โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

WHA ทุ่มงบลงทุนเฉียด 1.2 แสนล้าน ดันรายได้ต่อจากนี้อีก 5 ปี เติบโตแตะ 1.5 แสนล้านบาท

TODAY Bizview

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 04.37 น. • workpointTODAY

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) (WHA Group) ประกาศทิศทางธุรกิจและเป้าหมายสำหรับปี2568 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน5 กลุ่มธุรกิจหลักครอบคลุมธุรกิจ ล่าสุดWHA Mobility คาดการณ์กำไรสูงต่อเนื่อง

ในปี2567 มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ14,400 ล้านบาท อัตรากำไรEBITDA มากกว่า55% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า1.2 เท่า ตั้งเป้าหมายรายได้รวม5 ปีที่150,000 ล้านบาท

โดยวางกลยุทธ์หลักในการขยายความเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน

ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครบวงจร ก้าวสู่การเป็นการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี(Tech-Driven Organization)

ตลอดจนการนำศักยภาพขององค์กรไปสร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงทุกมิติ(High Performance Organization) สอดคล้องกับพันธกิจ‘WHA: We Shape the Future’

แผนการดำเนินงานในปี2568 WHA Group คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า20,000 ล้านบาท และคงอัตรากำไรEBITDA Margin มากกว่า45%

สำหรับแผนการดำเนินงานใน5 ปี(2568-2572) WHA Group เตรียมความพร้อมเพื่อการขยายและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว ด้วยการอัดงบลงทุนกว่า119,000 ล้านบาท วางแผนสร้างรายได้ให้เติบโตประมาณ2.9 เท่าจากปี2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า1.2 เท่า

WHA จรีพร จารุกรสกุล

‘จรีพรจารุกรสกุล’ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปี2568 ถือเป็นปีแห่งการลงทุนขยายธุรกิจที่สำคัญของWHA Group

จากปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitical) ที่อาจจะยิ่งทวีความเข้มข้น หลังจากการกลับมาของประธานาธิปดีทรัมป์ที่อาจจะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

โดยเฉพาะประเทศไทยด้วยพื้นที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ การเป็นศูนย์รวมSupply Chain ที่ครบวงจรความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค ความมั่นคงทางด้านพลังงาน

รวมถึงพลังงานหมุนเวียน แรงงานที่มีคุณภาพ นโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐ ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์เซอร์วิส

ซึ่งWHA Group มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจรที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความพร้อมในการรองรับการลงทุน อีกทั้ง บริษัทฯ ยังต่อยอดสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และมีผู้ส่วนได้เสียทุกฝ่าย

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี2568 WHA Group ยังคงดำเนินงานตาม4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วยExtend Leadership เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค Embrace Innovation and Technology นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นNew S-Curve ให้กับองค์กร

Enhance the Prominence on Green and Sustainability มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(Net Zero) ภายในปี2593 และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม และBuild High Performance Organization ด้วยการพัฒนา ยกระดับองค์กรในทุกด้านให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง

WHA จรีพร จารุกรสกุล

1. ธุรกิจโลจิสติกส์: ในปี2567 มีการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยพื้นที่รวมทั้งสิ้น3,109,000 ตารางเมตร เป็นโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น167,000 ตารางเมตร

สำหรับปี2568 บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการขยายการเติบโตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม

◦ ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่EEC และเมืองรอง โดยในปี2568 มีแผนขยายโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ ได้แก่

WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ2, WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส3 และWHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า380,000 ตารางเมตร

สำหรับประเทศเวียดนาม เน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น อีคอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

โดยโครงการคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนามขนาด37,000 ตารางเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการต้นปีนี้ อีกทั้ง

ในเดือน ม.ค.2568 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง(MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า(Thanh Hoa) เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่300 ไร่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวเมืองหลักของจังหวัดและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

◦ สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด(WGCL) มุ่งเป้าสู่การยกระดับจาก3PL เป็น4PL (Fourth-Party Logistics Provider) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของWHA และGC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์

โดยการเปลี่ยนผ่านสู่4PL เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการจากการจัดการขนส่งและคลังสินค้า(3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า

◦ ในส่วนOffice Solutions บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายโครงการอาคารสำนักงานบนทำเลที่ดีเยี่ยมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด6 โครงการ บนพื้นที่รวมมากกว่า120,000 ตารางเมตร

โครงการล่าสุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วในปี2567 ได้แก่ โครงการQube ไลฟ์สไตล์ รีเทลสเปซ บนพื้นที่3,000 ตารางเมตร อยู่ติดสถานีBTS สุรศักดิ์

สำหรับปี2568 มีโครงการใหม่ที่พร้อมให้บริการ ได้แก่ โครงการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในย่านสาทร พื้นที่กว่า6,900 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส3/2568

เป้าหมายปี2568 คือการเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ3,309,000 ตารางเมตร มีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ200,000 ตารางเมตร และมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์WHART รวมทั้งสิ้นประมาณ70,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ1,500 ล้านบาท

2. ธุรกิจโมบิลิตี้(Mobility) โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์Mobilix ซึ่งได้เปิดตัวในปี2567 ประกอบด้วย3 บริการหลัก คือ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า(EV Rental Service) เป็นบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร

สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า(On Premise & Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน(Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะอันทันสมัยสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่

ความสำเร็จในปี2567 มีการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าอีก318 คัน โดยสร้างความแข็งแกร่งพร้อมผนึกกำลังกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า(EV)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า(EV Ecosystem) ของธุรกิจอย่างVoltality EVMe Grab และเริ่มความร่วมมือการให้บริการเชิงพาณิชย์กับSHARGE ผู้นำด้านการสร้างEV Charging Ecosystem และมีการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าด้วยกำลังการผลิต5,400 กิโลวัตต์

โมบิลิกส์ตั้งเป้าให้บริการเช่ารถEV จำนวนทั้งหมด20,000 คัน ในอีก5 ปีข้างหน้า จากกลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่ง ร่วมกับพันธมิตรทั้งระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้า

การจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเลิศในการให้บริการอย่างครบวงจรพร้อมความยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยในปี2568 คาดว่าจะมีรถEV ภายใต้การบริการเช่ารถมากกว่า1,700 คัน

3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:ในปี2567 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวม2,565 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย2,453 ไร่ และประเทศเวียดนาม112 ไร่ และมียอดโอนที่ดินรวม2,070 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย1,727 ไร่ และประเทศเวียดนาม343 ไร่

โดยลูกค้ารายสำคัญคือGoogle ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้างData Center แห่งแรกในประเทศไทย และHaier เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศครบวงจรแห่งใหม่ โดย ณ สิ้นปี2567 บริษัทฯ มีทั้งหมด15 นิคมอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ในประเทศไทย14 แห่ง และประเทศเวียดนาม1 แห่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม7 โครงการ บนพื้นที่8,810 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่ดินจากนักลงทุนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการในประเทศเวียดนามยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมี2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม2,297 ไร่ ที่ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตลงทุน(Investment Registration Certificate, IRC) เรียบร้อยแล้ว และ1 โครงการ ขนาด1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน

นอกจากนี้ ในเดือน ม.ค.2568 บริษัทฯ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง(MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า(Thanh Hoa) เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม2 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ4,000 ไร่

สำหรับปี2568 บริษัทฯ มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทย และขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม รวมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ

บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม2,350 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ(Smart Industrial Estates) อย่างต่อเนื่องและพร้อมเป็นพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

4. ธุรกิจสาธารณูปโภค:

◦ ธุรกิจน้ำในปี2567 บริษัทฯ มีปริมาณยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมที่166 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม8 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตจากปีที่ผ่านมาถึง25%

โดยโครงการที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการซื้อ–ขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูงกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน)(GC) ปริมาณ3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี

สำหรับปี2568 ในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายตัวตามการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โดยการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในการหาแหล่งน้ำดิบอย่างต่อเนื่อง ขยายการผลิตน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม(Value-Added Water) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรมWHA รวมไปถึงการเข้าร่วมโครงการสาธารณูปโภคน้ำประปาและน้ำเสียในพื้นที่ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะทำสัญญาซื้อ–ขายน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค ปริมาณสูงสุด4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี

นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าพัฒนาSmart Water Solutionsเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน และลดน้ำสูญเสีย

สำหรับเวียดนาม บริษัทฯวางแผนขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมและใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทฯในการพัฒนาประสิทธิภาพโครงการสาธารณูปโภคด้านน้ำที่ได้เข้าไปลงทุน

โดยในปีนี้ ได้ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ประมาณ173 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภายในประเทศประมาณ132 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเวียดนามประมาณ41 ล้านลูกบาศก์เมตร บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยตั้งเป้าที่ประมาณ10 ล้านลูกบาศก์เมตร

◦ ธุรกิจไฟฟ้า ในปี2567 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้ว965 เมกะวัตต์ ซึ่งมาจากพลังงานสะอาดทั้งหมด437 เมกะวัตต์

สำหรับปี2568 บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและนอกประเทศ โดยในไทยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการโซลาร์รูฟท็อป โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบFeed-in-Tariff และโครงการDirect PPA เป็นต้น

สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาและพัฒนาโครงการไมโครกริด ที่นิคมเขตอุตสาหกรรมWHA Smart Technology Zone 1 ในจังหวัดทัญฮว้า(Thanh Hoa) เฟส1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี2569 และมุ่งเน้นต่อยอดการขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปอีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังดำเนินการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า(Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน(I-REC)

รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจNew S-Curve เช่น เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactor: SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่(Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ

การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน(Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น1,185 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานหมุนเวียน657 เมกะวัตต์

5. ธุรกิจดิจิทัล:ในปี2567 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการยกระดับองค์กรในทุกมิติ บรรลุเป้าหมายการเป็นTechnology Company และผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี(Technology-driven Organization)

จากการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในด้านนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และการทำโครงการDigital Transformation ต่างๆ ตลอดช่วงเวลา3 – 4 ปีที่ผ่านมา

สำหรับปี2568 WHA Digital ยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในWHA Groupผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่นArtificial Intelligence, Internet-of-Thing

โดยในปัจจุบันมีโครงการAI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน12 โครงการ ได้แก่Drone Inspection Solution และIoX Platform for Solar

อีกทั้งWHA Digital พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ โมบิลิกส์ แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า(EV) และแบตเตอรี่

โดยได้ตั้งเป้าหมายสำหรับยอดการใช้งานโมบิลิกส์ แพลตฟอร์มที่ประมาณ900 คัน ภายในปี2568 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ6,000 คัน ภายในอีก5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายในการพัฒนา5 แอปพลิเคชันใหม่พร้อมให้บริการภายในWHA Group ภายในปี2568

WHA จรีพร จารุกรสกุล

WHA Group ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี2572 อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

โดยตั้งเป้าหมายจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการประมาณ20,000 คันการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ683,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การลดการใช้น้ำจากธรรมชาติลงประมาณ25,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำของภาคครัวเรือนกว่า685,000 คน และการจัดการขยะแบบZero Waste ที่จะไม่มีการฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

บทพิสูจน์ความสำเร็จของ WHA Group ในปี 2567 ที่ผ่านมา เห็นได้จากรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัล Best Sustainability Awards ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellenceจากงาน SET Awards 2024 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับสูงสุด ‘AAA’

รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 และรางวัล HR Asia: Sustainable Workplace Awards จาก HR Asia เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...