โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐคุมราคาพลังงานยอมแบกหนี้กองทุนน้ำมันฯกว่าครึ่งแสน

The Better

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • THE BETTER
กองทุนน้ำมันฯควักจ่ายหนี้เดือนละ 2 พันล้านมั่นใจปิดดีลครบปี’72 ยึดหลักบรรเทาภาระประชาชนคุมดีเซลชะลอขึ้นเบนซิน ขณะที่ตรึง LPG ยาว รอเลือกผอ.สำนักงานฯคนใหม่หลังไร้คนสอบผ่าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงนี้ยังมีความผันผวนต่อเนื่องจากปัจจัยลบจากต่างประเทศ โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังเป็นเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงานทั้งเบนซิน ดีเซล และก๊าซหุงต้ม(LPG) โดยล่าสุดได้ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯของกลุ่มเบนซิน 30 สต. และดีเซล 45 สต. ต่อลิตรเพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาขายปลีก

ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯมีรายรับจากกลุ่มน้ำมันเฉลี่ยวันละ 57 ล้านบาท ส่วน LPG วันละ 20 ล้านบาท โดยภาพรวมยังมีสถานะติดลบอยู่ 32,856 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นรัฐบาลยังต้องใช้กองทุนน้ำมันฯเข้าไปอุดหนุนราคาเพื่อไม่ให้ราคาขายหน้าปั๊มปรับสูงขึ้นมากจนส่งผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกันต้องบริหารจัดการโดยไปกู้ยืมเงินจากสถานบันการเงินรัฐ มีหนี้สูงสุดที่ 105,332 ล้านบาท โดยมีการทยอยจ่ายหนี้คืนจนล่าสุดมีภาระหนี้เหลือยู่ 5.4 หมื่นล้านบาท ตามแผนการกู้เงินจะต้องชำระคืนให้หมดภายในปี ‘72

“แต่ละเดือนต้องมีสภาพคล่องเตรียมไว้อย่างน้อย 3 พันล้านบาท เพื่อเตรียมไว้จ่ายหนี้และบริหารเงินกองทุนยืนยันสามารถชำระหนี้ได้ตามแผน ถ้าไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆจนส่งผลกระทบ ขณะที่LPG ยังคงตรึงราคาต่อไป เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชน เนื่องจากการปรับราคาขึ้นจะมีผลกระทบในวงกว้างมากกว่า”

แหล่งกล่าวถึง การสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันฯคนใหม่ จากการเปิดรับสมัครในรอบแรก เมื่อผ่านเข้าสู่กระบวนการสอบสัมภาษณ์จากคณอนุกรรมการสรรหาผู้อำนวยการฯ ปรากฏว่าไม่มีคนผ่านหลักเกณฑ์ โดยเตรียมเปิดรับสมัครรอบที่สอง ตั้งแต่วันที่ 8ก.ค.-8 ส.ค. 2568 ซึ่งต้องยอมรับว่าบทบาทหน้าที่ของผู้อำนวยการกองทุนน้ำมันฯในปัจจุบันมีมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ดูแลราพลังงานอย่างเดียว แต่ยังต้องบริหารจัดการหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องชำระคืน

ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่ต้องพิจารณาประกอบกันโดยเฉพาะสงครามความขัดแย้งของต่างประเทศจำเป็นต้องได้ผู้บริหารที่เชิงรุก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...