โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แรงงานไทยรายได้น้อย เจอต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น

Reporter Journey

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 21.13 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 14.13 น. • Reporter Journey

ผ่านมาแล้วเกือบจะครึ่งปีตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศก็ยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมของแรงงานไทย โพสต์นี้คงไม่พาไปวิเคราะห์ว่าเพราะเหตุใดคนไทยยังได้ค่าแรงไม่ถึงที่หาเสียงไว้ซักที แต่โพสต์นี้จะพาสำรวจกลุ่มแรงงานไทยที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ว่าเขามีสภาพการเป็นอย่างไร มีชีวิตเป็นอย่างไร ?

.

ผลสำรวจสภาพแรงงานนี้เกิดจากการสำรวจโดย ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจแรงงานไทยกว่า 1,250 ชีวิตทั่วประเทศไทย เมื่อช่วงวันที่ 19-25 เมษายน 2568 ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ผู้เขียนมองว่าจะสะท้อนภาพของแรงงานไทยได้ดี เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ดี มีลักษณะสำคัญใกล้เคียงและเหมือนกับกลุ่มประชากรที่เป็นคนไทยทั้งประเทศ ผนวกกับการเป็นสถาบันใหญ่ที่ดำเนินการสำรวจคุณภาพชีวิตและตัวเลขทางเศรษฐกิจมานับครั้งไม่ถ้วน

.

ปัจจุบัน จากกลุ่มตัวอย่างพบว่าแรงงานกว่า 30.2% อยู่นอกระบบประกันสังคม ทำงานในภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ (32.5%) และ 1 ใน 4 ของคนกลุ่มนี้ได้รับเงินค่าแรงเป็นรายวัน/รายสัปดาห์/รายชิ้นงาน นั่นแปลว่าคนกลุ่มนี้ขาหนึ่งยืนอยู่บนความเสี่ยง ถ้าหยุดงานรายได้ก็จะหาย หรือถ้าเจ็บป่วยก็จะไม่มีประกันสังคมรองรับ

.

ผลสำรวจยังฉายภาพให้เห็นว่าคนกลุ่มที่รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท เขามีชีวิตการทำงานอะไร และทำที่ไหน

.

-24.9% ทำงานเป็นพนักงานปฏิบัติการ

-24% ทำงานในร้านอาหาร ทำงานแรงงานในภารบริการ

-23.8% ทำงานในโรงงาน

-12.6% ทำงานก่อสร้าง

.

แค่พี่ ๆ 4 กลุ่มนี้ก็รวม ๆ แล้ว 85.3% ที่เหลือคือกลุ่มแรงงานที่ทำอาชีพแรงงานฝีมือ แรงงานปฏิบัติงาน และอื่น ๆ และแรงงานส่วนใหญ่ (41.1%) ทำงานในโรงงานและไซต์งาน เมื่อมองลึกลงไปกว่านี้ที่กระเป๋าสตางค์ของแรงงานไทยกลุ่มนี้จะพบข้อเท็จจริงที่ทำให้เรารู้ว่าคนกลุ่มนี้พยายามและอดทนแค่ไหนในการทำงานแต่ละวัน เพื่อที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋า

.

ครัวเรือนของแรงงานไทยกลุ่มนี้ กว่า 40.9% (ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่) ‘มีรายจ่ายเฉลี่ยมากกว่า’ และ ‘พอๆกับ’ เงินเดือนที่ตัวเองได้รับ โดยมีรายจ่ายเฉลี่ย 15,001-30,000 บาทต่อเดือน และกว่า 24.6% มีรายจ่ายเฉลี่ย 30,001-60,000 บาทต่อเดือน ต่อให้สามี-ภรรยา นำรายได้มารวมกันก็ไม่เกิน 30,000 บาท (ครัวเรือน) แต่กลับมีรายจ่ายพอดีกับที่หาได้ หนักไปกว่านั้นบางกลุ่มถึงขั้นมีรายจ่ายเกินตัวของครอบครัวตัวเองไปเท่าตัวเลยเสียด้วยซ้ำ

.

เรื่องนี้อาจทำให้การออมเงินของคนกลุ่มนี้เจอความท้าทายและเป็นไปด้วยความยากลำบาก

.

ความน่าสะพรึงที่ข้อมูลฉายให้เห็นคือ เมื่อปี 2567 การมีรายจ่ายเฉลี่ยที่พอ ๆ กับที่คนสองคน สามี-ภรรยา หามาได้ ยังไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของข้อมูลด้วยซ้ำ

.

ปี 2567 ครัวเรือนที่มีรายจ่าย 5,001-30,000 บาทต่อเดือน มีเพียง 20.8%

ปี 2568 ครัวเรือนที่มีรายจ่าย 5,001-30,000 บาทต่อเดือน ปรับตัวขึ้นเป็น 40.9%

.

เรื่องนี้อาจจะสะท้อนอะไรบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะพฤติกรรมคนไทยที่เปลี่ยนไป ก็เพราะข้าวของและต้นทุนในการดำรงชีวิตของคนไทยนี่แหละที่ปรับสูงขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนกระทบเงินในกระเป๋าของครัวเรือนแรงงานกลุ่มนี้

.

ซึ่งก็มีข้อมูลบางประการที่พิสูจน์จากสมมติฐานข้างต้นเช่นกัน

.

เพราะในปี 2568 จากข้อมูลที่สำรวจมาในหมวดของสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อเดือนในปัจจุบันพบว่า ค่าอาหารและเครื่องดื่ม มีสัดส่วนการใช้เงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยที่มีสัดส่วนการจ่ายต่อเดือนเยอะขึ้น

.

ปี 2568 ค่าอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น 28% ของค่าใช้จ่ายต่อเดือน (ปรับตัวขึ้นจากปีก่อน 8%)

ปี 2568 ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย คิดเป็น 19.2% ของค่าใช้จ่ายต่อเดือน (ปร้บตัวขึ้นจากปีก่อน 6.8%)

.

และต้องบอกว่าสัดส่วนรายจ่ายต่อเดือนของทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย เป็นสัดส่วนรายจ่ายที่สูงที่สุดในรอบ 7 ปีตั้งแต่มีการบันทึกสถิติตั้งแต่ปี 2562 ไม่เคยมีปีไหนในรอบ 7 ปีที่ค่าใช้จ่าย 2 หมวดนี้กินสัดส่วนเงินเดือนมากขนาดนี้มาก่อน

.

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ สภาพการงาน การเงินและสภาพชีวิตของกลุ่มแรงงานไทยที่มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ข้อมูลชุดนี้กำลังสะท้อนว่ามีคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยที่กำลังต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจากต้นทุนในการดำรงชีวิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ค่าแรงไม่ได้สูงขึ้นตาม

.

อ้างอิง https://cebf.utcc.ac.th/page_poll.php

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...