โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลท.เผยเริ่มเห็นสัญญาณ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 10.38 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 14 พ.ค. – ตลท. เผยจีน-สหรัฐ ชะลอภาษีนำเข้า ส่งผลบวกเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นทั่วโลก ส่งผล SET Index ขยับขึ้นเหนือระดับ 1,200 จุด หลังเดือน เม.ย. ปิดที่ระดับ 1,197.26 จุด เริ่มเห็นสัญญาณ Fund Flow ทยอยไหลเข้าต่อเนื่อง มอง Thai ESGX ช่วง พ.ค.-มิ.ย.ช่วยเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลงมาที่ 2.8% ในปี 2568 และ 3.0% ในปี 2569 โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก สวนทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับตัวขึ้นในกรอบ 4.0-4.5% ขณะที่ผู้ลงทุนเริ่มขายพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงดอกเบี้ยตามคาดที่อัตรา 4.25% ถึง 4.50% นับเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนการที่สหรัฐและจีน ตัดสินใจชะลอภาษีนำเข้าชั่วคราว ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย ทำให้เดือนพฤษภาคมดัชนีกลับมาอยู่ในระดับเหนือ 1,200 จุด เดือนที่แล้วต่ำกว่า 1200 เดือนนี้ยังยืนเหนือกว่า 1200 ในตอนนี้
สำหรับตลาดหุ้นไทย ในเดือนเมษายน 2568 สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า มีกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้าสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยแล้วประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามาจากความไม่เชื่อมั่นต่อดอลลาร์จากสงครามการค้า ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของไทยที่น่าจะลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จากในวันที่ 10 เมษายน ที่สหรัฐฯ ได้ประกาศเลื่อนการเก็บ reciprocal tariff ไปอีก 90 วัน อีกทั้งมาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกมาตั้งแต่วันที่ 8-11เมษายน ช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดทุนไทยได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ SET Index มีความผันผวนน้อยกว่าหลายตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ หลังวันที่ 16เมษายน SET Index ปรับเพิ่มขึ้น โดยจำนวนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ Valuation ของหุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

ส่วนมาตรการภาครัฐ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในกองทุน Thai ESGX ทั้งเงินลงทุนใหม่และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF ช่วง พ.ค.- มิ.ย. นี้ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณฟันโฟล์ดไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนเมษายน 2568 ณ วันที่ 30 เมษายน 2568 SET Index ปิดที่ 1,197.26จุด ปรับเพิ่มขึ้น 3.4% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30เมษายน 2568 ปรับลดลง 14.5% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ maiอยู่ที่ 39,410 ล้านบาท หรือลดลง 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 50.52% โดยมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ 14,588 ล้านบาท

มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. แอลทีเอ็มเอช (LTMH) และบมจ. บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป (BKA)

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเมษายน 2568 อยู่ที่ระดับ 13.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 11.5เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 15.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ11.4 เท่า โดยอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568อยู่ที่ระดับ 4.00% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.40%

ด้านภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนเมษายน 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 433,408 สัญญาลดลง 16.6% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures ทำให้ในปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 456,561 สัญญา ลดลง 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของSingle Stock Futures และ Gold Online Futures. -516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...