สรรพสามิต จ่อชงบอร์ด EV เพิ่มอำนาจระงับเงินอุดหนุนค่ายรถทำผิดเงื่อนไข
สรรพสามิต จ่อชงบอร์ด EV ปรับเงื่อนไขการให้สิทธิสนับสนุนผู้ผลิต EV โดยเพิ่มอำนาจให้สรรพสามิตระงับการจ่ายเงินอุดหนุนได้เมื่อค่ายรถไม่ทำตามเงื่อนไข กำหนดค่ายรถต้องรายงานแผนการผลิตทุก 2 เดือน
17 มิ.ย. 2568ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างเตรียมชงคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ในการปรับเงื่อนไขของการให้สิทธิสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า โดยเป็นการเพิ่มอำนาจให้กรมสรรพสามิตมีสิทธิระงับการจ่ายเงินอุดหนุนให้ค่ายรถได้เมื่อค่ายรถไม่ทำตามเงื่อนไข
“ถ้าตามเงื่อนไขเดิมกรมสรรพสามิตไม่สามารถระงับสิทธิในการจ่ายเงินอุดหนุนได้หากค่ายรถทำผิดเงื่อนไข ดังนั้นเราจึงจะชงบอร์ด EV ในการปรับเงื่อนไขตรงนี้ เพื่อทำให้สามารถระงับการจ่ายเงินอุดหนุนได้ทันทีเมื่อมีสัญญาณว่าค่ายรถมีปัญหา”
โดยรายละเอียดและวิธีการของการปรับเงื่อนไข คือ จะระบุให้ค่ายรถที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าต้องทำแผนการผลิตส่งมาให้ก่อนที่จะเริ่มทำสัญญา เช่น ค่ายรถต้องกำหนดแผนให้ชัดเจนว่าหลังจากนี้จะผลิตชดเชยเดือนละกี่คัน หากทำไม่ได้ตามแผนติดต่อกัน 2 เดือน สรรพสามิตจะมีอำนาจในการจ่ายเงินอุดหนุน
“เราอาจจะมีกันชนให้นิดหน่อย เช่น หากค่ายรถระบุว่าผลิตได้เดือนละ 300 คัน แต่ผลิตได้ 280 คัน เนื่องจากติดปัญหา ก็อาจจะอนุโลมให้ โดยหลังจากหารือกับบอร์ด EV เรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่กระบวนการเสนอต่อ ครม. ต่อไป”
ส่วนกรณีที่กรมสรรพสามิตจ่ายเงินอุดหนุนแล้วค่ายรถทำผิดเงื่อนไขจะสามารถเรียกเงินคืนได้หรือไม่ ดร. เผ่าภูมิ กล่าวว่า การจ่ายเงินอุดหนุนแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกคือการลดภาษีจาก 8% เหลือ 2% ส่วนที่สองการอุดหนุนเงินช่วยเหลือคันละ 150,000 บาท ซึ่งส่วนนี้เป็นการส่งผ่านไปยังประชาชนด้วย ขณะที่ส่วนที่ 3 คือ การผลิตรถชดเชย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องได้รับจากค่ายรถ ทั้งนี้สิ่งที่ค่ายรถต้องจ่ายคืนให้รัฐหากค่ายรถไม่สามารถทำตามเงื่อนไข ได้แก่ เงินอุดหนุนคันละ 150,000 แสนบาท และ เงินภาษีที่ได้รับการลดให้ทั้งภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้า
“สิ่งที่ค่ายรถที่ไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขต้องจ่ายคืนให้รัฐ คือเงินทั้งหมดที่รัฐจ่ายให้ไป รัฐจ่ายให้เท่าไหนก็ต้องจ่ายคืนเท่านั้น”
ดร. เผ่าภูมิ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีบริษัทเนต้า ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ กรมสรรพสามิตได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิต คือ เรื่องการจ่ายเงินอุดหนุนคันละ 150,000 บาท ซึ่งกรมสรรพสามิตได้มีการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้กับ NETA ไปแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ NETA ยังค้างการผลิตรถ EV ชดเชยตามมาตรการอีกประมาณ 19,000 คัน จากก่อนหน้านี้ได้ผลิตชดเชยไปแล้ว 4,000 คัน ทั้งนี้กรมสรรพสามิตได้ชะลอการจ่ายเงินชดเชยประมาณ 400 ล้านบาท