนเขาไม่กินแม่กัน เขาไม่ได้อยากได้เราเป็นเมีย เขาอยากได้เราเป็นแม่ เขาก็ไม่เอาเรา หนูก็เลยต้องทำตัวให้มันกลมกลืนมากที่สุดจะไปยืนหัวแดงแบบนี้ก็ไม่ได้”
เราต้องปลอมตัวเป็นแบบไหน? ปิงปอง : “หนูจะใช้ชื่อว่าราฟาเยฟ จะมีวิกผมดำบ้าง ไอ้โม่งบ้าง”
สไตล์ของราฟาเยฟที่ต่างชาติรู้จักเป็นยังไง? ปิงปอง : “หนูจะนิ่งเลย นั่งเท่ๆ ยืนอยู่ในมุมง่ายๆสบายๆ กำลังแสดงอยู่ว่าเป็นราฟาเยฟ”
โดนผู้ชายจับได้มั้ยว่าเธอไม่ใช่ราฟาเยฟ เธอคือปิงปอง? พั้มกิ้น : “ผู้ชายไม่ได้จับได้ เอแคลร์จือปากจับได้”
ปิงปอง : “คือหนูไปทำงานมาแล้ว แล้วก็ปลอมตัวเป็นราฟาเยฟก็ไปเดินในห้าง แล้วก็เห็นว่าเอแคลร์มีอีเวนต์ก็เดินสะกดรอยตาม”
พั้มกิ้น : “เอแคลร์เล่าให้ฟังว่าเจอโรคจิตน่ากลัวมาก จนผู้จัดการพี่แม็กบอกว่าปิงปอง”
มูมั้ย? ปิงปอง : “ชอบมู ชอบเชื่อเรื่องเพ้อเจ้อ เช่น เวลาที่เราขับรถแล้วกะพริบตาข้างขวาให้เท่ากับตอมอที่ผ่านไป 60 อัน เราจะขอพรได้”
เคยกะพริบตรงแล้วขอแล้วได้มั้ย? ปิงปอง : “ได้ ขอให้ฟีลงานที่มันไม่ลงตัว ขอให้มันเคลื่อนไปให้พอดีนะท่านก็จัดสรร แต่ต้องมีเราเป็นกรรมการด้วยนะ เราเป็นทั้งมูและเป็นทั้งกรรมการ”
พั้มกิ้น : “ของหนูจะมีทุกสิ้นปี จะไปเชียงใหม่ไปไหว้ปู่แซะย่าแซะ เป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนเหนือเขาบูชาอยู่ตีนเขาเทพทันใจ คราวที่แล้วก็ไปขอมาหนูไม่เคยมีเงินล้านเลยในชีวิตก็ไปขอกลับมาก็มีเลย ตอนนี้ได้แล้ว”
ปิงปองก็ชอบดูหมอมาก มันจะมีอยู่ยุคหนึ่ง 1500-1500-1900 เธอโทร? ปิงปอง : “มี เมื่อก่อนนะโทรศัพท์ไม่มีแต่โทร เราต้องเก็บตังค์มันแพงมาก โทรไปแล้วกด 1 กด 2 จะดูเรื่องอะไร หมอดูพูดคำแรกเลย หนูชื่อนี้นามสกุลนี้ใช่มั้ย จะตายตอนอายุ 48 อีหมอบ้าเขาไม่ให้พูดว่าใครตายไม่ใช่หรอ ฉันก็ดูดวงเป็น ด่าไปเลย 5 นาที ด่าจนวงเงินที่เราหยอดไปหมด เราก็เลยไม่ชอบของคนที่เป็นลักษณะหมอดู เราก็เลยดูเองเลย เปิดไพ่ป๊อกแล้วก็ดูให้เพื่อน”
แม่นมั้ย? ปิงปอง : “จากที่ดูมาเพื่อนมันเซ้นซิทีฟหรือไม่รู้ว่าเราอยู่ในฐานะหมอดู เอาไพ่ป๊อกมาดูว่า 7 คืออะไร 8 คืออะไร พอพูดไปตามไพ่แต่ก็มีการใส่คำเชื่อมเพราะก็อ่านไปตามไพ่ บางคนมันร้องไห้ จนเรารู้สึกว่าไม่เอาแล้ว กลัวว่าสิ่งที่เราพูดไปมันไปจี้หัวใจเขา”
เพิ่งไปแก้บนมา ที่ไหน? พั้มกิ้น : “เพิ่งไปแก้บนมาที่ปู่แซะย่าแซะเทพทันใจ บนพวงมาลัยไว้ 20,000 พวง แล้วก็ได้ตามที่ตัวเองฝัน ได้เกินมากว่านั้นอีกค่ะ แฮปปี้มาก”.
https://www.youtube.com/watch?v=7wRkYdcUA0E
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปิงปอง รับชอบปลอมตัวไปส่องผู้ พั้มกิ้น กินพะโล้แจ้งเกิด จับเงินล้านแรกในชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th